หน้าตาดีแถมมีความสามารถเต็มเปี่ยม สำหรับ ฝน ธนสุนธร ที่ตอนนี้เธอประสบความสำเร็จกับงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มที่ ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้มาเล่าถึงชีวิตในวัยเด็กที่เจ้าตัวออกปากว่า “ยากจนมาก แต่มีความสุขมาก” ผ่ายรายการ คลับฟรายเดย์ ให้ฟังว่า
“ครอบครัวอยู่กันทั้งหมด 10 คน เพราะฉะนั้นภาระรับผิดชอบจะเยอะมาก และก็ถึงขั้นถ้าวันไหนไม่มีข้าวกินก็ไปวัด ไปขอข้าวก้นบาตรพระค่ะ”
“คุณปู่เป็นคนหารายได้หลักให้กับครอบครัว จากการเป็นหมอดู ปูเสื่อข้างถนน รายได้วันละประมาณ 2-300 บาท นี่คือเยอะมากสำหรับตอนนั้น เพราะพ่อถีบสามล้อได้วันละประมาณ 20 บาทเอง แม่หาบของขายได้วันละประมาณ 50 บาท”
ก่อนจะเล่าถึงของเล่นจากกองขยะของเธอในสมัยนั้นว่า “บางคนเอาตุ๊กตาแขนขาดมาทิ้ง เราก็สามารถเอามาเล่น เอามาซ่อม”
แต่กระนั้น ฝน ธนสุนทร ก็ไม่เคยคิดน้อยใจ ทั้งยังเข้าใจกับสถานการณ์ที่ตนเผชิญเพราะรู้ดีว่าครอบครัวไม่มีเงิน
“บ้านเราไม่มีตังนี่หน่าแล้วเราจะไปเรียกร้องอะไร เราก็สงสารพ่อแม่ สงสารปู่ แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้เราต้องหาเงิน หากอยากได้อะไรก็ต้องหาเงิน”
“แล้วสักวันเราจะต้องมีบ้าน มีแบบเพื่อนๆ ให้ได้”
ทั้งนี้ฝนยังว่าตนเองในตอนเด็กนั้นไม่รู้ว่ามีความเข้มแข็งขนาดนั้นได้อย่างไร ไม่มีก็ไม่เป็นไร
“เหมือนอย่างตอนเด็กๆ ถ้ามีใครมาล้อว่า นี่ไม่ใช่ลูกพ่อแม่นะ เด็กคนอื่นก็จะเสียใจใช่ไหมคะ แล้วฝนหน้าตาไม่เหมือนพี่น้อง ไม่เหมือนพ่อแม่ แล้วก็จะมีคนชอบพูดว่าเขาเก็บมาเลี้ยง”
“เขาจะพูดให้เรารู้สึกแย่ เราก็จะบอกว่า อ้าวหรอ ก็ดีสิถ้าเขาเก็บมาเลี้ยง เพราะว่าพ่อแม่ที่แท้จริงเขาไม่รัก แต่พ่อแม่ที่เก็บเรามาเลี้ยงรักเราขนาดนี้ เราโชคดีจังเลย เราไม่เสียใจ”

