หมอนิติเวชฯ มั่นใจ ‘ลัลลาเบล’ ไม่ได้ตายที่คอนโดฯ น้ำอุ่น

26.09.19 | 19:59 น.

ความคืบหน้ากรณีคดี ลันลาเบล หรือ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี เสียชีวิต พริตตี้สาว ซึ่งเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังรับงานเอนเตอร์เทนชงดื่มที่บ้านหลังหนึ่ง ก่อนถูกนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร พริตตี้บอย อายุ 25 ปี พริตตี้บอยอุ้มจากบ้านหลังดังกล่าวไปยังคอนโดมิเนียมส่วนตัว ก่อนแฟนหนุ่ม และเพื่อนสนิทจะตามมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งสังคมต่างคาใจช่วงเวลาการตายของลันลาเบล ว่าเกิดในช่วงเวลาไหนกันแน่ ระหว่างบ้านเกิดเหตุ ในรถ หรือคอนโดของน้ำอุ่น

ล่าสุด รายการโหนกระแสวันที่ 26 กันยายน โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผู้ดำเนินรายการผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทางช่อง 28 ได้สัมภาษณ์ นพ.กฤติน มีวุฒิสม แพทย์นิติเวชชำนาญการ กระทรวงสาธารณสุข และ เจมส์ หรือนายนิติธร แก้วโต ทนายความ มาพูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าว

อยากรู้ในฐานะแพย์นิติเวช มองแล้วสภาพลันลาเบล น่าจะเสียชีวิตเวลาประมาณไหน ยังไง?
กฤติน : “การจะบอกว่าเขาเสียชีวิตเวลาไหนต้องใช้ข้อมูลหลายอย่างประกอบ ตอนนี้ข้อมูลเท่าที่มี มีจากการตรวจศพ การแข็งตัวของศพ ซึ่งมันสามรถประเมินได้ว่า ณ เวลานั้น ศพน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณกี่โมง ต้องรวมกับไทม์ไลน์ต่างๆ ต้องรวบข้อมูลชุดอื่นด้วย”

หมอว่าระยะการตายเมื่อไหร่?
กฤติน : “เลขที่จะอ้างอิงเป็นเลขสมมุติ เพราะเราไม่รู้ไทม์ไลน์ที่แท้จริง อย่างแรกเลยสามารถใช้อะไรได้บ้างในการกะระยะเวลาการตาย อย่างแรกเลย ศพมีการแข็งตัว ถ้ามีการตรวจของแพทย์ตอนตีสาม พบว่าแข็งตัวเต็มที่ เราสามารถประเมินย้อนไปได้ว่าน่าจะเสียชีวิตประมาณ 15.00 -19.00 น.ถ้าดูจากข้อมูล มีข้อมูลกล้องวงจรปิดตอนที่อุ้มลงมา ตอนนั้นเห็นได้ชัดว่าศพแข็งตัวเต็มที่แล้ว ตรงข้อไหล่กับสะโพกแข็งแล้ว ที่ชัดเลยคือตอนอุ้มไปที่โซฟา แขนกาง ขากางหมดแล้ว อันนี้ค่อนข้างคิดว่าแข็งตัวเต็มที่แล้ว ในเมื่อพบการแข็งตัวของศพ ในทางปฏิบัติควรเอาข้อมูลสองชุดมาดูว่ามีช่วงคร่อมกันตรงไหนมันก็จะแคบลงมา เพราะฉะนั้นช่วงที่หนึ่งก็ 15.00-17.00 น.ทำให้มันใกล้เคียงที่สุด พอคนบอกว่าตอนนั้นยังคุยกัน เห็นว่ายังมีสติอยู่ ก็ตัดให้มันแคบลงไปอีก เหลือ 16.00 -17.00 น.ก็ทำให้มันแคบลง”

เรื่องที่เขาลากลันลาเบลไปคอนโดแล้วปัสสาวะราด?
กฤติน : “เรื่องปัสสาวะเล็ด หรือราดออกมาจากร่างกาย ไม่ได้บ่งบอกว่าเขายังเป็นสิ่งที่มีชีวิต ที่เขาบอกว่าลมปราณแตกซ่านทวารเปิดเป็นภาษาชาวบ้าน แต่ถ้าพูดง่ายๆ ปกติกระเพาปัสสาวะมีหูรูดที่คอยบีบอยู่ไม่ให้ปัสสาวะออกมาที่ท่อปัสสาวะ กรณีที่ร่างกายเสียชีวิตไปแล้ว การสั่งการจากระบบประสาท ที่มาสั่งการควบคุมหูรูด มันก็ไม่มีการสั่งการ มันอาจมีการที่หูรูดหย่อนได้ ยิ่งมีการเคลื่อนย้ายศพ เหมือนแบกอะไร มีแรงกดทับหน้าท้อง มันก็บีบกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะเล็ดออกมาได้ การที่ปัสสาวะเล็ดออกมาช่วงเวลาไหน ไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้บอกอะไรเลย”

Advertisement

ถ้าคิดว่าปัสสาวะราดตอนนี้ ต้องตายตอนนี้ก็ไม่ใช่?
กฤติน : “ถูกต้องครับ”

จุดที่ลัลลาเบลเสียชีวิตสำคัญกับคดีนี้มั้ย?
ทนาย : “สำคัญหลายๆ ส่วน ตั้งข้อกล่าวหาก็สำคัญ และจะมีส่วนไปในการแจ้งข้อกล่าวหาคนอื่น เบื้องต้นน้ำอุ่นใกล้ชิดศพ อาการผิดปกติต่างๆ น้ำอุ่นควรจะเห็นเป็นคนแรก”

เขาอ้างเขาแยกไม่ออก?
กฤติน : “ถ้าดูด้วยตาเปล่าก็แยกยากมาก ปกติถ้ายังไม่ตาย ก็สังเกตการหายใจ ว่ามีการเคลื่อนที่ เคลื่อนไหวของศพ แต่ถ้าคนไม่ได้สังเกต”
ทนาย : “ข้ออ้างเขาอ้างได้หมด แต่ศาลเชื่อหรือเปล่าอีกเรื่องนึง เพราะเท่าที่ดูจากข่าว ประมวลจากข่าว มีความผิดสังเกตหลายจุดที่วิญญูชนเห็นแล้วน่าจะเอ๊ะ อย่างกรณีการเมา ถ้าเมาปกติ เราไปแกล้งแหย่ก็จะมีอาการตอบโต้ แต่นี่คือหมดสติเลย การหมดสติอาจเกิดจากการเมาแล้วไม่เป็นอันตรายอย่างเดียวเหรอ มันไม่ใช่นะ การหมดสติอาจเกิดจากการช็อคก็ได้ ส่วนนี้มองว่าเป็นความประมาทของใครกันแน่ ตรงนี้แหละถ้าเกิดในบ้าน แล้วมีคนเห็นแล้วไม่แจ้งรถพยาบาล ไม่พาส่งโรงพยาบาล หรือแจ้งคนใกล้ชิดน้องให้มารับตัว อันนี้จะเป็นการประมาททำให้คนอื่นตายหรือเปล่า”

ห้าคนในงานก็โดน?
ทนาย : “ก็โดนนะ ถ้าตายในบ้าน แต่ถ้าตายในรถ น้ำอุ่นโดนเต็มๆ”

หนักมั้ย?
ทนาย : “ก็เอาแบบนี้ ใช้สิทธิอะไรเอาเขาออกมาจากบ้าน เขาไปรับงาน หลังเสร็จสิ้นเวลางาน คุณมีสิทธิอะไรเอาตัวเขาออกมา ไม่ว่าจะมีสติ หรือไม่มีสติก็ตาม แล้วมาเสียชีวิตตอนอยู่ในมือคุณ ที่กักขังหน่วงเหนี่ยว นี่คือที่ตำรวจตั้งข้อหา เพราะหลักฐานชัดที่สุด ด้วยการอุ้มเขาออกจากบ้าน”

ถ้าเขาพาศพไปคอนโด แล้วพามาที่โซฟา ถือว่าเคลื่อนย้ายศพมั้ย?
ทนาย : “ในมาตรา 199 ก็จะมีเจตนาเคลื่อนย้ายอำพรางศพ เพื่อปิดบังการตาย ปัญหาคือถ้าเขาต้องการซ่อนเร้นอำพรางศพ คงไม่โทรบอกญาติให้มาเอา สองเจตนาต้องรู้ก่อนว่าคือศพ ปัญหาคือเขาไม่รู้ไง ขนาดตอนเขาให้สัมภาษณ์ เขายังบอกน้องหายใจเฮือกสุดท้ายอยู่เลย เขาอ้างไม่รู้อย่างเดียว ก็ตัดมาตรา 199 ไปได้เลย ถ้ามีการล่วงละเมิดศพ ต้องรู้ว่าเป็นศพก่อนถึงจะมีความผิด”

กรณีพบแอลกอฮอล์ในเลือด 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงมั้ย?
กฤติน : “สูงจนทำให้เสียชีวิตได้ครับ”

ตอนเคลื่อนย้ายจากบ้าน ถ้าตรวจตอนนั้นปริมาณแอลกอฮอลล์จะสูงกว่า 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์มั้ย?
กฤติน : “ต้องบอกว่ากระบวนการดูดซึมจะสิ้นสุดเมื่อเสียชีวิต ถ้า 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และไม่มีการขับออก แสดงว่าตอนนั้นเสียชีวิตแล้ว ถ้าเป็นศพแล้วเราไปตรวจหลังจากนั้น 6-8 ชั่วโมง ไม่ได้ทำให้ผลต่างไป ถ้ารักษาสภาพศพอยู่ได้ ไม่มีการเน่านะ”

ตรวจตอนนั้นกับตรวจอีกวันจะเป็นไปได้มั้ยขึ้น 800 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์?
กฤติน : “ถ้าศพเน่าก็ขึ้นได้ แต่ไม่ได้ขึ้นเยอะ ไม่มีทางขึ้นไปถึง 800 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กระบวนการเน่าเพิ่มแอลกอฮอลล์ในเลือดได้ แต่ไม่ได้เพิ่มเยอะมาก ก็ต้องเข้าใจกระบวนการดูดซึม และการขับออก”
ทนาย : “ปกติร่างกายคนมีการขับแอลกอฮอลล์ออกอยู่แล้ว แต่พอเขาเสียชีวิตมันขับออกไม่ได้ มันก็หยุด”
กฤติน : “ดูกราฟดีกว่า นี่คือระดับแอลกอฮอลล์ที่สัมพันธ์กับอาการ 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ คือสลบ และเสียชีวิตได้เลย ตำราหลายเล่มก็สอดคล้อง การดื่มแอลกอฮอลล์หลายแก้วต่อเนื่อง ทำให้การดูดซึมระดับสูงสุดขยับไปได้นิดหน่อย แต่หลังดื่มแล้วมันดูดซึมระดับสูงสุดได้อย่างรวดเร็ว ระยะเวลานั้นแหละเป็นระยะเวลาตายในการอนุมาน จะรู้ได้ต้องอ้างอิงให้ได้ใกล้เคียงที่สุดว่ากินแก้วสุดท้ายเมื่อไหร่แน่ๆ ก็ต้องเป็นข้อมูลตำรวจที่ต้องไปสอบสวนยืนยันให้ได้มากที่สุด”

สมาร์ทวอทช์บอกเสียชีวิต 17.00 น.?
กฤติน : “ในมุมมองผม และหมอนิติเวช มันสามารถใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องเข้าใจกลไกการทำงานว่าแม่นยำแค่ไหน คลาดเคลื่อนมากน้อยแค่ไหน ต้องตรวจสอบจากกผู้ผลิต สองการบอกว่าจุดที่ชีพจรจับไม่ได้เป็นเวลาตายหรือไม่ มันดูไม่ได้ ต้องดูแนวโน้มที่หายไป สมมติอัตราการเต้นหัวใจสม่ำเสมอตลอด อยู่ดีๆ หายไปลย ตรงนี้อาจเป็นปัจจัยที่คลาดเคลื่อนจากนาฬิกา อาจแบดหมด หรือถอดออกก็ได้ แต่ถ้าเป็นลักษณะที่เชื่อได้ว่ามีความผิดปกติของหัวใจอย่างต่อเนื่องก่อนจับชีพจรไม่ได้ อย่างหัวใจเต้นปกติ แล้วอยู่ดีๆ แล้วสูงปรี๊ดขึ้นไป 150-180 มันจะเป็นกลุ่มการเต้นหัวใจผิดจังหวะ ซึ่งจะเร็ว หรือช้ากว่าปกติก็ได้ แล้วถ้าหายไปเลยมันก็จะบอกได้ หรืออยู่ดีๆ มันต่ำไปเรื่อยๆ ก็น่าสงสัยได้ว่าช่วงนี้เขาผิดปกติ ถ้าเกิดการทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะก็เกิดได้หมด เหล้ากระตุ้นให้เกิดการเต้นผิดปกติของหัวใจก็ได้เหมือนกัน มันมีความสัมพันธ์กัน”

น้ำอุ่นมีสิทธิหลุดมั้ย?
ทนาย : “เอาตัวน้ำอุ่นก่อน เขาอยู่ใกล้ชิดศพมากที่สุด ผมว่าเขาไม่น่าจะหลุด แต่โดนข้อหาอะไรแค่นั้นเอง เบาหรือหนักอยู่ที่ระยะเวลาการตาย ถ้าตายที่บ้านแล้วเอาออกมาก็เบาหน่อย”

เขาบอกเขาบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มอม ลัลลาเบลบอกดื่มเก่ง กระดกเหล้าเอง เสียชีวิตเอง?
ทนาย : “การเอาแอลกอฮอล์เข้าร่างกาย มี 3 วิธี หนึ่งกินเอง สองไม่รู้คือเหล้าก็กิน สามถูกบังคับ ผมว่าถูกมอมไม่น่าเป็นไปได้ น้องเขามีอาชีพนี้ รู้ว่างานที่ไปคืออะไร ตัวเองรู้ตัวเองดีที่สุดว่าไหวหรือไม่ไหว ไม่มีใครบังคับจับกรอก เพราะฉะนั้นการเสียชีวิตเกิดจากตัวเองกินเอง ก็จะไปโทษคนอื่นไม่ได้ การเสียชีวิตเกิดขึ้นตอนไหนไม่รู้ แต่น้ำอุ่นเอาร่างเขาออกมา มีสติ หรือไม่มีสติ ตาย หรือไม่ตายก็ไม่รู้ ข้อหาเบา หรือหนักก็อีกเรื่อง เพราะการอนาจาร กักขังหน่วงเหนี่ยวต้องทำกับบุคคลเท่านั้น”

ถ้าคนในบ้านยุให้กิน?
ทนาย : “สภาพร่างกายของคน ตัวเองรู้ดีที่สุดว่าไหว หรือไม่ไหว แต่ละวันของคนไม่เหมือนกัน เมื่อวานอาจหลับน้อย อย่าไปเอามาตรฐานที่กินได้เยอะอีกวัน มาเป็นมาตรฐานตัวเองในวันนี้ เพราะที่ผ่านมาคุณอาจนอนน้อย กินมาเยอะ สะสมมาเยอะ”

ต่อให้มีแรงเชียร์ เจ้าตัวต้องรู้ตัวเอง?
ทนาย : “ถูกครับ ถ้าถูกเอาปืนมาจี้ก็อีกเรื่องนึง ข้อหาสำหรับการเอาร่างออกจากบ้านชัดเจนสุด คือการกักขังหน่วงเหนี่ยวเขา ไม่ว่าจะมีสติ หรือไม่มีสติ ไม่มีสิทธิเอาเขาออกจากบ้าน ส่วนจะเบา หรือหนักก็อยู่ที่เขาตายที่ไหน ถ้าเขาตายที่บ้าน แล้วคุณเอาร่างออกมา คุณสำคัญผิดว่าเขามีสภาพบุคคลอยู่ กรณีแบบนี้กฎหมายก็ลงโทษนะ เพราะคุณมีเจตนากระทำความผิด เพียงแต่สิ่งที่คุณทำต่อไม่ใช่มนุษย์”

ถ้าเขาตายในบ้าน อีกห้าคนนั้น?
ทนาย : “ต้องดูอีกว่ามีพฤติการณ์บ่งบอกมั้ย อาจเป็นตัวการร่วม หรือสนับสนุนอีกเรื่อง แต่ที่เห็นชัด คือการอุ้มน้องออกมา ใครเห็นแล้วไม่ทักท้วง น่าจะมีส่วน ต้องไปดูว่าทำไมเขาไม่ช่วย มีการวางแผนเป็นตัวการร่วมตั้งแต่ต้นหรือไม่ แบ่งหน้าที่กันทำหรือเปล่า หรือช่วยเหลือสนับสนุนก่อน หรือขณะกระทำความผิด”

คุณหมอคะเน คิดว่าน่าจะเสียชีวิตตรงจุดไหน บ้าน รถ หรือคอนโด?
กฤติน : “จากเหตุผลที่ผมบอก ส่วนตัวเลยคิดว่าความเป็นไปได้ น่าจะเป็นช่วงที่บ้าน หรือออกมาจากบ้านไม่นานนัก ส่วนตัวตัดคอนโดไปเลย ตอนที่อุ้มจากรถไปคอนโดน่าจะเสียไปแล้ว”

น้ำอุ่นหนักมั้ย?
ทนาย : “ถ้าอยู่ในรถก็ค่อนข้างหนัก เพราะตายระหว่างกักขังหน่วงเหนี่ยว ที่สำคัญมีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นในรถมั้ย ถ้าเกิดความผิดปกติ แทนที่คุณจะพาเขาไปหาหมอ คุณพาเขาไปคอนโด อันนี้จะเป็นสาเหตุที่เขาถูกลงโทษหนัก”