ว่าด้วย ‘จอมขมังเวทย์ในหนัง’ และ ‘จอมขมังเวทย์ในชีวิตจริง’ ของหมาก ปริญ

ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีผู้สร้างภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องติดต่อ อยากให้ หมาก ปริญ สุภารัตน์ ไปร่วมงาน หากหลังจากคิดแล้วคิดอีก ในที่สุดเขาก็เลือกที่ตอบตกลง รับแสดงเรื่อง ‘จอมขมังเวทย์ 2020’ ผลงานสร้างของบริษัทสหมงคลฟิล์ม จำกัด ที่ ต้อม ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ กำกับ ผลงานภาคต่อของเรื่อง ‘จอมขมังเวทย์’ ที่สร้างไว้เมื่อ 14 ปีก่อน ตอน พ.ศ. 2548 และได้รับการกล่าวขวัญถึง ว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่น่าสนใจไม่น้อย

เหตุที่รับเล่น หมากเล่าให้ มติชนออนไลน์ ฟัง ในวันที่นัดเจอกัน ณ เดอะ บาร์ซาร์ โฮเทล แบงค็อก ว่า นอกจากเป็นเพราะคุ้นเคยกันอยู่กับผู้กำกับการแสดงแล้ว ยังได้เล่นกับ ฉัตรชัย เปล่งพานิช รวมถึงยังรู้สึกชอบตัวหนังภาคแรก

“ภาคนั้นเขาทำไว้ดีมาก ภาคที่ 2 เขาก็คงตั้งใจให้มันดีแหละ เราเลยตั้งใจเล่นเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกครับ” หมากบอกตรรกกะของตัวเอง แล้วหัวเราะ

ในภาคนี้ของงานที่จะลงโรงฉายวันที่ 14 พฤศจิกายนนั้น เขารับบทเป็น ‘วิน’ หนุ่มวัยรุ่นที่ออกแนวลุยๆ ชอบกีฬาต่อยมวย ชอบออกกำลัง อันเป็นบทบาทซึ่งนักแสดงที่เป็นอดีตนักยูโดบอก “ชอบเลย”

สำหรับตัวละครนี้ หมากบอกว่า เป็นตัวละครที่ไม่เชื่อในเรื่องงมงาย แต่หลังเกิดเหตุการณ์ร้ายในชีวิต ก็ทำให้ต้องเข้าไปพัวพันกับศาสตร์ลึกลับบางอย่าง ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงความเชื่อและเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ ส่วนตัวจริงของเขาน่ะหรือ “เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งครับ” หมากบอกพลางยิ้ม

ออกแนว แม้ไม่เคยเจอกับตัวเองจริงๆ แต่ “ของอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ดีกว่า”

ส่วนของตัวหนังนั้น หมากบอกว่า ขณะที่ภาคก่อนเน้นเรื่องไสยศาสตร์ “เน้นไปทางดาร์คๆ ภาพสวยๆ ดูหลอนๆ” แต่ภาคนี้ “จะออกมามีความทันสมัยมากขึ้น มีสเปเชียลเอฟเฟ็คเยอะขึ้น มีซีจี มีแฟนตาซีมากขึ้น” ขณะเดียวกันก็มีความบู๊มากขึ้น

จอมขมังเวทย์ 2020

เรื่องบทบู๊นั้นเขาชอบมาก รู้สึกเป็นทางถนัด ดังนั้นเมื่อมีโอกาสแสดงทั้งที จึงตั้งใจให้ออกมาดี ก่อนเล่นจึงเตรียมความพร้อม ด้วยการฟิตร่างกายเต็มที่

“เรื่องนี้บู๊หนักมาก ทุกคิวคือมีบู๊”

“ก็สนุกครับ สนุกมากๆ”

เล่าอีกว่า ตัวละครที่เขารับจะมีรอยสักทั้งตัว ทุกครั้งเวลาเข้ากอง เขาจึงต้องไปแต่เช้า เผื่อเวลา 2-3 ชั่วโมง ให้ช่างได้เพนต์ ซึ่ง “ผมว่าถ้าใครได้เห็นก็คง โห…แปลกดี ”

“เปลี่ยนลุกส์ไปเลย หายไปเลยครับความเนี้ยบ ความหน้าใส ทรงผม คาแร็กเตอร์ สายตาเปลี่ยนไปหมดเลย”

“อยากให้ดู”

จอมขมังเวทย์ 2020

ถามเขาไปในฐานะคนเล่นซึ่งมีความตั้งใจสูง ว่าได้ผลงานอย่างที่ตั้งใจไหม?

คำตอบที่เขาให้คือ ตลอดเวลาในการถ่ายทำ เขาทำทุกอย่าง อย่างเต็มที่ เมื่อบวกลบคูณหารกับเหตุปัจจัยต่างๆที่เจอระหว่างการทำงาน ซึ่งทุกเรื่อง ทุกงาน ย่อมมีเป็นเรื่องปกติ “ก็ถือว่าพอใจ แล้วก็สมเหตุสมผลครับผม”

สำหรับคนดู ยิ่งเฉพาะคนที่ชอบเรื่องบู๊ๆ เขาเชื่อว่าน่าดูหนังเรื่องนี้ด้วยความสนุก

ส่วนสำหรับเขา “สิ่งที่ผมได้จากเรื่องนี้ คือได้รู้ขีดความสามารถของตัวเอง ว่าผมทำได้เกินกว่าที่คิด”

ที่บอกอย่างนั้น เพราะช่วงถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว เขามีงานละครที่ต้องถ่ายไปพร้อมๆกัน ด้วยเหตุนั้นจึงต้องทำงานตลอด 7 วันของสัปดาห์ มีทั้งที่ทำตั้งแต่เช้าถึง 4 ทุ่ม รวมไปถึงมีที่ถ่าย 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน-ซึ่งอย่างหลังก็คือหนังเรื่องนี้ ที่ถ่ายทำทุกวันจันทร์-พุธ

พูดแล้วเขาก็ว่ายังจำความรู้สึก “เหนื่อยมาก” ได้ดี

“หนังเป็นคิวบู๊ทุกอาทิตย์เลย แล้วละครก็เร่ง ใกล้ปิด เราก็ฮึบดู ลองดู”

แล้วก็ได้รู้ว่า เมื่อความตั้งใจเจอเข้ากับความพยายาม “สิ่งที่เราไม่คิดว่าเราจะทำได้ เราก็ทำได้”

 

 

*จอมขมังเวทย์ในชีวิตจริง

ในหนัง ฉัตรชัย เปล่งพานิช คือ จอมขมังเวทย์ ผู้เก่งกล้าด้านมนตราอาคม ส่วนเขาเองจากเด็กวัยรุ่น ก็ต้องค่อยๆก้าวเข้าสู่โลกของจอมขมังเวทย์เช่นกัน

ส่วนในชีวิตจริงนั้น หมากหัวเราะเสียงดังทันทีที่เราถาม ว่าเขาเป็นจอมขมังเวทย์ด้านไหน เชี่ยวชาญสุดๆในเรื่องอะไร?

ก่อนจะบอกว่า ตอบไม่ได้ “เพราะไม่รู้เลยครับ อันนี้ไม่รู้จริงๆ”

อย่างไรก็ดี ที่รู้แน่คือ ในชีวิตของเขาเจอจอมขมังเวทย์ในสายงานการแสดงมาแล้วหลายคน แต่ “ถ้าต้องพูดถึงคนเดียวจอมขมังเวทย์ในชีวิตจริงของผม ก็ขอเลือกเป็นพี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง)

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

เหตุผลเพราะ “พี่อ๊อฟเป็นคนพูดด้วยแล้วสนุก อยู่ด้วยแล้วสนุก เขาชอบพูดเล่น พูดล้อ นู่น นี่ แล้วก็ใส่ใจปัจจุบันมากๆ แต่พอกลับมาคิดดูอีกทีสิ่งที่เขาพูดขำๆ สิ่งที่เขาบอกเรา คือเขาสอนเราไปในตัว เป็นคนทำให้คนรอบข้างอยู่ด้วยแล้วมีความสุข สบายใจ”

“เชื่อว่าถ้าใครได้ทำงานกับเขา เขาจะทำให้สบายใจ นักแสดงสบายใจ ทีมงานสบายใจ เขามีพลังอะไรบางอย่างที่เป็นพลังบวก ทำให้ทุกคนได้ปล่อยพลังของตัวเองในการแสดงออกมาได้เต็มที่มากๆ แล้วก็อย่างที่ทุกคนเห็น ผลงานแต่ละอย่างของเขาก็สุดยอดมากๆ”

แล้ว คิมเบอร์ลี่ แอนด์ โวลเทมัส ล่ะ?

ภาพจาก @mark_prin

กับคำถามนี้ ไม่เพียงแต่เสียงหัวเราะที่หมากมอบให้ แต่หน้าตาของเขาก็เห็นได้ชัดว่ารู้สึกขัดเขิน

จากนั้นจึงว่า สำหรับเขาแล้วคิมเบอร์ลี่คือจอมขมังเวทย์ในด้านการมอบความสุข

“เขาเก่งเรื่องการให้คนรอบข้างมีความสุข”

“ใครที่อยู่กับเขา เวลาที่เขาเป็นตัวเองมากๆ แล้วคนที่อยู่ด้วยกับเขาเป็นตัวเองมากๆ เขาจะปล่อยพลังความสุขออกมา”

ออกมาแบบ “กระจายมากๆเลย”

“เขาคิดบวก เขามีมุขตลกๆ แล้วความคิดเขาก็สวยงาม ก็น่าจะเป็นอะไรที่ทำให้ทุกคนรอบข้างมีความสุข”

เป็นการพูดถึงจอมขมังเวทย์ที่อยู่ใกล้ตัวได้น่ารักสุดละ

เนอะ

 

ฟังเสียงหมากได้จากคลิปนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ก.อุตฯเผยโรงงานเปิดใหม่มากกว่าปิดกิจการกว่าเท่าตัว
บทความถัดไปเอฟเอลงดาบ ‘ซิลวา’ โพสต์ล้อ ‘เมนดี้’ เข้าข่ายเหยียดผิว ชวดช่วยเรือฟัดเชลซี!