ฮิโรชิ ฟูจิ ศิลปินชาวญี่ปุ่นผู้สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปะ Jurassic Plastic ซึ่งกำลังจัดแสดงผลงาน ด้วยความร่วมมือกันของ เจแปนฟาวน์เดชั่นกรุงเทพ และ ช่างชุ่ย ครีเอทีฟพาร์ค ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม ที่ช่างชุ่ย บอกว่า สมัยที่เขาเกิดมาในปีพ.ศ. 2503 นั้น พลาสติคยังไม่เข้ามาในชีวิตของผู้คนมากนัก หากเมื่อเวลาผ่านไป พอหันมามองรอบตัวอีกที “ผมก็รู้สึกว่ารอบตัวเรามีพลาสติกเยอะจังเลย แล้วมันเกิดความรู้สึกผิดแปลกในใจ”
“คือก่อนหน้านี้เราอยู่ในโลกที่เป็นธรรมชาติ พอมีพลาสติก จริงอยู่ที่มันเป็นวัสดุที่น่าสนใจ และสร้างความสะดวกสบายให้เยอะขึ้นมากกับชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงความอันตรายบางอย่าง เพราะมันย่อยสลายไม่ได้”
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ ‘เริ่มรู้สึก’ “ก็ไม่เชิงว่าจะตระหนักรู้ถึงปัญหา” เขาว่า
“เพียงแต่รู้สึกเอ๊ะ! ขึ้นมาในใจ ว่าที่เป็นแบบนี้มันดีรึเปล่า”
ดังนั้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2540 เป็นต้นมา เขาจึงเริ่มจากเก็บขยะพลาสติกที่ใช้กันเองในครอบครัว ก่อนจะขยายไปสู่คนรอบข้างว่า ถ้าใครมีขยะพลาสติกอะไรก็เอาให้เอามาเก็บไว้ที่เขา แทนที่จะนำไปทิ้ง ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นโครงการ คาเอโกะ บาซาร์ ให้เด็กๆนำของเล่นเก่าของตัวเองมาแลกของเล่นมือสองชิ้นใหม่กลับไป ผลจากการนี้ทำให้เขาพบว่า มีของเล่นที่ถูกแลกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ยกเว้นก็แต่ชิ้นที่แตกหัก พัง และของเล่นที่ได้จากร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดซึ่งมักถูกผลิตเป็นจำนวนมากเท่านั้นที่ไม่มีใครมาแลกไป
ปัจจุบันปริมาณของเล่นที่เขารวบรวมได้ แยกเฉพาะที่ทำจากพลาสติกก็มีอยู่มากกว่า 50,000 ชิ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าของที่ผลิตจากพลาสติเหล่านั้นเมื่อถูกทิ้งขว้างจะเป็นขยะจำนวนมหาศาล และเมื่อน้ำท่วมมันก็จะถูกกวาดลงทะเล ทำให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ทะเลตามมา
สำหรับผลงานประติมากรรมรูปไดโนเสาร์ที่เกิดขึ้นจากการนำของเล่นพลาสติคเหล่านั้นกว่า 50,000 ชิ้น จากประเทศญี่ปุ่นและไทยมาประกอบร่าง คนทำบอกว่า ไม่ได้วางเป้าหมาย หรือคิดว่าตัวงานจะต้องมีอิทธิพลต่อใคร อย่างไร
“ผมรู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรขนาดที่จะไปบอกอะไรใครได้” ฮิโรชิ โยจิ บอก
อย่างไรก็ดีในความเห็นของเขาตอนนี้เรื่องขยะจากพลาสติคถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ และการที่หลายๆคนออกมาพูดถึงเรื่องนับว่าเป็นเรื่องที่ดีทีเดียว

“ตราบใดที่เราสร้างความตระหนักรู้ ว่าเราจะไม่เพิ่มขยะ จะไม่ปล่อยให้ขยะลงสู่ทะเล เพิ่มความตระหนักรู้ว่าสิ่งที่เราใช้ เราควรจะเก็บรวบรวม แล้วนำกลับมาทำอะไรโดยที่ไม่ปล่อยมันออกไป ยังไงก็มีผลดี”
“ขณะเดียวกันมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องเฉพาะบุคคล แต่เป็นเรื่องของโรงงานที่ผลิตออกมาด้วย ว่าเขาจะเปลี่ยนการผลิตให้เป็นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ไหม”
“การที่คนที่มีอิทธิพลอย่างดารา นักร้อง หรือใครก็แล้วแต่ออกมาพูดเรื่องนี้ ก็สำคัญเหมือนกัน เพระว่าเสียงเหล่านี้จะไปช่วยกระตุ้นโรงงานหรือผู้ประกอบการให้เปลี่ยนแปลงการทำงานของเขา มันสำคัญที่จะไปด้วยกันทั้งคู่ ผมเชื่อว่าภายใน 5-10 ปีนี้ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอน”
หลังจบนิทรรศการ Jurassic Plastic ที่กำลังเปิดให้ชมทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา13.00 – 22.00 น. (ปิดวันพุธ) และเสาร์และอาทิตย์ 11.00 – 22.00 น. ฮิโรชิ ฟูจิ บอกว่าเขายังไม่แน่ใจว่าผลงานชิ้นต่อไปจะออกมาในรูปแบบไหน ที่บอกได้ก็เพียง “ผมยังตื่นเต้นและยังอยากทำเกี่ยวกับของเล่นพลาสติกต่อ”
“อยากค้นหาว่าเราจะสามารถเก็บรวบรวมของเล่นที่เป็นพลาสติกไปได้อีกมากมายขนาดไหน”
…..
ญานิกา วงษ์แก้ว


