อ๊อฟ ชนะพล เผย เหม มีปรึกษาปัญหาชีวิต รับสงสัยแต่ไม่รู้ว่าเป็นโรคซึมเศร้า

29.09.19 | 19:27 น.

พระเอกหนุ่ม อ๊อฟ ชนะพล สัตยา ได้เปิดใจหลังมาร่วมงานฌาปนกิจ นักแสดงหนุ่ม เหม ภูมิภาฑิต นิตยารส วัย 31 ปี ที่วัดลาดปลาเค้า โดยเจ้าตัวได้บอกว่า “เหมถือว่าเป็นเพื่อนรักของผมอีกหนึ่งคน”

“มีหลายเหตุการณ์ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เหมเข้าวงการ เหมก็จะอยู่กับผมและรู้จักผมไม่ว่าจะเป็นเวลางานหรือเวลาส่วนตัวของเขา พวกเราจะมีกลุ่มที่เตะฟุตบอลด้วยกัน รวมถึงมีไลน์กลุ่มที่คุยกันตลอดทุกเรื่อง ทุกอาทิตย์จะต้องเจอกัน”

โดยตนได้มีคำถามกับเหมมาตั้งแต่วันที่รดน้ำศพว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

“เขาเป็นคนที่มีความคิดและสามารถแก้ปัญหาได้ตลอด ทุกคนพี่ๆ น้องๆ ก็รักเขา แล้วก็คอยช่วยเหลือกันมาตลอด”

“แต่ก็ยังมีคำถามว่าทำไมถึงได้ตัดสินใจจะคิดสั้นปลิดชีวิตตัวเองแบบนี้”

Advertisement

ซึ่งตนก็ได้บอกกับเขาว่า มีคนรักเหมเยอะนะ วันแรกที่รู้ว่าเหมเสียชีวิตทุกคนก็พยายามที่จะแสดงความรักผ่านในโลกโซเชียล หรือว่าการโทรหากันเพื่อสอบถามว่าข่าวนี้เป็นจริงหรือเปล่า

“ผมอยากให้เขารู้ว่าทุกคนรักเขามาก ถ้าเป็นไปได้นะอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนรับไม่ได้ แต่ความดีของเขายังคงอยู่ให้ทุกคนเห็นตลอดเวลา”

ทั้งยอมรับว่าตอนที่ได้เจอหน้าคุณพ่อของเหม ก็ถูกตั้งคำถามมาว่า “สนิทกันขนาดนี้ไม่รู้หรอว่าทำไม”

“แต่ตอนนี้คุณพ่อคงจะปล่อยวางไปแล้ว ซึ่งมันไม่มีอะไรที่จะเรียกได้กลับมาได้แล้ว มีแต่สิ่งดีๆ ที่เหมเขาได้ทิ้งไว้”

ทั้งนี้ อ๊อฟยังบอกว่า รับรู้มาว่าเหมได้มีการปรึกษาเรื่องราวต่างๆ กับพี่น้องเพื่อนฝูงมาบ้างในช่วงก่อนหน้านี้

“ก็อาจจะมีเรื่องงานบ้างเรื่องส่วนตัวบ้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวผมขออนุญาตไม่พูดถึง แต่เค้าก็มีเรื่องเครียดแหละ”

“โดยส่วนตัวผมเองแล้วหรือในทีมหลายๆ คน เขาอาจจะไม่รู้ว่าเหมเป็นโรคซึมเศร้า แต่อาการที่เขาแสดงออกมามันแสดงออกได้ชัดว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้า แต่ว่าเขาไม่ได้พูดให้เพื่อนหรือพี่ในกลุ่มรู้สึกเครียดไปด้วยกับเขา”

“ถามว่าผมรู้ไหม ผมรู้สึกตะหงิดครับ แต่เขาไม่เคยพูดเลย กลุ่มไหนที่เขาไปเจอ เขาจะมีเสียงหัวเราะเขาจะมีรอยยิ้ม เขาจะมีความสุขให้กับคนที่อยู่ใกล้เขา แล้วเขาก็มีความสุขที่จะมอบให้กับตัวเอง อาการตรงนั้นไม่เคยออกมาให้ทุกคนได้รู้สึกเลย”

“มารู้สึกช่วงหลังๆ นี่แหละครับที่เขาไปปรึกษาหลายๆ คน ในปัญหาชีวิตของเขาซึ่งตรงนี้เราจะไม่ขอพูดถึง แต่มีการโทรส่วนตัวในแต่ละคน มันก็ผ่านเวลามานานแล้วแหละ แต่เขาก็แก้ปัญหาได้ทุกครั้ง ล่าสุดที่ได้คุยกันในสาย เมื่อวันที่ 9 เดือนนี้ แล้วในไลน์กรุ๊ปก็คุยกันทุกวันอยู่แล้ว”

“พอเรารู้ว่าได้เสียเพื่อนคนนี้ไปแล้ว แต่ทุกวันนี้เราก็ยังรู้สึกว่าเขายังวนเวียนอยู่กับเรานะเหมือนเขาไม่ได้จากไปไหนเลยเรายังพูดถึงเขาอยู่ทุกวัน ตั้งแต่วันที่เขามีชีวิต จนวันนี้เขาก็ยังหลงเหลือความทรงจำดีๆ ไว้ให้กับพวกเรา เราทุกคนยังคงนึกถึงเขา และก็ยังอยากเจอเขา รอยยิ้มของเขา เสียงหัวเราะของเขา เสียงทักทายของเขา มันยังก้องอยู่ในหู มันยังเป็นรอยยิ้มที่ผมต้องจดจำไปจนวันตาย”