วันนี้ 18 ( ต.ค.) ผศ.ปวิตร มหาสารินันทน์ อดีตผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดงานแถลงข่าวปมความขัดแย้งกับคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ขึ้นที่โรงแรม LIT Bangkok Residence โดย ปวิตรเปิดใจว่า
ในเรื่องที่ตนไม่ผ่านการประเมินจาก คณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่ง กทม. นั้น เป็นความขัดแย้งระหว่างตนและคณะกรรมการดังกล่าว ไม่ใช่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครแต่อย่างใด
โดยขอเล่าย้อนว่า ในวันที่ 24 กันยายน ตนทราบว่าถูกไล่ออกแต่ยังไม่ได้รับรายงานการประเมินผลการปฏิบัติงานแต่อย่างใดถึงสาเหตุการถูกไล่ออกดังกล่าว จากนั้นตนได้รับความคืบหน้าว่าจะมีการติดต่อเจรจาทางคณะกรรมการมูลนิธิ
“เรื่องนี้มีความล่าช้าเรื่องการประเมิน และเงินชดเชยจากการเลิกจ้าง จึงตัดสินใจปรึกษาทนายความ”
“ตอนนี้ดำเนินการแล้วคาดว่าวันที่ 24 ตุลาคม น่าจะได้เอกสารการประเมินและเงินชดเชยครับ และเมื่อได้รายงานผมยินดีเผยเปิด”
ยอมรับว่าตั้งแต่ดรงตำแหน่งผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครนั้นตนเผชิญปัญหาเยอะมาก
ทั้งนี้แม้ว่าการประเมินตัดสินอนาคตการไม่ต่อสัญญาให้ตนเป็นผู้อำนวยการหอศิลป์ฯจะยังมาไม่ถึง แต่ก่อนหน้านี้ ตนเคยได้รับการตักเตือนว่า ควรสงวนท่าทีในประเด็นความขัดแย้งกับ กรุงเทพมหานคร
เมื่อถูกถามว่ามีความขัดแย้งกันเรื่องงบประมาณกับกรุงเทพมหานครหรือไม่นั้น อดีตผู้อำนวยการตอบว่า
“เป็นเรื่องที่เรื้อรัง”
ทั้งนี้ก่อนเล่าความว่าแต่เดิม กรุงเทพมหานครได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่หอศิลปฯปีละเฉลี่ย 50 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งคือทางหอศิลป์ให้เช่าพื้นที่ ทำให้หอศิลป์อยู่ได้ในสภาพที่ดี
แต่ตอนที่ตนเริ่มทำงานได้รับข้อมูลว่าปีงบประมาณ 2561 จะไม่เหมือนเดิม เนื่องจากจะเป็นงบที่ต้องเบิกจ่ายจากส่วนอื่น แต่ปรากฏว่าหอศิลป์เบิกจ่ายไม่ได้
“จากนั้นผมได้ยินว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครบอกว่าจะไมยุ่งกับหอศิลป์แล้ว นั้นก็หมายความว่าไม่ยุ่งก็คือไม่ได้เงิน ”
ส่วนเรื่องที่มีการตีความตนถูกสั่งเก็บนั้นก็มีการตีความได้หลายแบบ
“ที่ผ่านมาเราก็ทำหน้าที่ ลงไปลุย ”
ส่วนที่มีคนให้ความสนใจเรื่องของตนนั้นตนขออยากให้คนให้ความสนใจหอศิลปฯด้วย และขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้
“ยืนยันว่าผมมีคามขัดแย้งกับคณะกรรมการนะครับไม่ใช่หอศิลป์ เรื่องนี้ยังไม่จบ ผมยังต้องรอรายการการประเมิน”
ส่วนอยากจะให้เรื่องนี้จบลงแบบไหนนั้นตนอยากได้รีบรายงานการประเมิน
“ผมต้องการเท่านี้ ต้องขอโทษจริงๆที่เรื่องมันยืดเยื้อ อันนี้ไม่ได้ตั้งใจ”

