‘ฟรอยด์’ รับอยู่ด้วยจริง แต่ไม่ได้ใช้ ‘เยลลี’ มอม นศ.สาว เล็งฟ้องกลับเหตุกระทบงาน!

กรณีพนักงานสอบสวนเตรียมเชิญดารานักแสดงอักษรย่อ ฟ. มาสอบปากคำในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความเตือนภัยผู้หญิง ระบุว่า เป็นนักศึกษาฝึกงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนจะได้รู้จักกับรุ่นพี่ในที่ฝึกงาน กระทั่งวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รุ่นพี่ชวนไปกินข้าว และได้พบกับดาราคนหนึ่งได้ยื่นเยลลีให้กิน และบีบเจลล้างมือให้ หลังจากนั้นรู้สึกมึน โลกหมุน จนเบลอ หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาจากร่าง รู้สึกถูกมอมยานั้น

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด นายณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ หรือ ฟรอยด์ ที่มีชื่อเล่นอักษรนำหน้า ฟ. ได้เปิดเผยผ่านรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ว่า ยอมรับว่าไปร้านดังกล่าวจริง และอยู่ในเหตุการณ์จริง โดยเรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน

“ร้านนี้ผมไปกินเป็นประจำอยู่แล้ว รุ่นน้องผม คือ ผู้ชาย เดินทางมาพร้อมผู้หญิง ผมรู้จักรุ่นน้องผู้ชาย และผู้ที่กล่าวหาผม วันที่เกิดเหตุร่วมโต๊ะกัน เพราะสนิทกัน ไม่ได้นัดกัน แต่สนิทกันเลยให้ร่วมโต๊ะกันได้ สั่งอาหารมากินกันตามปกติ” ฟรอยด์ กล่าวและว่า ในวันเกิดเหตุ น้องบอกว่า หนาว ให้ปิดแอร์ ร้านก็ปิดแอร์ให้

“จากนั้นมีการบอกว่า มึนหัว เหมือนจะเป็นลม ผมคิดว่า น้องเป็นอะไรหรือไม่ และคิดว่าเพิ่งมาจากข้างนอกอาจจะเหนื่อยหรือไปทำอะไรมาหรือไม่ จึงบอกว่า กินอะไรหวานๆ มั้ย โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ทุกคนในร้านเห็นเหมือนกันหมด สามารถเรียกมาสอบถามได้ แต่ผู้หญิงยืนยันว่า อยากไปโรงพยาบาล จากนั้นมีการเรียกแกร็บ และรุ่นน้องผู้ชายได้ออกไปกับน้องผู้หญิง ผมงงมากว่า ข่าวมันมาเกี่ยวข้องกับผมได้อย่างไร ยืนยันว่า ผมอยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ได้ให้อะไรกิน หรือไม่ได้ออกไปด้วยแต่อย่างใด” ฟรอยด์ กล่าว

เมื่อถามว่า เยลลี คืออะไร ฟรอยด์ กล่าวว่า ไม่ได้ยื่นอะไรให้กิน มีแต่สั่งอาหารมากิน ก็กินด้วยกัน

ผมไม่ได้ยื่นอะไรให้กินทั้งนั้น มีแต่สั่งอาหารมากินบนโต๊ะ ก็กินด้วยกัน ผมก็ไม่รู้ว่า เขากินอะไรผิดสำแดง ผมไม่รู้ว่า ข้อมูลที่พูดออกมา มาถึงตัวผมได้ยังไง ผมไม่ได้ให้เยลลี หรือ อะไรกิน ขนมบนโต๊ะวันเกิดเหตุมีทั้งขนมที่ผมไปเที่ยวมาก็เอามากินด้วยกัน และที่สั่งมาจากร้าน แต่ยืนยันว่า เยลลีไม่ใช่ของผม ที่เดินออกมาสูบบุหรี่ น้องผู้หญิงอยู่ในร้าน เมื่อผมกลับเข้ามา น้องผู้หญิงบอกว่ามึน ซึ่งผมคิดว่า เขาไปเหนื่อยหรือร้อนมาจากข้างนอกอะไรหรือไม่ สุดท้ายน้องทั้งสองคนก็ไปโรงพยาบาลกัน ส่วนผมอยู่ในร้าน ไม่ได้ไปด้วย ส่วนที่บอกว่า คุยกับพ่อตลอด ทางรุ่นน้องผู้ชายผมเป็นคนคุยกับพ่อของผู้หญิงไปจนถึงโรงพยาบาล ส่วนที่บอกว่า ปักหมุดไปที่อื่น ไม่ใช่โรงพยาบาล ผมก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนปักหมุด” ฟรอยด์ กล่าวย้ำ

นอกจากนี้ ฟรอยด์ กล่าวอีกว่า ยินดีออกมาพูด เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันตนและสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ได้รับผลกระทบต่อหน้าที่การงาน

“ผมยินดีจะออกมาพูดเพราะไม่มีอะไรเกี่ยวกับผมเลย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นผมได้รับผลกระทบต่อหน้าที่การงานของผม ทางอีเว้นท์ที่ผมกำลังจะทำก็ไม่สบายใจ สุดท้ายหากมีการแคนเซิลงานของผม ก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมาย หากผมได้รับความเสียหาย ผมยืนยันว่า ผมอยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ได้มีการให้กินอะไร หรือ ไปกับน้องคนนี้แต่อย่างใด” ฟรอยด์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้มองสัมพันธ์ไทย-ไต้หวัน ผ่านนโยบาย “มุ่งใต้ใหม่”
บทความถัดไปสัพเพเหระคดี : ดิ้นไม่หลุด : โดย โอภาส เพ็งเจริญ