‘เมฆ วินัย’ ควงภรรยาอัพเดตอาการป่วย ‘ตุ่มน้ำพอง’ ตอนนั้นใครทักยังไงทำตามหมด!

เรียกว่าได้รับกำลังใจอย่างล้นหลาม สำหรับ เมฆ วินัย ไกรบุตร ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวป่วยด้วยโรคตุ่มน้ำพอง และมีอาการกำเริบ ซึ่งเป็นโรคหายากมากเพียง 1 ใน 4 แสนคน และในคนไทยก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ป่วยเป็นโรคนี้  ล่าสุด หนุ่มเมฆ ได้ควงแขนภรรยา และลูกๆ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง One31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร พร้อมทั้งเผยอาการป่วยตอนนี้หาย 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว

พี่เมฆเคยทรมานมากๆ จนเคยถอดใจไหม?
เมฆ : ไม่รู้ว่าถอดใจไม่ถอดใจ ปัญหาก็คือว่าพอคันมากๆ เหมือนมันตกนรก เราก็สงสัยว่าอาจจะไม่รอด ไม่ได้คิดฆ่าตัวตายนะ แต่คิดว่าถ้าไม่รอดทำยังไง ต้องวางแผนต่อ ถ้ามันไม่หาย ต้องทำยังไง คิดหลายวันมากตอนที่อยู่โรงพยาบาล ตอนนั้นโทรไปหาเอ๋ บอกว่าเตรียมไปขายที่ดินที่เชียงใหม่นะ ที่กระบี่ เพราะมันต้องมีค่าใช้จ่าย มันเป็นตอนที่คิดอะไรไม่ออก ต้องดึงสติวางแผน เราต้องทำยังไง เราต้องหาวิธีให้ลูก-เมีย เพราะสภาพนี้ไม่น่าจะรอด

แต่เอาจริงๆ พี่เอ๋ ก็แอบร้องไห้อยู่?
เอ๋ : ก็คือช่วงที่พี่เมฆแอดมิทคือช่วง 30 พฤษภาคม ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ลูกทั้งสองคนก็แอดมิท แล้วอยู่กันคนละโรงพยาบาล ตอนนั้นมันเหมือนน้ำเต็มแก้วแล้วล้น เราก็ไม่รู้ว่าเราจะหาทางออกยังไง แต่เรารู้เราต้องเข้มแข็งก่อน เพราะว่าครอบครัวจะอยู่ได้ก็ต้องมีใครสักคนที่เข้มเข็ง เราก็ใช้วิธีไปร้องไห้กับแม่

แต่ก็ไม่เคยให้พี่เมฆเห็น?
เอ๋ : ไม่เคย

แล้วพี่เมฆทราบได้ยังไง?
เมฆ : แม่ยายบอก เขาก็คงสงสารลูกเขา เห็นลูกเหนื่อย ลูกลำบาก เห็นสภาพผมเม็ดเต็มตัว แต่แม่ผม ผมไม่บอกนะ พอแม่วิดีโอคอลไลน์มาผมเอาผ้าห่มคลุมตัวเลย เหลือแค่หน้าตอนนั้นหน้ายังไม่เป็นเม็ด ก็บอกแม่สบายดีมาเฝ้าลูกที่โรงพยาบาล แต่จริงๆ คือนอนแอดมิทด้วยกันสามคน ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นข่าวเขาก็ไม่รู้ จนมาโรงพยาบาลเขาถึงรู้ เปิดประตูมาเห็นเป็นเม็ดเต็มตัว เขานั่งช็อกอยู่ 2 ชั่วโมง ไม่คุยกับใครเลย เขารับไม่ได้ ก็รู้อยู่แล้วเขารับไม่ได้ เลยไม่อยากบอก

พี่เอ๋ เอากำลังใจมาจากไหนครับ ในขณะที่ต้องดูแลลูกด้วย แล้วอยู่ดีๆ พี่เมฆก็มาบอกให้ขายที่?
เอ๋ : เอ๋เคยคุยกับพี่เมฆว่า ใครคนใดคนหนึ่งกำลังอ่อนแออีกคนหนึ่งต้องเข้มแข็ง แล้วพอเรารู้แล้วว่าวันนี้เขาอ่อนแอทั้งจิตใจทั้งร่างกายทั้งสภาพแวดล้อม เราก็เลยต้องพยายามให้เข้มแข็ง

แล้วข้างในเข้มแข็งไหม?
เอ๋ : มันก็ไม่หรอก มันขึ้นไม่ว่าใครมันก็ต้องอ่อนแออยู่แล้ว แต่ว่าเราต้องยืนให้ได้

เห็นพี่เอ๋ ส่งกำลังใจ โดยการไม่ทิ้งห่างพี่เมฆเลย ถึงแม้ขณะนอนอยู่ที่โรงพยาบาล แผลพี่เมฆเต็มตัวเลย พี่เอ๋ก็ขึ้นไปนอนบนเตียงกับพี่เมฆ รู้เลยว่าไม่ว่ายังไงก็รักหมดหัวใจ?
เมฆ : ไม่หรอกเขาก็เหมือนพยายามปลอบใจ พยายามจะเข้ามานอนกอดเรา เราก็รู้นะว่าเขาจะกอด ลูกก็เหมือนกัน แต่บอกเขาค่อยๆ กอดนะ

คือมันเจ็บเลย?
เมฆ : แผลเต็มตัวเลย คือถ้ากอดก็ค่อยๆ นะ ลูกเหมือนกันบ้างทีเขาไม่เข้าใจว่ากอดแล้วเจ็บ แผลมันฉีก ต้องระวังมาก ลูกสาวลูกชายเคยกอดทุกวัน ก็สงสารลูก ลูกจะคิดยังไง รู้สึกแย่มาก คนจะกอดแล้วมันกอดไม่ได้ คนมันเครียดอยู่ พอคนจะมากอดก็อยากให้กอดแต่มันเจ็บ

แล้วตอนนั้นคุยกับลูกยังไงให้เข้าใจว่าเจ็บ?
เมฆ : ก็บอกลูกว่า ปะป๊าไม่สบาย ปะป๊าเป็นแผลมันเจ็บ อย่าเพิ่งกอดนะ ไว้ปะป๊าหายค่อยกอดนะ ช่วงนี้อย่าเพิ่งนะ มันเจ็บจริงๆ

แล้วเวลาเด็กๆ เห็นแผลของพี่เมฆ เด็กๆ ว่ายังไงบ้างคะ?
เมฆ : จริงๆ ไม่กล้าถามเลยนะ เขาก็มายืนมองที่กระจก ไม่รู้จะถามยังไงดี เขาก็ช่วยกันสองคนเอาสำลีชุบยามาแปะๆ ตามแผล ทั้งตัวผมเลย ลูกๆ ก็ไม่ได้รังเกียจนะ ค่ารักษาก็เกือบล้าน ตอนนี้อาการประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว

มีหมอดู หมอผี แนะนำมาเยอะเลย แต่ส่วนใหญ่เขาจะบอกว่าโรคกรรม?
เมฆ : ครับ เขาบอกโรคกรรม ต้องบวช 9 วัน คุณต้องไปขอขมาตรงนู้น ตรงนี้ คุณเป็นพม่า คุณฆ่ากษัตริย์ไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่โทรมา คนที่เมนต์มา ผมคิดว่าเขาหวังดีพยายามให้ผมหาย แต่ผมทำอะไรไม่ได้ตอนนั้นผมอยู่โรงพยาบาลจะให้ผมไปบวชก็ไม่ได้ จะให้ผมไปทำอะไรข้างนอกไม่ได้เลย แต่มีอยู่สายหนึ่งเขาโทรศัพท์มา พอรับปั๊บเขาบอกว่า คุณต้องไปหาถ่านหุงข้าวบดให้ละเอียด แล้วฉี่ใส่แล้วดื่มเข้าไปแล้วทาเข้าแผล หายแน่นอน เชื่อฉัน ผมถามว่าคุณทำมาแล้วใช่ไหม ใช่ฉันทำมาแล้วกับหมา กับแมว มันหายจริงๆ ผมก็อึ้งไปพักหนึ่ง

แต่ก็มีบางคนบอกว่านี่คืออาถรรพ์ของย่านาค?

เมฆ : มากกว่าย่านาคก็มี นี่ชื่อที่ผมไปเปลี่ยนมาเขาบอกว่าไม่ดี ต้องไปจุดธูปเนี่ยเมียก็ไปทำ พอมีคนทักเรื่องย่านาคเมียก็ไปไหว้ย่านาค คือใครทักมาก็ทำทุกอย่างที่ทำได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อินฟราฟัน : เปิด4เลน/คุมรถบรรทุก : นายขันตี
บทความถัดไป‘ฟัน’ บริษัทรับเหมาทิ้งงานก่อสร้างโครงการระบบระบายแม่น้ำตรัง 600 ล้านบาท