‘ตุ้ย ธีรภัทร์’ ตอบชัดสาเหตุหย่าภรรยา ‘แอนนา นาตาชา’

1.09.19 | 18:23 น.

หลังจากที่มีข่าวลือหนาหูว่า ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล เลิกรากับภรรยา แอนนา นาตาชา เปลี่ยนวิถี จนผู้จัดการส่วนตัวก็ออกมายอมรับว่าทั้งคู่ได้จดทะเบียนหย่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ ตุ้ย ธีรภัทร์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยยอมรับว่าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง

ก็เป็นความจริงครับ

ข่าวว่าหย่าได้4-5 เดือนแล้ว

ก็โดยประมาณนั้นครับ

เห็นบอกว่าแยกกันอยู่

Advertisement

ก็ก่อนหน้านั้นสักพักใหญ่แล้วครับ

ตลอด2 ปีที่ผ่านมามีข่าวมาตลอดว่าเตียงหักคือเรื่องจริงใช่มั้ย

เตียงไม่ได้หักครับ(หัวเราะ) ก็คงจะเหมือนชีวิตคู่ของหลายๆคนแหละครับมันก็คงจะมีทั้งราบรื่นบ้างมีปัญหาบ้างครับก็ใช้คำว่าค่อนข้างจะเป็นช่วงที่จะปรับตัวเข้าหากันแล้วก็ทำให้มันดีขึ้นแต่ว่าก็คงจะมาถึงจุดที่เราทั้งสองคนเห็นตรงกันแล้วก็ตัดสินใจกันด้วยเหตุและผลที่จะเปลี่ยนสถานะครับ

สาเหตุหลักๆในการหย่า

คงจะเป็นเรื่องของทัศนคติแล้วก็เรื่องของมุมมองในการใช้ชีวิตที่อาจจะไม่สอดคล้องกัน

อายุที่ห่างกัน5 ปีนี่มีส่วนไหม

ไม่เกี่ยวครับผมไม่เชื่อว่าในมุมของอายุมันจะมีผลแต่ผมเชื่อว่ามันคงเป็นที่ความคิดและมุมมองชีวิต

เรื่องลูกตกลงเรื่องดูแลกันไว้ยังไง

หลักๆก็อยู่ที่แอนนาแต่ว่าก็อยู่ไม่ไกลกันหรอกครับ

มีข่าวลือว่ามีมือที่3

ไม่มีแน่ๆครับ

แล้วที่ผ่านมามีสาวๆแวะเวียนเข้ามาทำให้แอนนาเข้าใจผิดบ้างไหม

ไม่มีหรอกครับเพราะว่าที่ผ่านไม่คิดว่าประเด็นนี้จะมีผลอะไรทั้งสิ้นในการตัดสินใจ

ที่บอกว่าทัศนคติไม่ตรงกันอันนี้รู้ตัวเมื่อไหร่ว่าไม่เหมือนเดิมแล้ว

มันก็คงจะเป็นระยะๆเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เวลามีความคิดเห็นมุมมองในเรื่องต่างๆก็ใช้เวลาปรับตัวเพื่อจะดำเนินต่อแต่ในที่สุดก็มาถึงจุดที่เราตัดสินใจตรงกัน

ในวันที่ตัดสินใจว่าจะแยกทางกันมันมีความลำบากใจมากน้อยขนาดไหนเพราะเราก็อยู่ด้วยกันมานาน

อืมก็แน่นอนครับมันก็ต้องเป็นความเสียใจผิดหวังอยู่แล้วเพราะว่าจุดเริ่มต้นมันการสร้างครอบครัวมันก็ต้องเกิดจากความตั้งใจที่ดีความรู้สึกที่ดีๆครับถ้ามันถึงช่วงหนึ่งของชีวิตของเส้นทางที่ดำเนินมาแล้วมันไม่สามารถไปต่อได้ก็ต้องยอมรับความจริงแล้วก็คุยกันว่าเราจะตัดสินใจที่จะเปลี่ยนฐานะเปลี่ยนบทบาทเป็นคุณพ่อและคุณแม่ที่จะดูแลลูกที่น่ารักต่อไปครับ

ใครเป็นคนเริ่มต้นตัดสินใจแยกทาง

มันไม่มีใครเริ่มต้นครับมันไม่มีจุดเริ่มต้นมันไม่ใช่ฉากหนังเพราะฉะนั้นมันจะผ่านการพูดคุยกันแล้วก็ยอมรับในธรรมชาติของกันและกันมากกว่า

ลูกชายเรารับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นไหมเราอธิบายเขาอย่างไร

อืมถามถ้าตอนนี้คือไม่ทราบหรอกผมไม่ทราบว่าเขาเข้าใจหรือไม่เข้าใจเพราะว่าในมุมเราเราก็มองว่าเขาก็คงต้องเข้าใจในวันหนึ่ง

มันจะต้องมีการตั้งคำถามเกิดขึ้นเพราะว่าปกติลูกจะเห็นพ่อแม่อยู่ด้วยกันแล้ววันหนึ่งกลับไม่ได้เห็นแล้วเราเตรียมคำตอบนี้ไว้อย่างไร

ไม่ต้องเตรียมครับผมเชื่อว่าลูกผมก็คงจะมีสัญชาตญาณในการปรับตัวและเข้าใจด้วยเซ้นส์ของเขา

เรากังวลไหมเพราะลูกยังเด็กเราจะประคับประคองลูกอย่างไรต่อไป

คือผมเชื่อว่าความรักระหว่างความเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยังเหมือนเดิมผมเชื่อว่าความรักเหล่านี้เขาสามารถรับรู้ได้ในความเป็นลูกแต่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนจะเป็นลักษณะไหนผมเชื่อว่าผมคงตอบวันนี้ไม่ได้นะครับแต่ผมแค่เชื่อว่าด้วยความรักของเราทั้งสองคนที่ยังพร้อมจะดูแลเขาต่อเขาก็น่าจะมีพลังในความรักของพ่อแม่ในการที่จะเติบโตไปในโลกที่หมุนเร็วมากและปรับเปลี่ยนเร็วมากได้อย่างแข็งแรง

ก่อนที่เราจะออกมาให้สัมภาษณ์แอนนารับทราบแล้วใช่ไหม

ก็คุยกันว่าในแนวทางนี้ก็คงจะถึงจุดที่อาจจะต้องชี้แจงว่าสถานการณ์เป็นยังไงก็เข้าใจตรงกัน

เสียดายเวลา11 ปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันมั้ย

เสียดายอยู่แล้วครับแต่ถามว่าเสียดายแล้วเราต้องเดินต่อมั้ยเราก็คงจะต้องเดินต่อ

หลังจากนี้วางแผนชีวิตต่อไปยังไง

เอาตรงๆเลยนะครับยังไม่ได้วางแผนอะไรทั้งสิ้นเพราะคิดว่าเราอยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้ดีที่สุดครับหายใจลึกๆฮึบและเดินต่อไป

ยังทำงานในวงการบันเทิงเหมือนเดิม

ในส่วนงานบันเทิงยังทำต่อเนื่องครับ

นอกจากข่าวลือเรื่องมือที่สามแล้วมีคนมองว่าเราเลิกกันเพราะเรื่องธุรกิจเกี่ยวกับการล้มละลายยึดทรัพย์

คือเรื่องธุรกิจมันเป็นปัญหาที่ค่อนข้างละเอียดซับซ้อนนะครับถามว่าเกี่ยวกับเลิกมั้ยไม่เกี่ยว

เป็นเรื่องของคนสองคนที่ไม่เข้าใจกันแล้ว

เป็นเรื่องของทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ไม่สอดคล้องกันมากกว่า

ถึงแม้จะเลิกกันแล้ววันนี้ยังรักแอนนาอยู่มั้ย

อืมก็รักในฐานะของเอ่อ.. ของความเป็นเพื่อนที่ดีการเป็นทีมเวิร์กที่ดีและการที่เราจะแชร์ความรักของเราไปให้ลูกของเราให้ดีที่สุด

ตอนนี้พอจะทราบถึงสภาพจิตใจของแอนนามั้ยว่าเป็นอย่างไร

แน่นอนว่าต่างคนต้องผ่านระยะเวลาของการเสียใจแต่ว่าก็คงจะเป็นระยะเวลาที่เราต้องปรับตัวและเดินต่อไปในทิศทางที่เราคิดว่าเหมาะสมที่สุด

หลังจากหย่ากันแล้วมีการตกลงเรื่องสินสมรสและสิทธ์ของลูกยังไง

ถ้ารายละเอียดตรงนี้ต้องขออนุญาตไม่ชี้แจงดีกว่า

เห็นว่าคุณพ่อ(บิ๊กหอยธวัชชัยสัจจกุล) ไม่ทราบเรื่องว่าหย่ากันแล้ว

พ่อผมก็อยู่อีกที่หนึ่งนะครับนานๆจะนัดกินข้าวกันทีท่านก็อายุมากแล้วก็เลยไม่อยากเอาเรื่องไม่สบายใจไปรบกวนจิตใจตอนนี้ก็คุยกับท่านเรียบร้อยแล้วท่านก็ว่าอ้าวหรอแล้วก็หัวเราะฮ่าๆคุณพ่อก็ให้กำลังใจตลอดในมุมของการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นวิกฤตไหนๆในชีวิตก็ตามมันก็เป็นธรรมชาติของชีวิตมนุษย์คงไม่มีอะไรดีเสมอหรือว่าร้ายเสมอไม่ใช่สุขอย่างเดียวหรือทุกข์อย่างเดียวทุกอย่างมันก็ปะปนกันไปเราก็แค่มีสติที่ดีและดำเนินชีวิตต่อไปให้สมดุลที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

รู้สึกโล่งสบายใจขึ้นมั้ยได้ออกมาพูดแล้ว

มันไม่เกี่ยวกับว่าวันนี้จะทำให้โล่งหรือพรุ่งนี้จะทำให้สบายนะมันก็คงจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่เราก็มองเห็นแล้วล่ะว่าถึงวันหนึ่งก็คงจะชี้แจงก็ให้ถึงเวลานั้นแล้วเวลานั้นก็คือวันนี้ถามว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน

ตอนที่มีข่าวใหม่ๆมีคนโทรมาหาเยอะไหม

ส่วนใหญ่จะอยู่ในกองแหละครับจริงๆ  เพราะเมื่อวานก็เพิ่งปิดกล้องไปส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในกองเลยไม่ได้ถือโทรศัพท์

ตอนนี้ทำงานได้ใช่ไหมมีสมาธิใช่ไหม

มีสติดีกว่ามีสติกกับทุกๆการตัดสินใจแล้วก็คงจะเห็นทางในการเดินต่อไป

ได้เห็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ออกมาบ้างไหม

อื้อเอาตรงๆเลยนะยังไม่ได้อ่านเพราะว่าเพิ่งปิดกล้องละครเมื่อคืนนี้(31 ..) นี้เอง

หลายคนมองในเรื่องของมือที่สามเรื่องของความเจ้าชู้

ไม่มีแน่ๆไม่มีๆ

ถ้าวันหนึ่งมีใครคนใหม่เข้ามากลัวไหมว่าจะถูกจับตามอง

อื้อผมว่ามันอยู่ที่มุมมองว่าธรรมชาติของเราเป็นยังไงแน่นอนว่าในแรงกดดันหรืออะไรต่างๆมันต้องมีเป็นปกติอบู่แล้วแต่ก็ต้องเรียนว่าในการทำงานมาเกือบ20 ปีแล้วก็มีทั้งเรื่องราวที่สุ่มเสี่ยงบ้างเรื่องราวที่น่ายินดีบ้างหรืออาจจะไม่น่ายินดีบ้างมันก็ปะปนกันไปแต่ถาม่ามันจะกระทบกับการตัดสินใจของเรามากน้อยแค่ไหนผมก็คิดว่าในที่สุดแล้วก็อยู่ที่ตัวเราอยู่ที่ใจเราด้วย

ยังสามารถเจอแอนนาพูดคุยกันได้ใช่ไหม

ถามว่าพูดคุยคือเราพูดคุยกันอยู่แล้วและจริงๆแล้วก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลกันมากมีความห่วงใยให้กันและกันตลอดเวลาเพราะยังไงก็ตามแล้วเราก็ยังอยากสื่อสารความสุขกับลูกของเราอยู่เพราะผมเชื่อว่าตรงนี้ก็ยังเป็นส่วนสำคัญอยู่เพียงแต่ว่าก็เปลี่ยนชุดความคิดสักนิดหนึ่งเปลี่ยนให้มันเดินไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

วางแผนการเป็นพ่อแม่ต่อจากนี้ไว้ยังไงต้องเปลี่ยนแนวทางไหม

ไม่ต้องวางแผงเพราะว่ายังดำเนินไปตามสถานการณ์ในปัจจุบันในฐานะของการเป็นพ่อแม่ไม่เปลี่ยนและจะไม่มีวันเปลี่ยนด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มุมมองชีวิตคู่เปลี่ยนไปไหม

กับตัวเองก็คงต้องกลับมาทำความเข้าใจกับตัวเองบ้างเพราะว่าวิกฤตครั้งนี้มันก็จะมีจุดที่เราต้องมองตัวเองวิเคราะห์ตัวเองว่าเราบกพร่องตรงไหนแล้วจะแก้ไขข้อบกพร่องได้ยังไงแล้วจะทำให้มีกำลังใจกลับมาเดินต่อมีพลังในการทำงานต่อได้อย่างไรมันก็ต้องกลับมาคิดถึงข้อบกพร่องตัวเอง

เราเป็นนักธุรกิจอาจจะทำงานหนักจนมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยหรือเปล่า

ในส่วนของเวลามันก็มีผลกระทบอยู่แล้วอาจจะโดยธรรมชาติเราเป็นนักกีฬาเวลาลงสนามก็เต็มที่แต่ถามว่าจะเปลี่ยนธรรมชาติของการทำงานเราได้ไหมมันก็ต้องไปคิดมันยากพิสมควร

แสดงว่ายอมรับว่ามีผลจริง

ยอมรับครับ

เคยคุยกันเรื่องนี้ด้วยใช่ไหม

ก็เคยมีครับ

พยายามที่จะปรับจูนเรื่องนี้ไหม

พยายามมาตลอดเรื่องเวลาก็จะเป็น1 ปัจจัยเหมือนกันที่มันก็อาจจะทำให้ไม่ราบรื่นนัก

อาชีพนักแสดงเวลาเลิกกองก็ไม่แน่นอน

อาชีพเป็นเรื่องหนึ่งแต่ธรรมชาติสไตล์การทำงานเราเป็นแบบนั้น

เรามองว่าการหย่าครั้งนี้ถือว่าเป็นคำตอบที่ดีแล้ว

ไม่ได้มองครับแต่ว่าเป็นเรื่องของการพูดคุยกันคุยกันด้วยเหตุและผลด้วยสติแล้วก็เอาอารมณ์วางไว้ข้างๆก็คงจะเป็นทางเลือกที่เห็นร่วมกันแล้วว่าน่าจะเหมาะที่สุด

อยู่ในจุดที่ไม่มีความสุขที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน

คิดว่าไม่ใช่ว่าไม่มีความสุขแล้วเดินต่อไม่ได้เพียงแต่ว่าถ้าเราไม่เปลี่ยนมันจะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมาใหม่

เวลา11 ปีไม่มากพอที่จะยื้อคน2 คนได้เลยหรอ

ผมไม่ได้มองในเชิงของตัวเลขเวลาเพราะผมคิดว่ามันไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เรามาพิจารณาในแนวนั้นผมมองในมุมของทัศนคติมุมมองการใช้ชีวิตต่างๆมันไม่สอดคล้องกันเท่านั้นเอง