จากกรณีข่าวฮือฮา “เอ พศิน เรืองวุฒิ” ออกมายอมรับว่าได้ตัดสินใจหย่าภรรยาสายฟ้าแล่บ “แตงกวา จิราพร เรืองวุฒิ” อ้างแก้เคล็ด เหตุกำลังจะสร้างวัตถุมงคล หวั่นเกิดความสูญเสียในครอบครัว จนทำให้เกิดคำวิจารณ์ว่าสาเหตุเป็นเพราะมีการนอกใจกันหรือเปล่า
ล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 30 ส.ค. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.45 น. – 14.25 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ พศิน และภรรยา ที่พร้อมออกมาชี้แจงทุกเรื่อง
หย่ากันทำไม?
เอ : “มันเป็นเรื่องความเชื่อบางอย่าง จริงๆ เราไม่อยากเปิดเผยว่าเราจดทะเบียนหย่ากันแล้ว แต่จริงๆ ก็ปิดไม่ค่อยได้ ผมพอเริ่มมาสายพญานาค สายญาณ มีประสบการณ์พิเศษเกี่ยวกับองค์พญานาคที่นับถือมากมาย เรียกว่าอาทิตย์ต่ออาทิตย์มีเหตุกาณณ์แปลกๆให้เราได้คิดและวิเคราะห์ เริ่มสัมผัสได้มากขึ้น”
หย่าเนื่องจากเรื่ององค์พญานาคมาเกี่ยว?
เอ : “เป็นเรื่องความเชื่อที่เราคิดว่ามีผลต่อสิ่งแวดล้อมของเรา คนรอบข้าง เรากำลังจะช่วยวัดๆ นึงที่พิษณุโลก วัดตาลสุวรรณ เป็นวัดที่ถูกปล่อยรกร้าง มีพระอุโบสถเก่าที่สร้างไม่เสร็น เป็นวัดที่ไม่มีรั้ว มีกัลยาณมิตร และแตงกวาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง”
ทำไมถึงเชื่อเรื่องพญานาค?
เอ : “มันลึกไปถึงเรื่องภพภูมิ ที่เราอยู่ เราเรียกวิมานคงดิน กับอดีตชาติที่ผมรับทราบมามากมาย จากสายฌานที่เขาสื่อสารมา ผมไม่ได้ทราบด้วยตัวเองนะ ผมเริ่มปฏิบัติ ถือศีล เริ่มเขียนภาพพยานาคไดั อยู่ดีๆ ก็เขียนได้ โดยที่เราไม่ได้จบมาจากจิตรกรรม คนเห็นภาพพญานาคเจ้าปู่เจ้าย่าสัมผัสพลังงานได้ ตัวเราบางทีเข้าไม่ถึงด้วยซ้ำไป คนที่เขาเข้าไปลึกๆ ในสายญาณ เขาเชื่อว่าจะมีวิบากกรรมเรื่องความรัก รักไม่สมหวัง พลัดพราก ซึ่งความารักไม่ใช่แค่สามีภรรยา เรารักอะไร รักครอบครัว กิจการ พ่อแม่ หรือลูกก็ตาม พอเราจะสร้างบุญวัดต่างจังหวัด การสร้างสิ่งมงคลเป็นเรื่องซีเรียส ถ้าบุญบารมีไม่ถึง ก็จะมีวิบากกรรม มีบททดสอบ ไม่จากเป็นก็จากตาย ตรงนี้ทำให้รู้สึกว่าเราจะแก้ยังไง แต่เราก็อยากช่วยวัด ทางเดียวที่จะช่วยวัดต้องสร้างวัตถุมงคล”

ทำไมถึงเชื่อเรื่องพญานาค มีคนบอกคุณเป็นพญานาคมาก่อน หรือพญานาคเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตคุณ?
เอ : “ที่พี่หนุ่มพูดมาทุกประเด็นเกี่ยวข้องหมดเลย ถ้าเราเชื่อเรื่องภพชาติ เราจะมีการเวียนว่ายตายเกิดมากมาย เชื่อว่าเคยเป็นพญานาค เคยมีวิบากกรรมเรื่องความรักมาก่อน”
ไม่กลัวคนด่าว่าเหรอ?
เอ : “ไม่กลัว คนที่เชื่อสิ่งเดียวกัน บูชาองค์พญานาคมีเป็นล้านคนในและนอกประเทศ แค่หนึ่งคนถ้าเราสื่อสารกันได้รู้เรื่อง เราไม่สามารถทำให้ทุกคนศรัทธาสิ่งเดียวกันได้”
อะไรทำให้เชื่อว่าคุณเกี่ยวข้องพญานาค?
เอ : “ของผมมีการเข้าถึงด้วยจิตใจและความศรัทธา ผมไม่เคยเห็น แต่เวลาเขียนภาพเหมือนเราอยู่อีกโลกนึงแล้วมือมันก็ไปเอง โดยไม่ต้องลบ”
สามีเชื่อเรื่องพญานาค คุณเชื่อมั้ย?
แตงกวา : “แรกๆ ที่เขามาทัก เปิดไพ่ดูว่าเรามีอะไรเกี่ยวข้องพญานาค หนูก็เป็นเด็กยุคใหม่ ไม่เชื่อ พญานาคคืออะไรวะ จนวันนึงเราฝันเห็นพญานาค และได้สัมผัส ฝันเห็นพญานาคเลยค่ะ ฝันว่าเขาเลื้อยมาแล้วจะฉก เราก็เฮ้ย หนูทำอะไรผิด สักพักก็กลายร่างเป็นหนุ่มหล่อแล้วเข้ามากอดเรา ว่าหนีเรามาทำไม ทำไมไม่อยู่กับเรา หลังตื่นก็โอ้ อะไรวะ เพราะหนูพูดตั้งแต่ตอนเปิดไพ่ว่าเป็นไปไม่ได้”
หย่าแก้เคล็ดอะไร?
เอ : “เรื่องความรักไม่ใช่แค่สามีภรรยา เรารักในสิ่งใด รักธุรกิจ เราโฟกัสมากที่สุดเขาจะมีบททดสอบ เพื่อให้เราปล่อยวาง อยู่กับตัวเอง และดึงเข้าหาการปฏิบัติ ไม่ว่าจะถือศีล สมาธิ สร้างบุญบารมีอะไรต่างๆ นานา ต้องได้อยู่กับตัวเอง”

คุณบอกกำลังจะสร้างเหรียญนำรายได้ไปทำบุญ คุณเลยวาดรูปพ่อปู่ศรีสุทโธ กับแม่ย่าปทุมมาขึ้นมา ทำไมถึงวาด?
เอ : “ผมรู้สึกอยากให้คนที่ไหว้ท่านได้บูชาพระพักตร์จริงๆ ผมก็อธิษฐานจูดธูป 16 ดอก ปักลงดิน ขอให้เห็นภาพปู่ เพื่อที่จะเขียนภาพ ผมไม่เห็น แต่แตงกวาสัมผัสได้ ท่านไปเข้าฝัน”
แตงกวา : “เห็นแค่ซีกเดียว ตรงดวงตากับคิ้ว ทีแรกมาแค่ดวงตากับคิ้ว สักพักเริ่มซูมเข้ามา จนเห็นครึ่งหน้า ก่อนหน้านี้พี่เอไม่รู้จะวาดยังไง เพื่อให้เป็นปู่ ทำอะไรไม่ออก ก็ไปปักธูป แล้วคืนนั้นหนูก็ฝันเลย แล้วมาเล่าพี่เอว่าคิ้วดกๆ หน่อยนะ ตาดุๆ แต่อบอุ่น จมูกโด่งๆ แล้วบานๆ หน่อย ปากหนวดประมาณนี้”
ยังรักอยู่มั้ย?
แตงกวา : “ความรักยังมีให้กัน เขาเป็นพ่อของลูก เป็นความเมตตากันและกัน”
เอ : “เหมือนใจบวชไปแล้วทั้งคู่”
สรุปหย่าแก้เคล็ด ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว รักกันมั้ย ก็บอกว่าใจบวชไปแล้ว?
เอ : “เรื่องความรักเป็นเรื่องความเสน่หา เป็นเรื่องการครอบครองเป็นเจ้าของ อะไรก็ตามฉุดรั้งเอาไว้ ตอนนี้เป็นเรื่องความเมตตา เรามีลูก เรามีหน้าที่ต้องดูแลลูก มีภารกิจหลายอย่างต้องทำ เหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
ยังรักกันอยู่มั้ย?
แตงกวา : “รักค่ะ ในฐานะเขาเป็นพ่อของลูก”
ฐานะสามี?
แตงกวา : “ต้องตัดออกก่อนเลย ถ้ายังผูกพันทุกอย่างจะไม่สำเร็จในการณ์ข้างหน้า”
เอ : “เขามีคววามเชื่อสูงมากเรื่องความศรัทธา จะช่วยวัดทำบุญก็ตั้งใจมาก เป้นการตัดสินใจของเขา ก็ให้ความเคารพ ส่วนเรื่องความรักความเมตตาก็มีอยู่แล้ว”
ก็แยกกันอยู่เลย?
แตงกวา : “ก็ไปมา”
เอ : “เขาเป็นแม่อายุน้อย มีความฝัน มีโปรเจกต์เขาเยอะมาก มาคุยกับเราในฐานะแม่ที่ดูแลลูกเขาไม่สามารถทำได้ เราก็คุยกันว่าถ้าทำโปรเจกต์นี้ชีวิตจะเปลี่ยนไปยังไง”
เฮิร์ตมั้ย?
เอ : “แรกๆ ก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเป็นแม่ถึงอยากทำโครงการมากมาย แตเมื่อเราคุยแบบเปิดใจก็เข้าใจเขา ดีกว่าเราห้าม ชีวิตเราต้องได้ลองใช้ เพราะเป็นชีวิตเขา”
ต่อไปในอนาคต หลังทุกอย่างเสร็จสิ้น จะกลับมาจดทะเบียนกันอีกมั้ย?
แตงกวา : “เรื่องทะเบียนไม่สำคัญ ทุกวันนี้ไม่จดทะเบียนก็อยู่ด้วยกันได้ดีเหมือนเดิม เรายังกลับมากินข้าว พาลูกไปเที่ยวเหมือนเดิม มีความสุขแฮปปี้ดี ตรงนั้นเป็นอนาคตเรามองไม่เห็นอยู่แล้ว บางทีเราก้าวไปข้างหน้าเหยียบอะไรไปก็ยังไม่รู้เลย เป็นสิ่งไม่แน่นอน”
เอ : “เหมือนหลักธรรมหนึ่ง ทุกอย่างเเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีอะไรแน่นอนในโลก อนาคตคือ 1 นาทีถัดจากนี้ ความคิดเราอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้”
แตงกวา : “ซึ่งเหรียญอันนี้จะเสร็จหลังออกพรรษา”
เอ : “น่าจะเดือนตุลา”

