จากคอมเมนท์โต้กลับ ถึงดาราบล็อกแฟนคลับ ความในใจคนดัง ‘เราก็เป็นคน เจ็บได้ ร้องไห้เป็น’

จะว่าไป เรื่องที่ใครๆในโลกโซเชียลจะเข้าไปคอมเมนท์ แสดงความคิดเห็นในพื้นที่ออนไลน์ของดาราหรือคนดัง จะกลายเป็นเรื่องปกติในระยะหลัง ซึ่งคงจะดีไม่น้อยถ้าคอมเม้นท์เหล่านั้นเป็นไปในทางชื่นชมผลงาน หรือให้กำลังใจ แต่ก็นั่นแหละ ในความเป็นจริง คือมีหลายครั้งที่เม้นท์ต่างๆเป็นไปในทางตรงข้าม บางครั้งยังออกแนวออกต่อว่ารุนแรง หรือแซมด้วยถ้อยคำหยาบคาย แถมบางทียังเสนอแนะในเรื่องที่เป็น ‘ชีวิตส่วนตัว’

แล้วก็ได้รับการ ‘โต้กลับ’ จากคนดังเหล่านั้น ทั้งในรูปข้อความชี้แจง ที่บางทีก็นิ่มนวล บางคราวก็รุนแรง แถมบางครั้งมีไปถึงขึ้นขอบล็อก ไม่ต้องติดต่อ ติดตามกันในช่องทางออนไลน์อีกต่อไป 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ บอกว่า เขาเองมีประสบการณ์กับคำวิจารณ์เหล่านั้นเช่นกัน หากตั้งใจจะไม่ตอบโต้ ด้วยคิดว่าสิ่งที่ชาวโซเชียลทำนั้น บางครั้งสามารถนำไปพัฒนาตนเองได้ อย่างไรก็ดี “อะไรที่รู้สึกว่าไม่ใช่แนวทางของตัวเอง ก็รับฟัง แล้วระวังไว้มากกว่า”

ขณะเดียวกันยังรู้สึกด้วยว่า “บางคนในโลกโซเชียลไม่กล้าแสดงตัวตนของเขาจริงๆ” ดังนั้นในบางเรื่อง “ทำไมเราต้องเอาใจไปใส่ด้วย”

“ถ้าโดนด่าว่าเล่นละครแย่ โอเค ผมยอมรับ ก็ต้องพัฒนาต่อไป แต่ถ้าแสดงความคิดเห็นแบบมีอคติ จะไม่เก็บมาคิดเท่าไหร่”

เรื่องที่ตั้งใจจะไม่ตอบโต้ เขาก็มีเหตุผล ด้วย “จะมองว่าความคิดเราถูกต้อง มันก็คงไม่ใช่สำหรับทุกคน”

ดังนั้นจึงรับฟัง แล้วนำมาพิจารณาอีกทีจะดีกว่า

สำหรับ โดม เดอะ สตาร์-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม ก็คิดไม่ต่าง ทั้งยังว่าเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะปัจจุบันมีกลไกที่ทำให้คนได้เข้ามาใกล้กับดารามากขึ้น

“ผมเองก็เห็นทุกอย่างแหละ ทั้งดีและไม่ดี แต่ก็กรองเอา”

คนที่เจอโลกโซเชี่ยลถล่มมาเยอะ ตั้งแต่ตอนได้เป็นเดอะ สตาร์ ใหม่ๆ ยังสรุปบทเรียนที่ได้พบว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น คนที่โดนไม่สามารถทำอะไรได้ ห้ามไม่ให้ใครแสดงความคิดเห็นก็ไม่ได้ สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ คือ ขอความเห็นใจ

“ว่าเราก็เป็นคน เจ็บได้ ร้องไห้เป็น”

กับการตอบโต้กลับของเหล่าคนดัง เขาอยากให้มองเป็นกรณีไป

“ผมว่ามันแล้วแต่เรื่อง ถ้าหากเรื่องที่ผิดไปจากความเป็นจริงมากๆ เราก็ตอบโต้เพื่อแก้ให้คนอื่นได้รู้ ว่าสิ่งที่คุณเห็นในคอมเมนท์ ไม่ใช่เรื่องจริง แต่การตอบโต้กลับด้วยคำหยาบ ด้วยอารมณ์ สุดท้ายแล้วถ้ากลับมาอ่าน ทุกคนจะเสียใจหมด”

“สำคัญที่สุดจึงเป็นการควบคุมสติและอารมณ์”

ส่วนในมุมมองของ เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า เธอมองว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้บ่อยขึ้น จากหลายเหตุผล ทั้งโลกที่เปลี่ยนไปในหลายๆเรื่อง จนทำให้คนเข้าใกล้กันมากขึ้น ขณะเดียวกัน “การให้เกียรติกันมันน้อยลง”

“เกรซว่ามันก็มีทั้งข้อดีแล้วก็ข้อเสียนะ”

“ข้อดีคือได้พูดคุยกับคนที่เป็นแฟนละครเรา คนที่ตามผลงานของเราจริงๆ”

ส่วนข้อเสีย “ก็อาจจะมีผู้หวังร้าย มีคนที่หมั่นไส้เราบ้าง แต่อยู่ตรงนี้ต้องทนให้ได้ น้อมรับทุกคำติชมให้ได้ค่ะ”

พร้อมกันนั้น การตอบโต้ไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิด

“ทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องตัวเองในพื้นที่ของเราค่ะ”

หากจะอยู่ในระดับไหน ปฏิกิริยาเป็นอย่างไร นั่นแล้วแต่บุคคล

ด้าน บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ ซึ่งเจอมาแบบมาหนักหน่วง นับตั้งแต่ที่รับบทบาทเป็น ‘เมนเทอร์’ ในรายการเรียลลิตี้รายการหนึ่ง บอกเลย “ต้องปลงค่ะ”

“อย่าไปใส่ใจ อย่าให้เรื่องโซเชียลเข้ามาครอบงำหรือมาคอนโทรลชีวิตเราได้”

“ใครจะด่ายังไงก็ช่าง ไม่ต้องไปแคร์”

เธอบอกด้วยว่า ณ ช่วงเวลาที่โดนคอมเมนท์ด่าเป็นจำนวนหลักหมื่นเม้นท์นั้น แม้จะทำใจมาบ้างแล้วตั้งแต่ก่อนรับงานว่าต้องเจอ แต่เมื่อถึงเวลา บางครั้งก็เลือกที่จะโต้กลับเหมือนกัน

เป็นการโต้โดยใช้ ‘เหตุผล’ , ‘ไม่ใช้คำหยาบคาย’

อย่างไรก็ตามในกรณีที่เจอข้อความรุนแรงเกินไป ขอเลือกที่จะปล่อยผ่าน

“จะไม่ไปตอบ หรือประจาน เพราะเขาจะรู้สึกว่าเขาน่าสนใจมากขึ้น จึงเลือกที่จะเฉยชา หรือบล็อกไปเลย”

“ถ้าพูดตรงๆ คือถ้าเขาโลว์มา บีจะไฮกลับทันที”

“สวยๆ เชิดๆ ใส่ไปค่ะ ไม่ต้องไปแคร์ เขาไม่ได้มีค่าขนาดนั้น”

คือสิ่งที่บี น้ำทิพย์ ผู้อยู่ในวงการมานานถึง 20 ปีทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้น่าอิจฉา ไปเที่ยวแล้วยังได้”เพชร 2.2 กะรัต”ติดมือกลับบ้าน
บทความถัดไปผีอาจแห้ว! ‘สเปอร์ส’ สุดแสบส่งทีมงานลุยคว้า ‘เฟร์นันเดส’ ปาดหน้า ‘แมนฯยู’