‘สุขแท้’ หรือแค่ ‘มโน’ คำถามสุดจี๊ดจาก ‘วงเคลียร์’ ที่ทุกคนควรหาคำตอบ

19.08.19 | 12:31 น.

อยู่ๆ ภาพในอินสตาแกรมของ 4 สมาชิกวงเคลียร์คือ @Patklear ของ แพท-รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย , @Keeklear ของ คี-คียาภัทร โพธิ์วงศ์ไพรเลิศ, @Knat_klear ของ ณัฐ-ณัฐวัฒน์ แสงวิจิตร และ @Nutyellowfish ของ นัฐ นิลวิเชียร ก็ว่างเปล่า ภาพราว 20,000 ภาพที่พวกเขาลงไว้ในห้วงเวลา 7-8 ปีถูกลบหาย

เกิดอะไรขึ้น?

ไอจีถูกแฮก เอ, รึ แอนตี้โซเชียลมีเดียใช่ไหม?

“ไม่ใช่” คือคำตอบที่พวกเขาให้การ

ก่อนจะเผยรายละเอียดตามมา ว่านั่นเป็น ‘สาร’ ที่ตั้งใจสื่อไปแฟนๆ

Advertisement

ปี 2560 วงเคลียร์ออกอัลบั้มชุดที่ 4 ชื่อ Silver Lining ในอัลบั้มนั้นมีเพลงๆ หนึ่งชื่อ ‘อีกฝั่ง’ ซึ่งไม่ใช่ ‘เพลงขาย’ ไม่ได้ถูกเลือกมาโปรโมต แต่กลับเป็นที่ต้องใจของ เสริมสิน  สมะลาภา ผู้มีโปรเจ็กต์ทำงานร่วมกับศิลปิน นักร้อง ครีเอเตอร์ด้านต่างๆ เพื่อนำเสนอผลงานที่หวังสร้างแรงกระเพื่อมในด้านดีให้สังคม เพลงๆ นี้จึงถูกเลือกมาเป็นโจทย์ให้ ครรชิต สพโชคชัย ผู้กำกับโฆษณาจากบริษัท หับโห้หิ้นบางกอก ทำเป็นหนังสั้น ใช้ชื่อเดียวกันว่า ‘อีกฝั่ง’

“เพลงนี้เป็นเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้มีคำว่าฉัน เธอ แต่พูดถึงนก 2 ตัว สามารถตีความได้ในหลายรูปแบบ” แพท นักร้องนำของวงเล่า

ด้วยเหตุนี้จึงมีการหารือกันอยู่นาน ว่าจะนำเสนอเนื้อหาของหนังสั้นในทางไหน ก่อนจะลงตัวว่า เรื่องของโซเชียลมีเดียที่ทุกวันนี้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราทุกคนมาก-มาก น่าจะเหมาะ

อย่างไรก็ดี คี ขอออกตัวเพื่อความเข้าใจว่า “ไม่ได้แอนตี้โซเชียลมีเดีย หรือเทคโนโลยีนะครับ เพียงแต่อยากจุดประกายคนดูขึ้นมาสักนิดหนึ่ง ว่าตอนนี้เราตกเป็นเครื่องมือของเครื่องมืออยู่หรือเปล่า”

“เดิมทีเครื่องมือเหล่านี้ โทรศัพท์มือถือถูกสร้างมาเพื่อให้เราใช้ติดต่อสื่อสารกับคนอื่น แต่ว่าโดยไม่รู้ตัว เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ เรากลับไปตกอยู่ในโลกของมัน เริ่มแคร์ยอดไลค์ แคร์ให้สังคมโซเชียลยอมรับ จนบางทีเรากลายเป็นไม่ใช่ตัวเอง และบางทีเราอาจจะลืมคนที่อยู่ใกล้ตัว หนังเรื่องนี้อยากจุดประเด็นให้เอะใจว่า คนรักเราจริงๆ อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด ไม่ได้อยู่ในโซเชียลขนาดนั้น”

การ ‘ตกเป็นเครื่องมือของเครื่องมือ’ นั้น แพทยอมรับว่า พวกเธอเองก็เป็น

“ในวงทุกคนรู้สึกได้ ว่าหลังๆ นี่พอจะลงอะไรสักอย่าง เราคิดมากขึ้น ว่าอะไร แบบไหน ที่คนชอบ อะไรที่คนไม่ชอบ กลายเป็นเครียดกับการลงอะไรสักอย่าง นี่เราอยากได้คนไลค์ หรือว่าเราอยากลง แล้วกลายเป็นระแวงว่าคนกดไลค์เยอะหรือยัง คอยเช็กโทรศัพท์เรื่อยๆ จนกลายเป็นเสพติด”

“บางครั้งเรานั่งด้วยกัน ก็ไม่ได้คุยกัน หยิบมือถือมาไถคนละเครื่อง ซึ่งจริงๆ แล้วเราอยากใช้เวลาร่วมกันไม่ใช่หรือ แล้วทำไมเราถึงแคร์คนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของโทรศัพท์ที่ไม่รู้จักกัน ไม่เหมือนคนที่นั่งข้างๆ เรา”

 แพทยังบอกอีกว่า ในวันที่เธอให้เวลาตัวเองพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง สิ่งที่เธอพบคือความรู้สึกที่ว่า “มือถือเหมือนมีพลังงานบางอย่าง ที่เราต้องเอื้อมมือไปหยิบตลอด เหมือนมีแรงดึงดูด เหมือนเป็นยาเสพติด

เป็นยาเสพติดที่คีสารภาพว่าตอนนี้เขาต้องพยายามตั้งสติ และปรับพฤติกรรมการใช้ให้น้อยลง

ส่วนแพทก็ย้ำคำที่คีบอกคือ นี่ไม่ได้เป็นการแอนตี้ “เพียงแต่เราต้องมีความสุขในระหว่างนั้น แบบสุขจริงๆ ไม่ใช่สุขปลอมๆ”

“เหมือนการได้ยอดไลค์เยอะ มันคือความสุข แต่เป็นสุขที่แท้จริงหรือเปล่า สมมุติว่า เราลงรูปคู่กับแม่ ได้ยอดไลค์เยอะ แล้วเทียบกับการไม่ได้ลงรูป แต่มีความสุขอยู่กับแม่ทั้งวัน”

“เราอินกับมันจนความเป็นตัวเราเองหายไป จนเราไม่มีความสุขกับความเป็นจริงของเราหรือเปล่า” คือคำถามที่ฝากไว้

“พวกเราเองจะเล่นโซเชียลต่อไปนะ โซเชียลเป็นช่องทางที่ดีมาก เพราะการที่คนมาชอบเรา ติดตามเรา เป็นการเพิ่มพลังใจให้เรา โซเชียลคือช่องทางที่ทำให้เขาติดต่อกับเราอยู่เสมอ เราจะรักษาตรงนี้ไว้ เพียงแต่จะถอยมันลงมาเป็นเพียงเครื่องมือ จะไม่ให้มีอำนาจเหนือเรา ไม่ให้มาเปลี่ยนตัวเรา และเราจะไม่เปลี่ยนตัวเอง เพื่อให้คนมาชอบเราในแบบที่เราไม่ได้เป็น”

ส่วนการลบภาพในอินสตาแกรม แพทบอกว่าเหมือนเป็นการล้างไพ่ เพราะตอนแรกสุด ในวันที่ไม่มีความคาดหวังใดๆเลยกับการใช้อินสตาแกรม ภาพที่เธอเลือกลงจะเป็นภาพในประเภทหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้คีเองก็ไม่ต่าง ด้วยตอนนั้นอยากโพสต์อะไรก็โพสต์ หากระยะหลังเริ่มมีการคัดสรรเพื่อ ‘คีพลุค’

“จนคนคิดว่าเราเป็นแบบนั้น” เล่าพลางห้วเราะ

“แต่เรารู้ตัวเองว่าลึกๆ เป็นคนปัญญาอ่อน แต่ไม่ได้ลงโซเชียล เพราะระวังตัว”

หลังจากนี้แพทบอกว่าต้องรอดูว่าสิ่งที่ทำลงไปจะเกิดผลอย่างไรกับความคิดและความรู้สึก

“มันเป็นการทดลองของตัวเราเหมือนกัน ยังไม่มีคำตอบชัดเจน เพียงแต่เรารู้แล้วว่ามันมีผลเสียอะไรบ้าง แล้วจะใช้ประโยชน์กับมันอย่างไร”

“เราไม่รู้หรอกว่าต่อไปเราจะลงรูปอะไร แต่ที่แน่ๆ คือเราจะไม่หลอกเขา เราจะไม่ฝืนตัวเองเป็นบางอย่างที่เราไม่ได้เป็น จะจริงใจกับทุกอย่างที่เราทำและเป็นตัวของตัวเองให้มากขึ้น”

ในส่วนของ ณัฐ การต้องลบรูปทั้งหมดเป็นเรื่องทำใจยาก เพราะเท่ากับต้องลบทั้งรูป ทั้งคอมเมนต์ และทั้งไลค์ที่สะสมมา “แต่ก็เป็นการพิสูจน์ตัวเองอย่างหนึ่งว่าหนังสั้นเรื่องนี้ เราตั้งใจจริงๆที่อยากจะสื่อสารข้อความนี้ออกไป ว่าชีวิตจริงมันสำคัญนะ ตรงนั้นมันเป็นเพียงสื่อ เป็นเครื่องมือ”

สำหรับหนังสั้นเรื่อง ‘อีกฝั่ง’ ซึ่งมีให้ชมทาง Youtube ช่อง Genierock แล้ว สมาชิกอีกคนของวงคือ นัฐ บอกแบบสั้นๆ แต่ตรงกับความรู้สึกของเพื่อนในวง ว่าอยากให้ทุกคนได้ดู

“นี่เพราะคือเรื่องที่เราอยากให้ทุกคนฉุกคิด”