“บิณฑ์” โต้ทุกดราม่าเงินบริจาค เคลียร์ข้อกังวลจะโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหล้ง?

หลังจากที่มีคนบริจาคเงินผ่านบัญชี บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จ.อุบลราชธานี ยอดบริจาคพุ่งไปกว่า 400 ล้าน ซึ่งบิณฑ์เผยว่าพยายามไม่เก็บเงินไว้ เพราะไม่รู้อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะเรื่องภาษี เพราะมีคนเตือนว่าไม่แน่อีก 2-3 ปี อาจมีปัญหาเรื่องภาษีย้อนหล้ง ก่อนวอนอย่าทำร้ายตนเลย เพราะไม่เคยคิดเอาเข้ากระเป๋าแม้แต่สลึงเดียว

ล่าสุดรายการโหนกระแส โดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ ได้เปิดใจสัมภาษณ์ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ถึงประเด็นดังกล่าว

ยอดบริจาคล่าสุดได้เท่าไหร่?

“422 ล้านบาท รวมกับที่มีหน่วยงาน มีพี่น้องประชาชนมามอบให้ผมเองอีกอีก 4 ล้านบาท ก็รวมเป็น 426 ล้านบาท

วันนี้ใช้เงินไปเท่าไหร่แล้ว?

“ผมเบิกมาแล้ว 109 ล้าน”

มาตรฐานในการมอบเงินให้ชาวบ้านหลังคาละ 5 พัน พี่เอามาตรฐานอะไร?

“มีหลักฐานอยู่แล้วว่าในพื้นที่น้ำท่วมของอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน น้ำท่วมตรงไหนบ้าง แล้วพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมมีกี่หลังคาเรือน ผมก็เอามาจากทางอำเภอ ทางผู้ใหญ่บ้าน ทางเขตทุกอย่าง เรามีข้อมูลอยู่แล้ว ทั้งหมดผมไม่ได้เข้าไปจะให้ใครก็ให้ แจกใครก็ได้ ไม่ใช่ เรามีข้อมูลพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วม กี่ร้อยครอบครัว มีโรงเรียน อะไรแบบนี้ เรารู้หมด”

พี่ไปดูในเขต ในอำเภอต่างๆ นานา เขาจะแยกให้เห็น?

“ใช่ เพราะเราต้องประชุมกับผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. นายอำเภอของอำเภอนั้นก็ต้องมาประชุม มาคัดค้านว่าบ้านหลังนี้ไม่อยู่ในเขตพื้นที่น้ำท่วม แต่มีคนป่วยในบ้านคุณบิณฑ์จะว่ายังไง ผมก็แล้วแต่ ถ้าผู้นำชุมชนบอกว่าเขาน่าสงสาร ผมก็ให้ ก็ถือว่าให้ 5 พันเหมือนกัน ถ้าบ้านถูกน้ำท่วมผมให้ 5 พัน ถ้ามีคนเจ็บอยู่ในบ้านผมให้เพิ่ม 5 พันก็เป็นหมื่นนึง ถ้าชาวบ้านมาคัดค้านว่าคนนี้ไม่สมควรจะได้ แต่ถ้าผู้นำชุมชนบอกว่าสมควรจะได้ ผมก็ฟังผู้นำชุมชน แต่ถ้าผู้นำชุมชนบอกว่าไม่ให้ แต่อีกสิบหลังคาเรือนบอกว่าให้เขาเถอะ เขาน่าสงสาร ผมก็ให้ ไม่ใช่ว่าเอาแต่ทางผู้ใหญ่หรือทางผู้นำชุมชนอย่างเดียว ก็ 5 พันบาทเท่านั้นเอง เขาจะได้ไม่ต้องมาเสียใจว่าขอแล้วไม่ได้”

ล่าสุดมีกรณีพี่นั่งรถไปกับทีมงาน เจอคนพิการขี่รถอยู่ พี่ก็มอบเงินให้ 3 พัน?

“นั่นเงินส่วนตัวผม ผมจะบอกทุกครั้งเยี่ยมน้องคนหนึ่งเป็นมะเร็งที่ขา ผมกดเงินสดของผมไปเอง 2 หมื่น ผมไม่เอาเงินที่คนบริจาคเข้าบัญชีแล้วเอามาบอกว่าเป็นเงินส่วนตัว ผมไม่มี เพราะผมทำทุกอย่างตามที่บอกไว้หมด และมีหลักฐานทุกอย่าง ปกติเดือนนึงผมเอาเงินส่วนตัวให้คนเจ็บคนป่วยเป็นแสนอยู่แล้ว อยู่ที่อุบลฯ ผมไม่ได้ใช้เงินตรงนี้เลย ผมให้เงินส่วนตัวผมตลอด”

มั่นใจได้ว่าเงินบริจาคน้ำท่วมก็แยก?

“ที่ให้ต่อหน้าเป็นเงินส่วนตัวผมเอง เราไม่เอาอยู่แล้ว เราทำเราก็ไม่สบายใจ เราโกหกก็ละอายใจ”

เคยสงสัยไหมประเด็นดราม่ามาจากไหน ทำไมมีคนมาดราม่า?

“ผมว่าในโลกมนุษย์มันก็มีคนพวกนี้อยู่แล้ว ดีแค่ไหนก็ต้องมีคนแบบนี้ อิจฉาตาร้อนธรรมดา ผมไม่เอาเรื่องพวกนี้มาทำให้ความคิดดีๆ ของเรา บั่นทอนจิตใจเรา”

เรื่องเอาไปใช้สะเปะสะปะ ไปเจอคนแล้วหยิบเงินให้ ไม่ใช่เงินบริจาค?

“ไม่ใช่ เงินในกองผมไม่เคยเก็บไว้ใช้สักบาทเดียว จะมีแต่ละวันที่เจ้าหน้าที่เอาออกไป ผมไม่เคยยุ่งเลย ไม่เคยเอาเงินกองกลางมาไว้ที่ผมแม้แต่บาทเดียว ไม่รู้จะเอามาทำไม ตอนนี้แจกไปแล้วทั้งหมด 11 อำเภอ”

มีตัวยืนยันหมด?

“ใช่ครับ การเอาเงินออกแต่ละครั้งจะทำให้รัดกุมที่สุด รับรองมีหลักฐานทุกอย่าง”

คำณวนหรือยังถ้าแจกทั้งหมดประมาณเท่าไหร่?

“ในอุบลฯ วันที่ 15 นี้ต้องได้ทั้งหมด อุบลฯ น่าจะสัก 2 หมื่นกว่าครอบครัว ครอบครัวละ 5 พันก็ร้อยกว่าล้าน ที่เหลือยังมียโสธร ร้อยเอ็ด ได้แน่ เสร็จจากอุบลฯ อีก 5 จังหวัดผมจะเข้าไป ณ ตอนนั้นที่เข้าอุบลฯ เพราะเขาหนัก และยังไม่มีเรื่องการรับขอบริจาค อุบลฯ เป็นจุดแรกก็ต้องทำให้เสร็จก่อน จุดอื่นผมเข้าไปแน่นอน เพราะเงินยังเหลืออีก 300 กว่าล้าน ผมตีให้ประมาณ 5-6 หมื่นครอบครัว สามารถช่วยได้ทั้งหมด เงิน 400 กว่าล้านพอช่วยเหลือ”

จะแจกให้หมดเลยมั้ย?

“ไม่เหลือ ผมไม่อยากมารับผิดชอบไง ถ้าน้ำท่วมเสร็จก็จะมีการฟื้นฟู หม้อหุงข้าว พัดลม ของจำเป็น ที่นอนหมอนมุ้ง ใกล้หน้าหนาว เฉพาะอุบลฯ เราเข้าพื้นที่เรามีหลักฐานอยู่แล้ว จะเอาเครื่องอุปโภคนี้เข้าไป สมมติเงินยังเหลืออีก ผมยังไม่มีความคิดจะทำยังไง ต้องถามว่าจะเอาไปทำอะไร เพราะไม่ใช่เงินผม เป็นเงินประชาชน แต่จะช่วยเฉพาะน้ำท่วมนะ ไม่งั้นจะผิดวัตถุประสงค์ สมมติเหลือสัก 50-70 ล้าน ผมไม่รู้จะเอาไปทำอะไร”

เอาไปรวมกับรัฐบาลมั้ย?

“คงไม่ อย่ามาดราม่าอะไรกับผมอีกเลยครับ คงไม่ครับ (หัวเราะ) จะรวมทำไม รัฐบาลเขามีเป็นพันกว่าล้าน”

ล่าสุดมีประเด็นตามมา เห็นว่าถูกขู่จะถูกภาษีย้อนหลัง?

“จริงครับ มีคนหลายคนที่เป็นห่วง เขาก็ยกตัวอย่างหลายๆ เคส บอกว่าผ่านไปสามสี่ปีโดนเรียกภาษีย้อนหลังกลับมาหลายสิบล้าน ผมก็อ้าว แต่ผมเข้ามาไม่ได้เป็นรายได้ผม ผมมีวัตถุประสงค์ว่าเพื่ออะไร ทำอะไรยังไง แตวันที่ผมสงสัยวันแรกๆ ผมก็ถามกรมสรรพากรแล้ว สรรพากรบอกว่ากรณีคุณบิณฑ์ไม่เป็นไร แต่เขาบอกว่าแค่คำพูด ให้คุยกับสรรพากร มีหนังสืออกมายืนยันหน่อยได้มั้ย”

เคยคุยกันไหม?

“คุยบ้าง แต่กรมสรรพากรบอกว่ากรณีเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ วัตถุประสงคืแน่ชัด ขอให้เก็บหลักฐานไว้ดีๆ แต่ถ้าคุณบิณฑ์ทำแบบนี้แล้วสักพักไม่ได้ทำแล้ว เอาเงินไปทำอย่างอื่น คุณโดน เราก็ไม่สบายใจ แต่อีกสามสี่ปีใครจะรู้กลับมาหาเรา เราจะทำยังไง อยากได้หนังสือยืนยันจากสรรพากร ถ้าโดนก็หลายสิบล้านเลยนะ”

ต่อสายหา “ปิ่นสาย สุรัสวดี” โฆษกกรมสรรพากร สอบถามถึงกรณีนี้บิณฑ์จะถูกภาษีย้อนหลังมั้ย?

ปิ่นสาย : “ตามที่ทางเราได้ตามข่าวและรับทราบข้อเท็จจริง กรมมองว่าประชาชนฝากเงินให้เอาไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมแต่เขาเหล่านั้นไม่ได้กลับไปอุดรฯ หรือไปพื้นที่ ก็เหมือนในทางปฏิบัติฝากเงินให้คุณบิณฑ์เอาไปช่วยเหลือต่อ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ มาร้อยไปร้อย มาพันไปพัน ก็ไม่ใช่เงินคุณบิณฑ์ คุณบิณฑ์ไม่มีหน้าที่เสียภาษีอะไรตรงจุดนี้ แต่เคสที่มันมีเรื่อง เช่น เอาเงินไปให้ร้อย หักค่าใช้จ่าย 10 เปอร์เซ็นต์ เงินไปถึงตรงนั้นแปดสิบ-เก้าสิบ ก็กลายเป็นอีกเรื่องนึงเลย แต่เคสคุณบิณฑ์ คุณบิณฑ์รับมาเท่าไหร่ก็จ่ายไปเท่านั้น เหมือนเป็นตัวแทน ถ้าไม่ใช่เงินได้ตัวเอง คุณบิณฑ์ไม่ต้องไปแคร์อะไรเลยเพราะไม่ใช่เงินได้คุณบิณฑ์ เพียงแต่ว่าถ้าสรรพากรเขาสงสัยก็อาจจะขอดูหลักฐานหน่อยได้มั้ยว่ามาร้อยไปร้อย ถ้าคุณบิณฑ์ไม่สบายใจ มาคุยกันก่อน”

ออกหนังสือยืนยันให้คุณบิณฑ์หน่อยว่าจะไม่ไปเรียกเก็บย้อนหลัง?

ปิ่นสาย : “ปกติถ้าออกหนังสือข้อหารือ ผู้หารือต้องส่งมาถาม และใช้เวลาพอสมควร เคสคุณบิณฑ์พิเศษ เราอาจคุยกันก็ได้ อาจเชิญมาคุยกันก่อนฤดูภาษี แต่ขอให้เก็บเอกสารหลักฐานให้สมบูรณ์ชัดเจน เข้ามาอย่างนี้ ออกอย่างนี้ ในมุมผมการออกหนังสือยุ่งยากในทางปฏิบัติมาก มันไม่เร็ว แต่เคสคุณบิณฑ์เป็นเรื่องสาธารณกุศลโดยแท้ ให้มาคุยกันดีกว่า อีกสองเดือนต้องเข้าฤดูยื่นภาษีแล้ว ก็มาหลักฐานมาคุยกัน จริงๆ ให้หมดน้ำท่วมรอบนี้ หากไม่มีน้ำท่วมที่อื่น ประสานมาทางผมก็ได้ แต่ถ้าอยากทำหนังสือจริงๆ เราก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อาจต้องใช้เวลา พอเป็นลายลักษณ์อักษรต้องมีถามไปถามมาอีกเรื่องนึง”

มีสิทธิ์โดนหรือรอด?

ปิ่นสาย : “ถ้าข้อเท็จจริง รับร้อยจ่ายร้อยไม่เป็นเงินได้แน่นอน รอบหน้ามาคุยกันเบื้องต้นที่กรมก่อนก็ได้”

สบายใจขึ้นมั้ย?

“ในระดับหนึ่งก็สบายใจ แต่ถ้าไม่มีหนังสือยืนยันมาก็ยังไม่รู้ (หัวเราะ) เราสบายใจเลยว่าเรามีหลักฐานพร้อมทุกอย่าง แต่มีปัญหาว่าถ้าเงินเหลือในบัญชี และไม่มีทางออกว่าจะเอาเงินไปทำอะไร มันเป็นปัญหามาก มันก็อยู่ที่ดุลยพินิจผู้บริจาคว่าจะยอมให้เอาไปช่วยเหลือมั้ย ผมลำบากใจ เงินผมไม่ต้องการอยากได้เลย”

เอาเงินไปช่วยอย่างอื่นได้มั้ย?

“ผมถามพี่น้องประชาชนว่าอยากให้ผมทำมั้ยล่ะ”

ถ้าค้างอยู่คุณบิณฑ์โดนเรื่องสรรพากร ถ้าทำเพื่อเจตนารมณ์ผู้บริจาคทุกอย่างก็จบ?

“ถูกต้องครับ”

ทำเพื่ออะไร ทำทำไม ได้อะไร?

“ผมทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ทำมาตลอด ทำแล้วได้อะไรก็ช่างมัน ผมทำแล้วมีความสุข ก็แค่นั้นเอง ผมมีความสุขของผม การช่วยเหลือคนเป็นความสุขของผม”

เลือกตั้งมั้ย?

“ไม่ครับ ท่านบิณฑ์ ส.ส.บิณฑ์ ไม่เอาครับ อย่าๆ ผมขออยู่อย่างนี้ดีกว่า สามารถช่วยได้ทุกคน ทุกอำเภอ ทุกหมู่บ้าน ถ้าเลือกตั้งผมอาจเข้าอำเภอนี้ไม่ได้ ณ ตอนนี้ศูนย์อุบลฯ ขาดแคลนน้ำมาก ใครอยู่ใกล้ๆ ขอรับบริจาคเรื่องน้ำหน่อย”

เอาเงินนั้นไปซื้อน้ำไม่ได้ด้วยเพราะต้องบริจาคอย่างเดียว?

“ใช่ครับ”

บทความก่อนหน้านี้‘ช้างศึก ยู19’ ประกาศล้างแค้นเวียดนาม ศึกสี่เส้าจีเอสบี พรุ่งนี้
บทความถัดไปกมธ.กิจการสภายึดความเห็น ‘มีชัย’ ปรับแก้ร่างพ.ร.ฎ.เงินเดือน จ่ายย้อนหลัง 120 ล้าน