ถ้าเป็นคอการ์ตูนคงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักแอพพลิเคชั่นเว็บ คอมมิก อย่าง โคมิโค่ (comico)
โคมิโค่เป็นเว็บ คอมมิก ต่างประเทศที่เพิ่งเข้ามาในไทยได้ไม่นานนัก แต่ก็คว้าหัวใจนักอ่านการ์ตูนไทยไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ด้วยคอนเทนต์การ์ตูนที่สนุกและหลากหลาย ฟังก์ชั่นต่างๆ ของแอพพลิเคชั่นใช้งานไม่ยาก และยังมีการตลาดต่างๆ ที่ทำให้นักอ่านพร้อมที่จะซื้อเหรียญได้อย่างเต็มใจ
โคมิโค่ทำงานของตัวเองเงียบๆ ไม่ค่อยออกสื่อมากนัก แต่การเติบโตกลับสวนทางกับความเงียบในสื่อ ปีที่ผ่านมา โคมิโค่มียอดดาวน์โหลดทั้ง Android และ ios รวมกันอยู่ที่ 5.8 ล้าน ผลประกอบการรวม 85 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้าผลประกอบการรวมอย่างน้อย 200 เปอร์เซ็นต์ !!
ปาร์ก จงกึน ซีอีโอใหญ่ของโคมิโค่ ประเทศไทย เปิดโอกาสให้เราสัมภาษณ์ถึงการเติบโตของโคมิโค่ในวันนี้ และวันต่อไป
“ผมเพิ่งมารับตำแหน่งซีอีโอประจำประเทศไทยเมื่อปี 2018 นี้เองครับ แต่โคมิโค่ขยายมาที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งผมทำงานอยู่ที่โคมิโค่ เกาหลีใต้ และมีส่วนในการพิจารณาการขยายตลาดมาที่ไทยด้วย ตอนนั้นโคมิโค่มีที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นด้วย เรามีคอนเทนต์การ์ตูนเยอะมากๆ เลยคิดว่าน่าจะนำคอนเทนต์ที่เราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ไปเผยแพร่ต่อในประเทศอื่นๆ ด้วย ซึ่งในวันนี้โคมิโค่ขยายไปยังไต้หวัน อเมริกา และมีแพลนที่จะขยายไปอเมริกาใต้ต่อไป”
ปาร์ก จงกึน เผยว่า ประเด็นสำคัญที่ทำให้สนใจตลาดประเทศไทยในเวลานั้น คือการเติบโตทางจีดีพีของไทยที่มีเสถียรภาพ ระบบสัญญาณโทรศัพท์มือถือมีคุณภาพ และในตลาดการ์ตูนออนไลน์ มีเพียงอีบุ๊ก แต่ยังไม่มีเว็บ คอมมิกเลย ที่สำคัญคือคนไทยเปิดกว้างทางวัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลัก ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการลดต้นทุน และไม่ค่อยมีปัญหาในการหานักแปลภาษาต่างๆ ที่มีคุณภาพ เพราะธุรกิจแบบนี้ จะต้องใช้บุคลากรที่เข้าใจภาษานั้นๆ เป็นอย่างดีด้วย
“เราเริ่มจากคอนเทนต์ที่เราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทั้งเกาหลีและญี่ปุ่นก่อน เพื่อขยายตลาดให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ คอนเทนต์นี้เราเรียกว่าออริจินัล คอนเทนต์ โดยช่วงแรกจะให้อ่านฟรี จากนั้นก็ขยายไปหาคอนเทนต์จากบริษัท และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เรียกว่าพรีเมียม คอนเทนต์
การคัดเลือกคอนเทนต์ เรายึดถือความต้องการของผู้อ่านเป็นหลัก เลือกจากความสนใจของพวกเขา โดยมีทีมวิจัยซึ่งประกอบด้วยทีมบรรณาธิการและทีมนักแปล ซึ่งไม่ใช่ว่าดังที่ต่างประเทศแล้วนักอ่านไทยจะชอบ ต้องพิจารณาดีๆ”
ปาร์ก จงกึน เล่าว่า การนำเข้าคอนเทนต์จากแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ด้วยนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในหลายประเทศ เว็บ คอมมิก เติบโตมาก
“เกาหลีมีแพลตฟอร์มแบบโคมิโค่ 40-50 ราย ที่จีนมีมากกว่านั้นอีก ญี่ปุ่นก็เยอะเหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกับไทยแล้ว มีธุรกิจนี้ไม่มากนัก ทั้งที่คอนเทนต์มีมหาศาลมาก เฉลี่ยอัพเดต 20-30 เรื่องต่อวัน นี่คือเหตุผลที่เรารวบรวมเรื่องต่างๆ จากต่างประเทศ และซื้อลิขสิทธิ์จากผู้จัดหาคอนเทนต์ในประเทศต่างๆ”
ตอนนี้ในโคมิโค่มีการ์ตูนฝีมือนักเขียนไทย 15% ที่เหลือเป็นงานแปลจากต่างประเทศ ซึ่งถึงจะเป็นการ์ตูนก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตลาดเว็บ คอมมิก จะเป็นญี่ปุ่นอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่กลับเป็นเกาหลี
“คอนเทนต์ฝีมือคนไทยค่อนข้างน้อย เพราะการสร้างคอนเทนต์การ์ตูนไม่ใช่อุตสาหกรรมหลักของไทย ต่างจากประเทศอื่นที่อาจมีการวางแผน การลงทุน การสร้างทีมที่ค่อนข้างจริงจัง หรือการลงทุนร่วม เพราะตั้งใจที่จะส่งออกนอกประเทศด้วยตั้งแต่แรก เช่น เกาหลีวางแผน ได้รับเงินสนับสนุนจากญี่ปุ่น แล้วไปสร้างสตูดิโอที่จีน โดยจ้างนักวาดที่นั่น ซึ่งถ้าเทียบกับไทย ส่วนใหญ่จะทำงานคนเดียวหรือเป็นบริษัทเล็ก นอกจากนี้ ที่เกาหลีค่าตอบแทนนักวาดค่อนข้างสูง ซึ่งก็เป็นแรงจูงใจได้ ส่วนจีนประชากรเยอะ ก็เลยมีคอนเทนต์ที่หลากหลายค่อนข้างมาก ด้านญี่ปุ่นแน่นอนอยู่แล้ว ต้นตำรับวัฒนธรรมการ์ตูน การจะสร้างคอนเทนต์ไม่ใช่เรื่องยาก
สมัยก่อนอาจคิดว่าการ์ตูนก็ต้องการ์ตูนญี่ปุ่น แต่เว็บ คอมมิก ในปัจจุบันไม่เกี่ยวแล้วว่าการ์ตูนชาติไหนสนุกกว่ากัน ภาพรวมตอนนี้ การ์ตูนเกาหลีมีสัดส่วนที่ค่อนข้างเยอะที่สุดในตลาด เพราะบริษัทเกาหลีพยายามผลักดันคอนเทนต์ให้สามารถส่งออกได้ และรัฐบาลก็สนับสนุน ทำให้มีคอนเทนต์จากเกาหลีในตลาดเยอะ ถ้าให้เทียบกับประเทศอื่น ในแง่ของเว็บ คอมมิก มีการส่งออกมาบ้าง แต่ก็ยังยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ส่วนใหญ่พิมพ์เป็นเล่ม เหมือนยังไม่ค่อยแน่ใจว่าดิจิทัลจะเวิร์กหรือเปล่า ส่วนจีนก็ไม่ค่อยผลักดันคอนเทนต์ไปต่างประเทศมากนัก เพราะยอดขายในประเทศก็เยอะแล้วจากจำนวนประชากร” เขาอธิบายด้วยรอยยิ้ม
กลับมาที่โคมิโค่ ซีอีโอของเว็บ คอมมิกชื่อดังนี้เผยว่า แนวที่นักอ่านไทยชอบอ่านมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ โรมานซ์ ดราม่า และบีแอล (Boy Love) โดยผู้อ่านส่วนใหญ่ในโคมิโค่จะเป็นผู้หญิง อายุระหว่าง 20-30 ปี
“อันที่จริง โรมานซ์ ดราม่า และบีแอล ไม่ใช่เทรนด์แค่ในไทย แต่เป็นเทรนด์ทั่วโลก แต่ถ้าให้เจาะจง นักอ่านไทยชอบเรื่องดราม่า ที่เดินเรื่องเร็ว และไม่ซับซ้อน เน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ไม่ได้เน้นเรื่ององค์ประกอบอื่นมากนัก นี่เป็นเป้าหมายของเราเหมือนกัน ที่อยากหาคอนเทนต์แนวอื่นมาเพิ่ม ให้คนอ่านได้สัมผัสประสบการณ์แนวอื่นๆ ด้วย อาทิ กีฬา แอ๊กชั่นไซไฟ สยองขวัญ แต่ที่ขยายยากมากที่สุดในไทย น่าจะเป็นการ์ตูนแก็ก กับการ์ตูนประวัติศาสตร์ มีข้อจำกัดเยอะสำหรับสองแนวนี้”
นอกจากการ์ตูนแล้ว โคมิโค่ยังมีส่วนนิยาย หรืออี โนเวลด้วย แต่เป็นสัดส่วนที่เล็กกว่า ปาร์ก จงกึน อธิบายว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเร็วในการนิยมต่างกัน ในขณะที่นิยายต้องใช้เวลากว่าจะชอบ แต่การ์ตูนนั้น ผู้อ่านจะชอบในเวลารวดเร็ว อนาคตตั้งใจจะขยายส่วนนิยายเพิ่ม เพราะเป็นคอนเทนต์ที่สำคัญที่สุด เป็นพื้นฐานต่อยอดไปสู่งานอื่นๆ แต่ตอนนี้ขอเน้นการ์ตูนก่อน
ถึงแม้รายได้หลักของโคมิโค่จะมาจากการขายเหรียญเพื่ออ่าน และการโฆษณาในแอพพลิเคชั่นบ้าง แต่กลยุทธ์หลักของโคมิโค่คือนำเสนอความเป็นพรีเมียม คอนเทนต์ และการบริการที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้อ่านพึงพอใจกับสิ่งที่ซื้อไป โดยตอนนี้มีหลายเรื่องที่ได้รับความนิยม และน่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ในส่วนของคู่แข่งนั้น ปาร์ก จงกึน บอกว่า เขาไม่ได้คิดว่าแอพพลิเคชั่นอื่นๆ คือคู่แข่ง แต่อยากทำการตลาดร่วมกัน เพื่อขยายฐานคนอ่านเว็บ คอมมิกในไทยให้เติบโตมากขึ้น
“เรามีส่วนให้อ่านฟรีในแต่ละเรื่องด้วย มีการทำอีเวนต์ แจกรีวอร์ดคอยน์ ให้คนอ่านได้เพลิดเพลินกับการใช้ จะซื้ออ่านหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญมากกว่าการเข้ามาอ่าน อ่านแบบซื้อกับแบบฟรีต่างแค่เวลาในการอ่านเท่านั้น เราพยายามทำให้สัดส่วนของทั้ง 2 ประเภทเท่ากัน เพื่อการเติบโตของโคมิโค่ในระยะยาว
ในญี่ปุ่น เกาหลี การเติบโตของเว็บ คอมมิกอยู่ที่ 30-50 เท่า ถ้าเทียบกันแล้ว เราอาจอยู่ที่ 2-3% ของเขาด้วยซ้ำ ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับประชากรไทย ซึ่งยังขยายได้อีกเยอะมาก
มากกว่าการแข่งขัน คือการทำให้นักอ่านไทยรู้จักและเข้าใจดิจิทัลคอนเทนต์แบบนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”
All site contents copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.

