ลูกทุ่งยุค 2019 ไร้ขอบเขตและไม่มีข้อจำกัด

เรียกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคที่เพลงลูกทุ่งนั้นมีความหลากหลายและการแข่งขันที่สูงไม่น้อย แต่กระนั้นลูกทุ่งชื่อดังหลายคนก็ยังยืนหยัดอยู่บนเส้นทางนี้ได้อย่างมั่นคง แถมเพลงที่ปล่อยออกมาในแต่ละครั้งนั้น แตะหลักร้อยล้านวิวไปแบบชิลๆ งานนี้ “มติชน” ได้พูดคุยกับพวกเขาและเธอถึงเคล็ดลับความสำเร็จในการทำให้เพลงนั้นได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

เริ่มที่ นักร้องสาวเสียงไพเราะ “ต่าย อรทัย” ที่บอกกับเราว่า เธอเป็นนักร้องมานานถึง 16 ปีแล้ว ส่วนความสำเร็จที่ได้รับน่ะหรือ? บอกเลยว่า “ไม่ใช่เรื่องง่าย”

“หลายๆ อย่างนะคะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ว่าผลงานของเราออกไปจะมีคนให้การตอบรับ ผลงานที่ทีมงานทุกฝ่ายตั้งใจทำออกไป แล้วจะถูกใจ ถูกจริตของคนฟัง”

ดังนั้นพอถึงวันนี้ที่ผลตอบรับชี้ชัดให้เห็นว่า ผู้คนให้ความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนยอดผู้ชมพุ่งไปแตะคำว่า 100 ล้านวิวได้ “มันไม่มีคำไหนจะพูดได้แล้ว” เธอเผยความรู้สึกด้วยน้ำเสียงที่ฟังได้ชัดว่ามีความปลาบปลื้ม

“มันคุ้มค่ากับแรงกายแรงใจที่เราทุ่มเทไป”

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ยังรู้สึกด้วยว่ากำลังใจจากทุกคนที่ส่งกลับมาถึง ก็คือแรงหนุนและเปิดโอกาสให้ได้ทำอะไรใหม่ๆ มากขึ้น

สำหรับความเป็น “ต่าย อรทัย” นั้นเธอบอกว่า ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าชื่อเสียงที่สั่งสมมานั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้แต่ละเพลงใหม่ๆ ที่ปล่อยออกมาประสบความสำเร็จ และได้รับความนิยมหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ ที่รู้สึกคือ “ผลงานเพลงของอาจารย์นักแต่งเพลง เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ”

เพราะไม่ใช่แค่ต้องมีเนื้อหาที่ดี แต่ยังรวมไปถึงท่วงทำนองเพลงที่นอกจากจะฟังเพราะแล้ว ยังต้องเข้ากับความสามารถของศิลปินด้วย

คนเบื้องหลังเหล่านี้ทำงานหนักกว่าศิลปินมาก นักร้องคนดังยืนยัน

“ต้องชื่นชมทุกฝ่ายเลย โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง ดนตรีก็เหมือนกัน”

“เราเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ”

ความที่อยู่ในวงการมานาน แน่นอนว่าเธอมองเห็นความเป็นไปของวงการมาตลอด ซึ่งในความรู้สึกของเธอนั้นวงการเพลงลูกทุ่งในแต่ละปีมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

“แน่นอนว่าวงการลูกทุ่งต้องปรับเปลี่ยนไปตามความนิยมของผู้คน”

ดังนั้นแม้ท่วงทำนองแห่งเพลงลูกทุ่งจะยังไม่หนีหายไปไหน แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับจริตและมุมมองของคนที่เปลี่ยนไป

“เราเองก็ต้องทำการบ้านให้มากขึ้น ถ้าร้องแต่แนวเดิมๆ ก็อาจจะไม่ได้รับการตอบรับเช่นเดิมก็ได้”

เธอเองจึงได้มีการนำแนวเพลงอื่นๆ มาปรับใช้ เพื่อให้ไปกับกระแสนิยม แต่กระนั้นก็ยังไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง

“ตอนแรกที่ทำไปเราก็กดดันนะ อย่างเพลง “”สิเทน้อง ให้บอกแน”” หรือ “”ซังได้ซังแล้ว”” ซึ่งตอนที่ทำกระแสแนวเพลงอินดี้มาแรงมาก พอลองเข้าไปแตะนิดนึง แล้วปรับแนวทางร้องของเราไปตามทางเพลง ซึ่งแฟนเพลงก็ชอบนะ” ว่าพลางยิ้ม

อย่างไรก็ดี การปรับนี้คงไม่ไปถึงขั้นเป็น “ลูกทุ่งสายเซ็กซี่” อย่างหลายๆ คนเป็นอยู่

“ด้วยความที่เราเป็นเรา เป็นแบบนี้ก็รู้สึกมั่นใจและสบายใจด้วย แต่ถ้าเราเปลี่ยนไปเลย แล้วคนรับได้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเราต้องฝืนมันคงจะติดลบไปเลย”

ดังนั้นเป็นต่าย อรทัย ดังที่เห็นและเป็นอยู่ก็น่าจะดีที่สุดแล้ว-ว่าพลางนักร้องคนดังก็หัวเราะเบาๆ

ด้าน “ไมค์ ภิรมย์พร” นักร้องลูกทุ่งคนดังอีกรายที่ยังคงคาแร็กเตอร์ของตัวเองและชื่อเสียงความนิยมของแฟนๆ ไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย ก็ว่าหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จ จนยืนระยะในเส้นทางสายนี้ได้ยาวนานของเขาคือการยึดหลักที่ว่า “นักร้องต้องเสมอต้นเสมอปลายกับแฟนเพลง”

เสมอทั้งในแง่คุณภาพของงาน และการประพฤติปฏิบัติตนกับแฟนๆ

“เราทำงานเราต้องรักษาคำว่าคุณภาพ รวมถึงการวางตัว”

ทุกอย่างต้องยังเหมือนเดิม-คือสิ่งที่นักร้องซึ่งอยู่ในวงการได้เรียนรู้มาตลอดเวลากว่า 20 ปีที่อยู่ในวงการ

“ต้องอย่าลืมว่าสิ่งที่เราได้มามันเป็นผลพลอยได้ที่เราได้เข้ามาตรงนี้ เราอย่าลืมว่าต้นกำเนิดเรามาจากตรงไหน เราคือใคร ใครคือพ่อแม่เรา”

ด้วยเหตุนี้ แม้จะโด่งดังและมีฐานะมั่นคงขนาดไหน “ทุกวันนี้ก็ยังกลับไปทำไร่ทำนา” คือสิ่งที่ไมค์บอก

ขณะเดียวกัน “ธุรกิจเราที่มีก็ดำเนินไป อาชีพนักร้องผู้ใหญ่ให้โอกาส เราก็ทำไปตามความสามารถที่เรามีอยู่ ก็ต้องทุ่มเทให้กับสิ่งที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้”

ด้วยเส้นทางที่ยาวนานขนาดนี้ ไมค์บอกว่าเขาเองก็มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเพลงลูกทุ่งเช่นกัน

“เปลี่ยนไปเยอะครับ คนฟังเพลงก็เปลี่ยนไป เพลงลูกทุ่งเองก็เปลี่ยนไปด้วย มันมีศัพท์ใหม่ๆ คนเขียนเพลงก็ต้องตามยุคตามสมัย”

เพราะหากจะไปเขียนเพลงแบบเก่าๆ คนฟังก็คงไม่ตอบรับ

เขาเองเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว ยังเคยคิดว่า “เราเองอายุมากแล้ว บางทีไปร้องเพลงที่ภาษาวัยรุ่นมากๆ ก็จะคิดว่าทำได้เหรอ”

อย่างไรก็ตามเมื่อคิดในอีกด้านว่า “ในเมื่อยังมีโอกาสร้องเพลงอยู่” ก็ต้องทำให้เต็มที่

ซึ่งผลจากความพยายามเต็มที่ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนั้น เขาก็พบเจอข้อดี คือมีแฟนเพลงรุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้น

“ทุกที่ที่ไปคอนเสิร์ตจะมีแฟนเพลงมาให้กำลังใจเยอะเหมือนเดิม บางคนพาลูกเด็กๆ เล็กๆ มา เราก็ดีใจนะ ที่ยังมีเด็กๆ มาฟังเพลง มาขอถ่ายรูป ร้องเพลงตามได้ด้วย เป็นอะไรที่ทำให้ตื่นเต้นแล้วก็เซอร์ไพรส์ตลอด” บอกแล้วไมค์ก็ยิ้มกว้าง

ทางด้านของอีกหนึ่งนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “ไผ่ พงศธร” ที่บอกว่า แม้เขาจะโลดแล่นอยู่ในวงการนี้มานานราว 15 ปีแล้ว แต่ “ทุกวันนี้ก็ยังมีความสุขมากที่ได้ร้องเพลง”

เพลงลูกทุ่งที่เจ้าตัวมองว่ามีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

“สมัยก่อนเพลงลูกทุ่งก็อยู่ในโซนของตัวเอง แต่ในทุกวันนี้มีทั้งลูกทุ่งเก่า ใหม่ อินดี้ เพื่อชีวิต”

ซึ่ง “ทั้งหมดนี้มันรวมกันได้เลย เพราะโลกเปิดกว้างมากขึ้น ยุค 2019 แล้ว เพลงก็ไปตามยุคสมัย”

โดย “ความเดิมก็ยังมีอยู่ ความใหม่ก็ทำให้ดูหลากหลาย”

อย่างเพลงของเขาเอง ก็มีการปรับเปลี่ยนให้ตามยุคเช่นกัน เช่น มีการนำเปียโนมาเล่นร่วมในเพลง

เป็น “ศิลปะที่ไม่มีขอบเขต” ไผ่บอก

“ทำให้คนฟังได้ฟังเพลงที่หลากหลายขึ้น”

“ดังที่เป็นอยู่”

 

 

 

 

All site contents copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.

บทความก่อนหน้านี้สอน.จับมือพันธมิตรช่วยเกษตรกรเลิกเผาไร่อ้อย
บทความถัดไปเริ่มแล้ว!! ‘InterCare Asia 2019’ ศูนย์รวมนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ คาดเงินสะพัดกว่า 700 ล้านบาท