ล้วงลึก “ฮิวโก้ จุลจักร” หลังขึ้นแท่นเป็น “สามีในอุดมคติ” ไม่เจ้าชู้!

1.11.19 | 13:46 น.

เป็นสามีในอุดมคติของสาวๆ หลายคนสำหรับ หนุ่มฮิวโก้ จุลจักร ที่ตอนนี้สาวๆ กรี๊ดและพากันอิจฉาภรรยาสาวฮาน่า ทัศนาวลัย กันทั้งประเทศที่มีสามีทั้งหล่อ และไม่เจ้าชู้แบบนี้ ล่าสุด หนุ่มฮิวโก้ ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

เส้นทางความรักกับพี่ฮาน่าเริ่มต้นได้ยังไง ?
ฮิวโก้ : รู้จักกันตามกองถ่าย ร่วมงานกันแบบห่างๆ รู้จักกันไม่ได้สนิท เวลาผ่านไปหลายปีแล้วเราพลาดมาเจอกันอีกครั้ง ตอนนั้นผมก็รู้สึกว่าอย่างน้อยเราควรจะขอเบอร์ไว้ แล้วก็จีบๆกันไปตามประสา ตอนนี้ก็ 14 ปี แต่งงานมา 10 ปี มีลูก 3 คน

เล่าตอนที่ต้องแยกกันตอนคุณไปทำเพลงที่อเมริกา 3 ปี?
ฮิวโก้ : ตอนแรกไปอังกฤษ แล้วหลังจากนั้นไปนิวยอร์ก แล้วหลังจากนั้น แล้วเริ่มรู้สึกว่าถ้าเราจะอยู่ด้วยกันต้องแต่งงาน เพราะว่าการคบกันห่างๆ โอกาสรอดมันยาก แล้วผมรู้สึกว่าถ้าเรารู้ตัวว่าเราอยากได้ เราก็ต้องทำทุกทางที่จะรักษาไว้ นั่นคือเหตุหลักๆ ที่เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างถูกต้อง

แต่ตอนนั้นมีช่วงเวลาพิสูจน์ใจในเรื่องของระยะห่าง สามปีที่ต้องหารกันตอนนั้นไว้ใจเชื่อใจกันถึงขั้นพี่ฮาน่าบอกพี่ฮิวโก้ว่า คุณสามารถวันไนต์สแตนด์ได้?
ฮิวโก้ : เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ผมไม่เคยเชื่อเลย

ฮาน่า : เขาคิดว่าเราขู่เขามากกว่า แต่จริงๆ เรารู้จักเพื่อนผู้ชายเยอะก็รู้ว่าอาจจะมีเวลาเหงา เศร้า เจอสาวๆ เข้ามายุ่งอะไรอย่างนี้ ถ้าเป็นเพื่อนมันจะสานต่อยาวไกลได้ แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไรถ้าฉันทำได้ เธอก็ทำได้เหมือนกัน ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้น จบ เขาคงคิดว่าเราลองใจเขา เขาลองใจเรา

Advertisement

คำว่า วันไนต์สแตนด์ สำหรับผู้หญิงพูดไปถ้าเขาทำจริงๆ เราจะรู้สึกยังไง?
ฮาน่า : ถ้าเขาทำจริงๆ เราไม่รู้หรอก เขาไม่บอก แต่ว่าสิ่งที่เราคบกับเพื่อนผู้ชายเหมือนกะเทยที่แมนมากไปแล้ว ไม่มีความเป็นผู้หญิง จนรู้สึกว่าผู้ชายมันจะมีอะไร แต่เรามองสามีเราตอนนั้นเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่รู้ยังไง ถ้าจะเป็นระยะทางทำให้เราจากกันไหม หรืออะไรยังไง แต่มันก็พิสูจน์ว่า 4 ปีแล้ว มันต้องอยู่ด้วยกัน แล้วเรา ยังซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน เรายังโหยหาซึ่งกันและกันอยู่ มันก็เลยมีวันนี้ 14 ปี

พี่ฮิวโก้กลัวอย่างนั้นจริงไหม ถ้าเราทำขึ้นมาพี่ฮาน่าจะทำกลับ?
ฮิวโก้ : เขาก็มีสิทธิ์ โดยรวมแล้ว ผมว่าในเมืองไทยอาจจะดูถูกนิสัยและสันดานผู้ชายมากจนเกินไปเพราะว่าคนส่วนมากที่ผมรู้จักที่แต่งงานหรือมีคู่ มีอะไร ส่วนมาก 80% เขาก็คิด แล้วก็ใช้ชีวิตเหมือนผม ผมไม่ได้แปลกประหลาดอะไรเลย แล้วบางทีผมว่าการเอา การไม่เจ้าชู้ ไปยกย่อง หรือมาฮือฮากับมัน ผมว่าเรากำลังตั้งมาตรฐานการประพฤติต่ำเกินไป เพราะว่ามันคือมาตรฐานขั้นต่ำ มันไม่ได้เป็นความบุญมันแค่ไร้บาปเฉยๆ มันคือศูนย์ ผมว่าคุณควรจะใจเย็นๆ นิดหนึ่งกับประเด็นนี้

มีคนเข้ามาหาพี่บ้างไหม?
ฮิวโก้ : ในเมืองไทยไม่ค่อยมี เพราะว่าคนส่วนมากก็รู้สถานะผม ว่าผมแต่งงานแล้ว จะไม่ค่อยเจอใครล้ำเส้นเลย แต่ในเมืองนอกเขาไม่รู้ว่าผมเป็นใคร ในช่วงเวลาที่ผมไป แล้วมันก็มีครั้งสองครั้งเองที่รู้สึกว่ามีโอกาสถึงขั้นที่เราต้องหลีกเลี่ยงหลบ มันก็มีบ้างที่เข้ามาหา แค่เขาเห็นแหวนก็โอเคแล้ว มันมีแค่คนเดียวเองที่เห็นแหวนแล้วไง ถามว่าสวยไหมก็โอเค แต่มันก็ไม่เกี่ยวแล้วความสวย ถ้าไม่มีแฟนเราก็ยังไม่รู้เลยว่าอย่าไปมีอะไรกับคนที่ไม่รู้จักเราอาจจะถือตัวก็ได้

คู่ของเรามีคำว่าเบื่อกันบ้างไหม?
ฮิวโก้ : ถ้ามองคู่รักเหมือนสิ่งของก็คงเบื่อ ถ้ามองผู้หญิงหรือผู้ชายเป็นสิ่งประดับ ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์อีกคนหนึ่งแน่นอนก็เบื่อได้ เพราะเราเบื่อสิ่งของได้มันเป็นเรื่องปกติ ก็อย่ามองอย่างนั้น ต้องคิดซะว่าเราเป็นองค์กร เป็นพาร์ทเนอร์เป็นทีมมากกว่า ไม่มีสิทธิ์เบื่อ มันเหมือนเบื่อประเทศ มันย้ายไม่ได้นี่คือประเทศเรา เราก็ต้องอยู่ มันมีบางอย่างที่ต้องยอม ห้ามเบื่อ คุณต้องไม่อนุญาตให้อารมณ์เหล่านี้เข้ามามีบทบาทในชีวิต ชีวิตมันต้องบังคับ มันไม่ใช่ปล่อยตามอารมณ์ที่รู้สึกยังไงก็ต้องได้อย่างนั้น เราต่างคนต้องปรับตัวเข้าหากัน มันไม่ใช่ผมฝ่ายเดียว

แล้วบทบาทของความเป็นพ่อ ตอนแรกผู้ชายคนนี้บอกว่าไม่อยากมีลูก?
ฮิวโก้ : ก็เราอยากเที่ยวกันสนุก 2 คน เที่ยวทั่วโลก ทำงาน ทำการ เพราะเราทั้งสองคนเป็นคนที่อินกับงานไม่ได้อยากอยู่เฉยๆ ผมก็ชอบเดินทางไปเล่นดนตรี เขาก็มีธุรกิจ มันไม่ได้ต้องการตรงนั้นอยู่แล้ว แต่พอแต่งงานแล้วมีลูกคนแรกมันก็เข้าระบบครอบครัว จะมีอีกคน อีกสามคนมันก็คือโลกเดียวกันแล้ว มันไม่ประหลาด แต่คนแรกจะเป็นภูเขา วิวที่ตกใจสุด โอ้โห…แต่หลังจากนี้มันก็เป็นเรื่องปกติ