“ฟ้าใส ปวีณสุดา” เปิดใจหลังคว้ามงกุฎ MUT

3.07.19 | 10:14 น.

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดี กับ ฟ้าใส ปวีณสุดา ที่เพิ่งคว้าตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2019 แต่กว่าจะมาถึงวันนี้เจ้าตัวเดินสายประกวดมากว่า 6 เวที แถมตอนเด็กๆ เจ้าตัวยังมีปมต่างๆ อีกต่างหาก

ล่าสุด ฟ้าใส ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่อง ONE31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

ความรู้สึกจากที่เราประกวดหลายเวที แล้วเวทีนี้เราประสบความสำเร็จ มันภูมิใจขนาดไหน?
ฟ้าใส : เราย้อนกลับไปมอง ทุกความลำบากแล้วก็ทุกก้าวมันมีความหมาย และคุ้มค่ามากๆ

กลายเป็นปรากฎการณ์ทั่วโลกว่าคุณเป็นตัวเต็ง มิสยูนิเวิร์ส?
ฟ้าใส : พี่พูดแบบนี้หนูก็ดีใจ ดีใจมากๆ ที่หลายคนเห็นถึงศักยภาพของเราแล้วเห็นว่าเราเป็นตัวเต็ง

6 เวทีที่ผ่านมา ณ จุดไหนที่เหนื่อยที่สุดที่แทบจะถอดใจ?
ฟ้าใส : มันมีความท้อไม่เหมือนกัน เพราะว่าในแต่ละเวที เวทีที่หนูหวังมากที่สุด คือเวที มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ เมื่อปี2017 เพราะหนูตั้งใจมากๆ หลังจากที่จบนางสาวไทยกลับไปแคนาดา หนูจะต้องเรียนจบให้ได้เกียรตินิยม เพราะว่าเวทีนางงามไม่ได้ดูที่ความสวยอีกต่อไป เขาดูที่ความฉลาดด้วย แล้วสิ่งแรกที่เขาดูก็คือผลการเรียน ตอนนั้นเรารู้สึกเฟลที่เราไม่ได้ที่1 เราไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ แล้วเหมือนแบบ แล้วไปไหนต่อ แล้วทางกองยื่นมาว่าไปมิสเอิร์ธไหม เป็นตัวแทนประเทศไทยไหม ตอนแรกก้ไม่อยากไป แต่ในเมื่อเขาให้โอกาสมาหนูก็ทำการบ้านทุกอย่าง แล้วตอนนั้นคือเราทำเต็มที่มากๆ ในทุกวัน ถึงแม้ผลจะออกมา TOP8 แต่หนูมองย้อนกลับไป มันไม่สามารถทำได้ดีกว่านั้นแล้ว มันก็เลยไม่มีความเสียใจหรือเสียดายอะไร

Advertisement

แล้วก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะไปเวทีมิสยูนิเวิร์สให้ได้?
ฟ้าใส : จะบอกว่า TPN เขาประกาศชัดเจนมากๆ ว่าเขาให้โอกาสรองกลับมาประกวดใหม่ แล้วถ้าเราไม่ได้คว้าโอกาสนั่นไว้ หนูเชื่อว่าในเวลาข้างหน้าถ้าหนูย้อนกลับมาหนูจะเสียดาย แต่มันก็มีความกลัวว่าเราจะได้ไหม หนูก็ถามตัวเองว่าจริงๆ หนูจำเป็นต้องเป็นนางงามไหม มีสิ่งอื่นที่เราทำก็ได้ ไม่จำเป็นต้องกลับมา


แล้วคิดว่าจุดอ่อนของเราคืออะไร?
ฟ้าใส : จุดอ่อนของหนูคือเวลาที่หนูตั้งใจอะไรมากเกินไป หนูจะเครียด เพราะเราอยากได้มันมาก

ถ้าสมมุติว่าเราไม่ได้ มิสยูนิเวิร์ส คิดว่าจะเลิกประกวดเลยไหม?
ฟ้าใส : จริงๆ ก็ดูว่าอายุยังไม่เกินนะคะ

เห็นว่าตอนเด็กผ่ามปมมาเยอะมาก โดนอะไรมาบ้าง?
ฟ้าใส : หนูเกิดและจบ ป.2 ที่เมืองไทยหลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่แคนาดา คือทุกอย่างมันแตกต่างไปหมด แล้วสิ่งแรกที่เจอคือ เขาพูดภาษาอังกฤษเราพูดภาษาไทย แต่ที่เราเป็นเด็กเราก็อยากมีเพื่อน เราก็พยายามที่จะเข้าหาเพื่อน เราก็พยามพูด แต่เราก็ไม่รู้ศัพท์ครบทุกอย่างก็พูดไทยปนอังกฤษบ้าง แต่เพื่อนๆ มองว่านี่พูดภาษาอะไร แล้วกลายเป็นว่าเราก็จะห่างจากเขา แล้วเขาก็ไม่อยากมาเล่นกับเราด้วย แล้วมันก็เรื่องภาษา หน้าตาด้วย คือตอนนั้นหนูหน้าตาไม่เหมือนใคร ไม่สามารถจับได้ว่าหนูมาจากตรงไหน

กลายเป็นโดน บูลลี่?
ฟ้าใส : มันก็ไม่เชิงบูลลี่ หนูไม่เคยโดนทำร้ายร่างกาย แต่มันเป็นความกดดันทางความรู้สึก อยู่ตัวคนเดียว

ช่วงนั้นร้องไห้แค่ไหน?
ฟ้าใส : ตอนเด็กๆ หนูไม่รู้ว่าร้องไห้แค่ไหน แต่สิ่งที่จำได้คือหนูยืนมองเพื่อนตาละห้อย

มันก็กลายเป็นคนเก็บตัว?
ฟ้าใส : มันมีหลายๆ อย่าง หนูเป็นเด็กเนิร์สธรรมๆ ไม่กล้าแสดงออกเท่าไหร่ เหมือนดดนแบ่งกลุ่มด้วย แต่สิ่งที่เจ็บที่สุดคือ หนูนึกว่าหนูเป็นเพื่อนกับใครคนนึง เขาก็ยิ้มแย้ม คุยกับเรา หนูก็แฮปปี้ ไอมีเพื่อนแล้ว

ในฐานะ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ วันนี้สังคมไทยโดนปัญหาบูลลี่มากมาย คุณจะมีส่วนช่วยได้ยังไง?
ฟ้าใส : หลายๆ คนเขาคิดว่าคุณค่าของเรามันขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนอื่นพูด จริงๆ มันไม่ใช่ มันขึ้นอยู่กับเราเองว่าเรารู้สึกโอเคไหม คือมันมีอยู่ประโยคหนึ่งที่ทำให้หนูเปลี่ยน คือ ไม่มีใครทำให้เราด้อยได้ ถ้าเราไม่ปล่อยให้เขาทำ