คำพิพากษาแด่ ‘แม่นาค’

ไม่ว่าผ่านมานานแค่ไหนหรือในรูปแบบใด ตำนานความรัก ความน่ากลัวจากทุ่งพระโขนงยังคงเป็นอมตะ เรียกร้องให้มีการเล่าขานและดึงดูดให้ผู้ชมติดตามตลอดมา

จึงไม่แปลกเลยที่ ดรีมบอกซ์ จะเลือก ‘แม่นาค เดอะ มิวสิคัล’ ที่เคยสร้างความประทับใจเมื่อ 10 ปีที่แล้ว กลับมาแสดงอีกครั้งระหว่างนี้ที่โรงละครเอ็มเธียเตอร์ ในโอกาสฉลองครอบรอบ  33 ปี

บอกเล่าเรื่องราวของ แม่นาค (ธีรนัยน์ ณ หนองคาย) ขัดใจพ่อแม่หนีตาม มาก (กนกฉัตร มรรยาทอ่อน) คนรักมาอยู่ที่พระโขนง ท่ามกลางความไม่พอใจอย่างยิ่งของ แม่เหมือน (มณีนุช  เสมรสุต) แม่ของมาก และ สายหยุด (ภคมน บุณยะภูติ) หญิงสาวที่แม่เหมือนหมายมั่นให้เป็นคู่กับลูกชาย รวมถึงชาวบ้านชุมชนพระโขนงที่เห็นว่าแม่นาคลูกผู้ดีผิดแผกแปลกจากตัว มีเพียง ป้าแก่ (นรินทร ณ บางช้าง) หมอตำแย และ ตาฉ่ำ (เด๋อ ดอกสะเดา) สัปเหร่อที่เอ็นดูแม่นาค เมื่อแม่ลูกทะเลาะกันรุนแรง มากและนาคจึงแยกออกมาอยู่ลำพัง ความสุขมาเยือนได้ไม่นานนักก่อนที่มากถูกเกณฑ์ไปรบ และเหตุการณ์เลวร้ายพาไปสู่จุดจบชีวิตอย่างเดียวดายของนาค การปฏิเสธความตาย และจุดเริ่มต้นวิญญาณดุร้ายอันเลื่องลือ

นักแสดงทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ฉาก แสง สี ล้วนน่าชื่นชม ทุกองค์ประกอบพาคนดูย้อนกลับไปยังสังคมไทยในยุคที่ผู้หญิงมีค่าน้อยกว่าควาย และความรู้หนังสือไร้ประโยชน์กว่าการเกี่ยวข้าวเป็น การเคลื่อนไหวฉากไหลลื่นน่าชม แสงและเอฟเฟ็กต์ต่างๆ สร้างสรรค์ส่งให้เราเข้าไปนั่งมองเหตุการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ฉากดราม่าสะกดให้เรานิ่งตาม ขณะที่ฉากเรียกเสียงฮาทำได้อย่างถูกจังหวะ

เสียก็แต่เอฟเฟ็กต์ควันที่ลอยตัวคลุมอยู่ทั้งโรงละคร เหมือนจะสร้างบรรยากาศ แต่ดูจะมากไปจนทำให้แสบตา ทุกอย่างดูขุ่นมัว และมองการแสดงสีหน้าของนักแสดงได้ไม่ชัดเจน

แต่ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง คือการตีความแม่นาคในแบบที่ไม่ซ้ำเดิม เพิ่มที่มาที่ไปและเสริมเหตุผลให้การกระทำ รวมถึงการตัดสินใจของแม่นาคและตัวละครหลักอื่นๆ ความยึดติดขนบความคิดค่านิยมและความรักในแบบผิดๆ นอกจากนี้ยังตอกย้ำการใช้พลังทางสังคมในการทำร้ายผู้ที่ตัวเองเกลียดชังและพร้อมส่งต่อความเกลียดชังนั้นทั้งทางการกระทำและวาจา

พลังทางสังคมที่ว่า ทรงพลังพอจะพิพากษาทำลายชีวิตของแม่นาค ผู้ต้องการแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับคนที่ตัวเองรัก ทั้งยังส่งผลกระทบรุนแรงต่ออีกหลายชีวิตที่เกี่ยวข้อง หากต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดกลับละเลยความจริง แล้วตะเบ็งเสียงส่งต่อความเกลียดชังไปยังผู้พร้อมเชื่ออีกมากมาย

อันตรายเหลือเกิน

โดยเฉพาะในยุคนี้ที่พลังทางสังคมเกิดขึ้นง่ายเพียงขยับปลายนิ้ว

มีน เกวลิน

บทความก่อนหน้านี้‘เชลซี’ โผล่ประชัน ‘ลิเวอร์พูล-นาโปลี’ ล่ากองกลางดาวรุ่งจาก ‘เกงค์’ (คลิป)
บทความถัดไปมหากาพย์ภาคต่อ ‘แมนฯยู’ มีลุ้นคว้า ‘เฟร์นันเดส’ เหตุ ‘สปอร์ติ้ง’ ร้อนเงิน!