ถึงกับตลกไม่ออกเลยทีเดียว สำหรับ “โน๊ต” เชิญยิ้ม ที่มีเพจหนึ่งกล่าวหา “แตงกวา” ลูกสาวคนเดียวของตนเองว่ามีลูกแล้ว ทำเอาเจ้าตัวปรี๊ดแตกโพสต์ข้อความระบายผ่านทางอินสตาแกรมกันเลยทีเดียว แต่ล่าสุดเมื่อเหตุการณ์ผ่านไปทั้ง 3 จึงมาเปิดใจในรายการถึงอาการป่วยของลูกสาว ทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องone31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร
ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า สิ่งนี้ก็เลยยิ่งตอกย้ำให้คุณพ่อกับคุณแม่ห่วงขึ้นไปอีก?
อาโน๊ต :ลูกผมผมไม่บอกให้รู้เลยว่าเขาเป็นโรคนี้ เรารักษา ดูแลกันมา พยายามทำให้ลูกเราสมบูรณ์ให้ได้ อยู่ๆ มีเรื่องราวแบบนี้ บสงคนอาจจะบอกว่ามันโพสต์แค่นี้เรื่องเล็กๆ ไม่เสียหาย แต่รูรั่วเร็กๆ ทำให้เรือสำเภาใหญ่ๆ จมได้นะ ถ้าเราไม่อุด ไม่รักษามัน ผมรู้สึกไม่ใช่เรื่องเล็กนะ พอเขาพูดว่าก็เขาไม่รู้ว่าลูกมึงป่วย ถ้าเขารู้เขาคงไม่เขียน คือรู้ไม่รู้ก็ไม่สมควรทำแบบนี้ ผมตั้งแต่รู้ว่าลูกเป็น ไปหาหมอ เอายามากินถ้าลูกยังไม่ปิดไฟห้องนอน บางทีผมกฃับมาจากทำงานก็ดึก บางทีแอบฟัง กลัวลูกจะทำร้ายตัวเอง เพราะโรคนี้ยิ่งรู้ยิ่งเข้าไปศึกษามันน่ากลัว แต่จริงๆ มันไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัว คนอยู่ใกล้ตัวเท่านั้นที่จะช่วยเรื่องนี้ได้
คนที่ไม่เคยเป็นแล้วไม่เคยสัมผัสโรคนี้จะคิดว่ามันเป็นอาการเรียกร้องความสนใจ อธิบายโรคนี้ให้ฟังหน่อย?
แตงกวา : คนที่เป็นโรคซึมเศร้า มันไม่ใช่แค่ซึมแล้วเศร้าถึงจะเป็นได้ แต่มันจะมีอาการพ่วงหลายๆ อย่างด้วย อย่างเช่นคิดสั้น ทำร้ายร่างกาย อารมณ์แปรปรวน อย่างไปหาหมอเขาก็ให้เราทำแบบสอบถามว่าเราตรงข้อไหนบ้าง แล้วส่วนใหญ่ที่หนูทำคือตรงเกือบทุกข้อเลย คุณหมอวินิฉัยว่า หนูเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง ก็คือการคิดสั้นบ่อยๆ การทำร้ายร่างกายตัวเอง

นี่คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้เลย?
อาโน๊ต : ผมเพิ่งมาเข้าใจว่าโรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นโรคเรียกร้องความสนใจ แต่เป็นโรคที่ให้คนรอบข้างเข้าใจอารมณ์ของเขา พอเรารู้ว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้า เราก็มอง เออ…ใช่ เรามองข้ามปัญหาของลูก เสียใจ นั่งร้องไห้ นี่เกือบเสียลูกไปแล้วหรอ ลูกผู้หญิงคนเดียวที่เราอยากได้เขาเหลือเกิน เมื่อมีแล้วมาโดนทำร้าย โดนรังแกทางจิตใจจากบุคคลที่ไม่น่าจะทำแบบนี้ เขาทำเพื่ออะไร มันก็เลยไปโกรธทางนู้นรุนแรง
พี่ต้อย : รู้ครั้งแรกก็ตกใจ เพราะเราไม่คิดว่าลูกจะเป็น ตอนเด็กๆ ก็จะดุเขาบ่อย เขาดื้อ แล้วเถียงเรา ปิดประตูเข้าห้องอยู่คนเดียวบ่อยมาก เราก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นแบบนี้ ก็รู้สึกเสียใจเหมือนกัน เราเลี้ยงลูกไม่ถูกหรือไง เราทำให้เขาเสียใจหรอ
ต้องทานยาไหม?
แตงกวา : ทานค่ะๆ
พี่ต้อย : บางเพจบอกว่าเป็นโรคเรียกร้องความสนใจ
อาโน๊ต : หาว่าอยากดัง เกาะพ่อดัง เรียกร้องความสนใจจากสังคม มันไม่มีประโยชน์ที่เราจะมาสร้างเรื่องอะไรแบบนี้ เพียงแต่อยากให้เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวของรอยยิ้ม แล้วคุณมารังแก มาเล่นกับความรู้สึกอย่างนี้ได้ยังไง
วินาทีที่รู้ว่าลูกไปหาหมอด้วยโรคซึมเศร้า ตอนนั้นตกใจไหม?
อาโน๊ต : สงสาร เหมือนอกจะแตก คือผมอ่านเยอะ ผมรู้สึกว่าเราเลี้ยงดูมาขนาดนี้แต่อยู่ๆ มาเป็นโรคซึมเศร้า ประโยคแรกที่เข้ามาในหัวคือเราจะทำยังไง มันจะรักษาได้ไหม ใน 1-2 วันแรกผมเครียดมาก เครียดแบบไม่เคยเครียดแบบนี้มาก่อน จะทำยังไงกับลูก ชะเง้อดูที่ห้องลูก เราพยายามทำให้เขายิ้ม วันไหนที่เขายิ้มตอบเรา เราก็จะมีความสุข ผมบอกไม่ถูกผมรักลูกมาก ลูกคือแก้วตา ดวงใจ แล้วก่อนที่ผมจะรู้เขาเคยโพสต์ข้อความมาหาผมว่า “ที่หนูแยากมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ เพราะผู้ชายคนนี้ เพราะป๊า รักป๊า” โอ้โห…จะร้องไห้ ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เขาถึงส่งอันนี้มาให้ผม เหมือนเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่เลยถ้าไม่มีผม เรารู้สึกว่าใครไปทำอะไรลูก คุณแย่มาก คุณทำร้ายความรู้สึกของครอบครัวผมมาก คุณไม่น่าให้อภัย สังคมต้องช่วยกันลงโทษนะ คุณอย่าไปทำร้ายคนอื่นอีกเลย ขนาดผมเป็นครอบครัวที่เข้มแข็ง ผมยังดูอ่อนแอไปเลย

หมอเตือนว่าอาจจะฆ่าตัวตายได้ แล้วแตงกวาก็เคยทำมาแล้ว?
แตงกวา : เอาเรื่องทำร้ายร่างกายก่อน ปกติหนูจะเป็นคนที่คิดเล็ก คิดน้อย มาตั้งนานแล้ว แต่เรื่องทำร้ายร่างกาย หนูเพิ่งเป็นตอนอยู่มหาวิทยาลัย เหมือนพอเครียดแล้วทำอะไรไม่ได้ก็จะทุบตัวเอง เวลาหนูเสียใจมากๆ หนูก็จะจิกผมเหทือนระบายไม่ไหวแล้ว พยายามจะร้องไห้ออกมา แต่ที่หนักคือหนูคิดฆ่าตัวตาย มันเคยมีเหตุการณ์ที่หนูเครียดเรื่องเรียนมากๆ แล้วตอนนั้นหนูอยู่ทำงานที่มหาวิทยาลัยดึก ช่วงนั้นเหมือนเรื่องเยอะมาก ทั้งเรื่องเรียน เรื่องส่วนตัว เครียด แล้วก็ยืนอยู่ตรงกระจกชั้น3 ของตึก ก็ยืนมองลงไป แต่เหมือนเพื่อนหนูรู้เขาก็เลยถามว่าคิดไรหรือเปล่าบอกได้นะ จริงๆ ในใจตอนนั้นหนูคิด แต่เพื่อนรู้ทันก็ดึงเราไปคุย แล้วมีอยู่ครั้งนึงเครียดมากๆ อยู่ในห้องก็เทยาจะกิน แต่ว่าขมเลยถุยออกมา เหมือนทำไม่สำเร็จสักที แต่ถามว่าคิดไหมคือคิดบ่อย

