ไม่ได้มีแค่มุมสนุกสนาน อาย กมลเนตร กับโปรเจ็กต์ พลังบวก

“โหยหาการออกกองที่มีพลังแบบนี้” นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ อาย-กมลเนตร เรืองศรี บอกให้ “มติชน” ฟัง เกี่ยวกับการตัดสินใจรับบท “ยิหวา” ในซีรีส์ สู้ตายนายกระจับ ที่กำลังออนแอร์อยู่ใน Line TV

ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วขยายความว่า ที่พูดอย่างนั้นเพราะเคยมีโอกาสทำงานกับ ปัฏฐา ทองปาน ผู้กำกับ รวมถึงทีมงานภาพดี ทวีสุข มาแล้ว และติดใจ เมื่อได้รับการติดต่ออีกครั้งเลยไม่ต้องคิดมาก

แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะ “มันสนุกมาก…รักทุกคนในนี้ เหมือนคนบ้าที่มารวมตัวกัน” เจ้าตัวเล่าพลางหัวเราะ หัวเราะเหมือนที่เป็นมาทุกวันระหว่างถ่ายทำ

“เราเป็นจุดอ่อนมากๆ ในกอง เพราะเดี๋ยวๆ ก็ขำอีกแล้ว มันตลกมากจริงๆ ในความรู้สึก” นี่อายเล่า ก่อนเข้าสู่โหมดสารภาพว่า ด้วยเหตุนั้นในบางฉากเธอจึงต้องเทคไปเกือบๆ 10 ครั้ง

สำหรับซีรีส์ที่พูดถึงเรื่องราวของ ‘โน้ต’ ชายหนุ่ม ซึ่งไม่คิดจะสู้คน แต่กลับต้องมาต่อยมวยด้วยความจำใจ แถมดันบังเอิญไปใส่กระจับนักมวยเก่าๆ ซึ่งไม่มีที่มา แต่กลายเป็นว่าทุกอย่างบานปลายไปกันใหญ่นั้น งานนี้แม้เธอซึ่งเป็นนางเอกจะไม่ต้องขึ้นเวทีมวย แต่ก่อนถ่ายทำก็ยังต้องไปเรียนต่อยมวยด้วย เพราะ “ในเรื่องเราต้องต่อยกับนักเลง เพื่อปกป้องพระเอก” พระเอกซึ่งรับบทโดย มาร์ช จุฑาวุฒิ ซึ่งจะว่าไปอายก็ว่าโชคดีมากที่ระยะหลังๆ เธอใช้เวลากับการออกกำลังกายไปไม่น้อย เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะชวดงานสนุกๆ ชิ้นนี้ก็เป็นได้

นอกเหนือจากความสนุกสนานกับงานในวงการแล้ว ในชีวิตจริงอายบอกว่าเธอกำลังสนใจเกี่ยวกับการเดินป่า ด้วยหลังจากมีโอกาสได้ไปร่วมกิจกรรมเดินป่ากับโครงการ ‘เดินทางพ่อ’ เดินตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่อ่างขางแล้วรู้สึกได้แรงบันดาลใจ

“ตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะไม่ทิ้งสิ่งนี้”

“คือพอได้ไปเห็น ไปเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการหลวง เห็นการทำงานของพระองค์ท่านที่เปลี่ยนภูเขาหัวโล้นให้กลายเป็นป่า เห็นวิธีการดิวกับชาวเขาที่ตอนนั้นทำไมถึงปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย ทำให้อยากไปต่อ”

ขณะเดียวกันการได้รับรู้ถึงสภาวะโลกร้อน การได้รู้จักกับคนทำงานเกี่ยวกับป่า รวมถึงการตัดสินใจเป็นอาสาสมัครไปปลูกป่าที่เชียงดาว ซึ่งทำให้ “ได้เห็นถึงจิตวิญญาณของคนที่รักป่า รักธรรมชาติมากๆ” ก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจว่าจะพาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมกับการนี้

“เราเป็นคนเมือง ที่ผ่านมากับคนที่อยู่ในป่ามันไม่ถูกคอนเน็กต์กัน แต่วันนี้เราอยากไปคอนเน็กต์มากๆ แล้วรู้สึกว่าที่นี่คือที่ๆ เราแฮปปี้ แล้วก็ไม่อยากทิ้งไปอีก”

ดังนั้น ต่อไปถ้ามีโอกาสอะไรที่จะทำเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ได้ อายบอกเลยว่าเธอจะทำ

ขณะเดียวกันก็ยังมีแผนจะระดมเงินสำหรับสนับสนุนการวิจัยวัคซีนเพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยที่มาของเรื่องนี้เจ้าตัวเล่าว่า มาจากการที่คนใกล้ชิดอย่างแฟนคลับของเธอป่วยด้วยโรคดังกล่าว ซึ่งคราวนั้นเธอคิดจะใช้วิธีร่วมบริจาคเงินค่ารักษา รวมถึงโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ

ถึงตอนนี้อายบอกว่าแม้แฟนคลับคนที่เธออยากช่วย เสียชีวิตจากโรคร้ายนั้นไปแล้ว หากกระนั้นเธอความคิดในการอยากช่วยคนป่วยก็ยังมีอยู่ ล่าสุดจึงเกิดเป็นโปรเจ็กต์จัดคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้มอบให้สถาบันวิจัยมะเร็งของจุฬาฯ ที่กำลังวิจัยหาวัคซีนที่จะสามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันผู้ป่วย เพื่อให้สู้กับมะเร็งได้

อายซึ่งออกตัวว่าอันที่จริงแล้วไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานแบบนี้ แต่โชคดีที่ทุกคนซึ่งเธอไปคุย ไปขอความร่วมมือล้วนยินดีที่จะเข้าร่วม จน “ตอนนี้ก็เป็นรูปเป็นร่าง” เป็นคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 10 เดือนตุลาคม ณ ลานลิฟต์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

“จริงๆ ก็รู้นะคะ ว่าการทำแชริตี้คอนเสิร์ตมันมีมาเยอะมากๆ แล้วของเราไม่ได้ใหม่เลยที่จะทำ แต่ว่าถ้าได้เงินมา แล้วนำไปช่วยเป็นทุน และการวิจัยวัคซีนตัวนี้คิดค้นได้สำเร็จ มันก็เป็นข่าวดีสำหรับคนที่เป็นโรคมะเร็งมาก เพราะเราอาจจะหายจากโรคได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งเรื่องนี้ถ้าเราอยู่ๆ จะพูดไป อาจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับคนที่ไม่ได้อิน เลยยังไม่พูดถึง แต่จะใช้เสียงเพลงนำไปก่อน”

“ถ้าคุณมาก็จะได้ฟังเพลง อาจจะอยากทำบุญนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ได้เป็นส่วนหนึ่งที่เริ่มทำอะไรแบบนี้”

“มาจอยกันนะ”

“มันเป็นพลังงานที่ดีมากๆ อยู่แล้ว”

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สมเด็จพระสังฆราช’ มีรับสั่ง คพ. หารือ พศ.จัดการมลพิษในวัดทั่วปท.
บทความถัดไป‘บอร์ด ก.ค.ศ.’ เห็นชอบตั้ง ‘การุณ’ เป็นผู้แทน ก.ม.จ. ‘ณัฏฐพล’ นัดถก ‘คูปองครู’ สัปดาห์หน้า