คิดมากอย่าง ‘ลี ฐานัฐพ์’ กับเหตุผลที่ “ไม่เชื่อคำชม”

ความรู้สึกหนึ่งที่ ลี ฐานัฐพ์ โล่ห์คุณสมบัติ บอก ว่าเขายังจำได้แม่น แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 3 ปีแล้ว คือในวันแรกที่เข้าวงการ เมื่อหันไปรอบตัว เขาได้พบว่าในบรรดา ‘ดาราหน้าใหม่’ เพื่อนร่วมรุ่นของเขาทุกคนล้วนแล้วแต่เด็กกว่า

มีตั้งแต่ที่เพิ่งจะ 17-18 ปี ที่อ่อนวัย ใสกิ๊ง ขณะที่เขาอายุ 23 จนทำให้ “รู้สึกอายุเยอะมากสำหรับการเริ่มต้น”

ขณะเดียวกันยังแอบคิดด้วยว่าการเข้ามาช้า อาจจะส่งผลถึงการเติบโต

ด้วย “ประสบการณ์การทำงานของผม เหมือนเริ่มต้นจากศูนย์ในอายุ 23 แต่น้องๆคนอื่นอายุ 18 ห่างกัน 5 ปี มันเป็นอะไรที่แตกต่างนะ”

อย่างไรก็ดี หลังจากคิดหนัก คิดมาก เขาก็พบทางสว่างเมื่อนำเรื่องนี้ไปคุยกับแม่ แล้ว “แม่บอกว่าไม่เห็นเป็นไรเลย พี่โป๊ป (ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) กว่าจะดังก็อายุตั้งเยอะ”

“ผมก็รู้สึกว่างั้นเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดดีกว่า บางทีมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับอายุเสมอไป”

ที่เริ่มต้นช้า ลีซึ่งปัจจุบันมีผลงานการแสดงมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ U-Prince Series , Secret Seven เธอคนเหงากับเขาทั้งเจ็ด , My Dear Loser รักไม่เอาถ่าน ฯลฯ รวมถึงล่าสุดคือ ‘รักหมดใจ Endless Love’ ที่กำลังออนแอร์ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.10 น. และทาง Line Tv เวลา 22.00 น. บอกว่า

เป็นเพราะก่อนหน้านั้นเขามุ่งมั่นกับการตามฝันอยากเป็นนักดนตรี มีการรวมวงกับเพื่อนเพื่อประกวดในหลายๆที่ หากผลก็ไม่เป็นอย่างที่คิด จนตัดสินใจเบนเป้า เข้าประกวดในโครงการ Finding U-Princes Project แล้วต้องตากรรมการ จนสุดท้ายก็ได้เป็นนักแสดงในสังกัดจีเอ็มเอ็ม ทีวี และมีผลงานอย่างที่เห็น

“ผมเล่นดนตรีตั้งแต่อายุ 10 ขวบ จนตอนนี้ 26 แต่สุดท้ายก็มาได้งานนี้”

งานที่แม้ไม่ได้ฝันไว้ แต่พอได้ทำ ลีก็บอกยิ้มๆว่า สนุกดีเหมือนกัน แม้จะรู้สึกกดดันนักหนาก็เถอะ

สำหรับผลงานที่แฟนๆหลายคนชื่นชอบ รวมถึงชมความสามารถในการแสดงของเขา ลีกลับบอกกับเราว่า สำหรับตัวเอง “ผมให้ 2 เต็ม 10”

“ผมรู้สึกว่ามันไม่พอ มันต้องได้อีก” คนที่เล่นละครมาแล้วถึง 10 เรื่องบอก

“แล้วทุกครั้งพอเริ่มงานใหม่ๆ ผมก็รู้สึกว่าผมเริ่มจากศูนย์ใหม่ แล้วจะประหม่ามากๆ ยังไม่ได้คาแรคเตอร์ ยังงงๆสำหรับคิวแรกๆ จะยังไม่มั่นใจอะไรสักอย่าง”

สุดท้ายก็จบลงที่ความเครียดและรู้สึกกดดัน ถึงขั้นที่พอเสร็จงานวันนั้น ทันทีที่ขึ้นรถได้ น้ำตาก็ไหล

“ร้องไห้แบบไม่ไหวแล้ว มันไม่เข้าใจ มันสับสน”

ถามว่าประสบการณ์จากการแสดงที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ไม่ช่วยเลยหรือ?

เจ้าตัวยิ้มน้อยๆ แล้วบอก สำหรับเขายิ่งนาน ความรู้สึกดังกล่าวยิ่งพอกพูน “เพราะเราคาดหวัง ว่ามันจะดีกว่าเดิม”

“ทั้งๆที่ตอนนั้นเราก็เต็มที่กับเรื่องนั้น”

แต่ “พอมาดูอีกที รู้สึกว่ามันต้องได้อีก”

ในส่วนคำชม ความชอบ จากผู้ชมและคนรอบข้าง ที่น่าจะเสริมสร้างความมั่นใจให้ เจ้าตัวก็ว่า “ผมรู้สึกไม่เชื่อคำชม”

“เขาบอกดีแล้วๆ ผ่านแล้ว แต่ผมไม่เคยเชื่อใครเลยสักคน”

เหตุผลลึกๆที่เจ้าตัวยอมสารภาพ ว่าที่ “ไม่เชื่อ” เป็นเพราะกลัวจะลืมตัว แล้วไม่พัฒนา

“เราจะเหลิง”

ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับคำติที่จะใส่ใจเต็มร้อย ด้วยถ้าโดนผู้กำกับหรือใครในกองติมา เขาจะนอยด์เป็นวัน

“เป็นคนเครียดครับ ซีเรียสมากกับทุกอย่าง” เขาว่า

“แต่ภาพพจน์ที่ออกมามันไม่ขนาดนั้น คือบางทีก็อินดี้ เหมือนไม่แคร์ ไม่สนใจอะไรใคร แต่ที่รู้สึกติสท์ๆนี่ คือการตัดความเครียดของผมเอง แค่นั้นเอง”

….

กับบท ‘เดย์’ ที่ชีวิตต้องพบเจออุปสรรค และต้องพบเรื่องราวที่คาดไม่ถึงนั้น ในเรื่อง ‘รักหมดใจ Endless Love’ นั้น ลีบอกว่าเท่าที่ได้ยินมา ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามกระแสอื่นใดนอกเหนือจากนี้ เขาไม่รู้รายละเอียดนัก เนื่องจากปกติแล้วไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวในโลกโซเชียลนัก

“เพราะมันไม่ใช่โลกจริงเท่าไหร่” พระเอกหนุ่มให้เหตุผล

“มันคือใครก็ได้ แอคเคาท์หลุม หรืออะไรก็ได้ ผมชอบการคุยต่อหน้ามากกว่า”

ขณะเดียวกันยังรู้สึกด้วยว่า ถ้ามัวแต่ใช้เวลาอยู่แต่หน้าจอ ตามเรื่องนั้น โน้น นี้ มากเกินไปก็น่าจะพลาดหลายๆอย่างที่ดีในชีวิต

“บางคนเสพจนแบบลืมไปแล้ว ว่าตอนนี้เขาควรจะต้องทำอะไร สนใจแต่เรื่องคนอื่น จนลืมไป ว่าเขาต้องหาอาหารอร่อยๆให้พ่อแม่กิน”

รวมถึงยังยังมีอะไรอื่นๆที่ควรทำ ดังนั้นเขาจึงตั้งใจมั่นว่า จะไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดๆนั้น

เอาเวลาที่มีไปดูแลครอบครัว รวมถึงพัฒนางานของตัวเอง หาวิธีเป็นนักแสดงที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นๆ ดีกว่า

บทความก่อนหน้านี้‘เพชรสมาน’ อาศัยชั้นเชิงเหนือกว่า ชนะคะแนน ‘คมเพชร’ คู่เอกศึกเพชรเกียรติเพชร
บทความถัดไปแกะรอยต่างแดน : “โลเวลล์ ฟาร์มส์” “คาเฟ่กัญชา” แห่งแรกในสหรัฐ