ทันทีที่ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ได้เผยแพร่ออกไปนั้น ก็สร้างกระแสฮือฮาให้แก่ผู้ชมเป็นจำนวนมากที่ภาพยนตร์ดึงนางเอกสาว ชมพู่ อารยา มาร่วมแสดงนำในบทเจ๊น้ำ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้มติชนออนไลน์มีโอกาสได้พูดคุยกับ เติ้ล กิตติภัค ทองอ่วม ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้กับมติชนออนไลน์มาว่า
“กับชมพู่ต้องใช้คำว่าคุณค่าที่ชมคู่ควร (หัวเราะ) เราไม่ได้ค่าโฆษณานะคะ แต่ว่า แต่ว่าจากตัวบทแล้ว ในตัวของเคที่ และเจ๊น้ำมันมีความต่างกันสุดขั้วของคาแรคเตอร์”
บทบาทเคที่นั้นตัวบทกำหนดผู้แสดงมาว่าต้องตัวแม่ของวงการ เนื่องจากคาแรคเตอร์ดังกล่าวเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก
“ซึ่งแน่นอนว่าชมพู่เขามีทุกอย่างที่เคที่มีในบทนี้”
แต่ขณะเดียวกันตัวเจ๊น้ำนั้น
“เราก็ต้องการนักแสดงที่ใจกล้าพอที่จะต้องมาเห็นตัวเองที่ไม่ได้สวยงาม ติดดิน อยู่ข้างถนน ผัดข้าว พี่ว่ามันหาไม่ได้ง่ายมาก ในนักแสดงระดับนั้น ในระดับซุปเปอร์สตาร์ที่เขาจะยอม ลงมาทำอะไรแบบนี้ แล้วเขาต้องเจอปิงปอง แบบนี้ เราว่าต้องเป็นคนที่มีความกล้าและบ้าพอ ซึ่งกลายเป็นว่าชมพู่เขามีตรงนี้หมดเลย รู้สึกว่ามันดีมากที่เราได้เขามา ที่เขาให้เกียรติเรามาเล่นเรื่องนี้”

ทั้งนี้เติ้ลกล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการค้นหาเจ๊น้ำคลองหลอดว่า ขณะที่เขาและทีมงานกำลังเลือกจากรายชื่อนักแสดงนั้น ชื่อของชมพู่ อารยาก็ผุดขึ้นมาในความคิด ซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่เจ้าตัวกำลังไปเดินเฉิดฉาย ณ พรมแดงเมืองคานส์นั้นแหละ
“เรารู้สึกว่าต้องคนนี้”
“เพราะว่าถ้าคนนี้ที่เดินพรมแดงอยู่เนี่ย แล้วอยู่ๆมาอยู่หน้าเตา มาผัดข้าว มันคือทวิสอะ แล้วมันคือเด็กสมัยก็ไม่ค่อยเห็นเขาอะ ยุคพี่ยุค 90 ยังได้เคยเห็นเขาในบทบาทอื่นใดบ้าง แต่ว่าเด็กสมัยนี้จะเห็นเขาแค่นั้น ก็เลยรู้สึกว่าเขาน่าสนใจแล้วพี่อยากลองคุยกับพี่ดู”
จากนั้นการดิวแบบรวดรับจึงเกิดขึ้น ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเติ้ลจึงได้ไปนั่งอยู่ตรงหน้าชมพู่ อารยา พร้อมทั้งถ่ายทอดคาแรคเตอร์ทุกอย่างให้เธอฟัง ขณะที่สื่อสารนั้นชมพู่ อารยากล่าวว่าบทสนุกดี ทันทีที่การสนทนาเรื่องภาพยนตร์จบลง เติ้ลจึงถามคนที่เป็นเจ๊น้ำในจินตนาการของเขาว่า “โอเคไหมหากจะชูบทเจ๊น้ำในด้านหยาบคาย”

“เขาก็พูดประโยคที่บอกว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย เพราะว่าก็คือนักแสดง มันไม่ใช่ตัวเขาสักหน่อย แล้วก็เมืองนอกใครเขาก็ทำแบบนี้ทั้งนั้น ประโยคนี้ของเขา มันได้ใจพี่ไปเลย ได้ใจไปเลยทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเขาจะเล่นหรือไม่เล่นนะ แต่ว่าเรารู้สึกว่านี่แหละคือนักแสดงที่เราอยากร่วมงานด้วย คนที่ไม่หวงภาพลักษณ์ตัวเอง เพียงแต่ว่าเขาอินไปกับบท มันก็พอแล้ว มีความมืออาชีพ”
ในเวลาต่อมาชมพู่ อารยาก็ตอบตกลงอย่างที่เดากันได้ ซึ่งแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงมา20 ปีแล้ว แต่ทันทีที่ต้องมาเป็นเจ๊น้ำ คาแรคเตอร์เฉพาะที่ไม่มีต้นแบบจากที่ไหน เธอจึงต้องฝึกหัดโดยการอัดคลิปวิดีโอมาส่งให้เติ้ลดูเรื่อยๆ ภายในระยะอันรวบรัด
“คือลุคเจ๊น้ำเราปั่นรวมแบบเป็นแกงโฮะของคาแรคเตอร์แม่ค้าทั้งหลาย หยิบๆมา แล้วเอาที่มันแซ่บๆ เราก็พยายามส่งเรฟเฟอร์เร้น ซึ่งต้องขอบคุณพี่น้ำที่เป็นแม่ค้าออนไลน์ เพราะว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของคาแรคเตอร์ เราก็ให้ชมทำเพื่อให้เขาลองจับคาแรคเตอร์ว่าคนที่เขามีทัศนคติแบบนี้ บุคลิกภาพแบบนี้จะเป็นอย่างไรก็ให้เขาก็อปส่งมา”

“ให้เขาผัดข้าวด้วยนะ เพราะว่าซีนผัดข้าว สำหรับเราเป็นซีนสำคัญมากเพราะมันจะปรากฏในช่วงแรกๆของการเล่าเรื่อง มันเป็นซีนที่เราบอกกับชมว่า ซีนนี้เราขอแบบ คือยังไงมันก็ต้องถึงอะ มันต้องถึงภาพที่พี่คิดไว้ในหัว มันถึงจะทำให้หลังจากนั้น คนจะเชื่อว่าชมพู่ อารยา คือเจ๊น้ำ แม่ค้าขายข้าวผัด เขาก็พยายามที่สุดแล้วที่จะเป็น ”
จนถึงวันนี้จากวันที่ติดต่อ ถ่ายทำ จนวันที่เจ๊น้ำจะปรากฏตัวในภาพยนตร์อย่างสมบูรณ์แบบ ในฐานะผู้กำกับเขาภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
“ตอนแรกเราได้เขามาแล้วเราก็ดูท่าทีแล้วคิดว่าก็คงประมาณหนึ่งหละ แต่ว่ากลายเป็นว่าคือไม่ใช่ในแง่การแสดงที่เราได้มาเท่านั้นนะ แต่ในแง่ของมนุษยสัมพันธ์เขากลายเป็นแบบ เขาไม่ได้ทำตัวเป็นซุปเปอร์สตาร์นะ ไม่เลยโดยสิ้นเชิง ”
“ซึ่งทีมงานทุกคนแฮปปี้ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเราโชคดีมาก ที่เราได้ชมพู่มาร่วมงานกับเรา ”

