จากกรณี ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ดาราชื่อดังไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.ทองหล่อ กรณีมีเว็บไซต์ประกาศขายบ้านตน โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้ว น.ส.วันวิสาข์ ปัญจรงคะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันวิสาข์ พรอพเพอที จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ดังกล่าว ได้ชี้แจงกับรายการ ‘บันเทิง 8 Hot News’ ว่า การประกาศดังกล่าวเป็นการทำตามที่พลอย-พลอยพรรณ ภรรยาของปีเตอร์แจ้งมาตั้งแต่พ.ศ. 2557 โดยหลังจากเป็นข่าวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พลอยก็ติดต่อมาอีกครั้ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (คดีพลิก!!เว็บประกาศขาย ‘บ้านปีเตอร์’ อ้างทำตามคำขอของ ‘พลอย’ ตั้งแต่ปี 57)
ล่าสุดวันนี้ 16 มิถุนายน เวลา 13.00 น. พลอย – พลอยพรรณ ก็ได้เดินทางมาที่สตูดิโอ 2 ช่อง 9 อสมท ถนนพระราม 9 เพื่อเปิดใจในรายการ ‘ไนน์เอ็นเตอร์เทน’ โดยพลอยกล่าวถึงกรณีที่ถูกกระหน่ำว่าทั้งอีเชอร์รี่่ และสตรอเบอร์รี่ว่า ตนยังไม่เข้าใจคำด่าว่าอีเชอร์รี่เลย เพราะตอนนี้คำด่าพัฒนามาก ซึ่งจริงๆ แล้วชีวิตของตนในหนึ่งอาทิตย์มีหลายสิ่งให้ทำจนไม่มีเวลาไปหาเรื่องใส่คนอื่น
“ถ้าเผื่อจะถามว่าเอาเวลาไหนไปคิดไม่ดี หรือคิดที่จะตอแหลกับคนอื่น พลอยเอาเวลาไปทำงานหาเงินดีกว่า เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าพลอยเป็นคนที่มีหน้ากับหลังไม่เหมือนกันเนี่ย เอาไว้ลองให้คนที่รู้จักพลอยหรือคนที่ติดตามกันมาตั้งนานแล้วจะรู้เลยว่าการใช้ชีวิตพลอยมันค่อนข้างแน่นมาก ไม่มีเวลาไปเล่นสนุก ตลอดเวลาคิดแต่เรื่องลูกกับเรื่องงานตลอดค่ะ” พลอยกล่าว
พร้อมกับบอกถึงเรื่องที่จะไม่พูดถึงปีเตอร์อีก เนื่องจากที่ผ่านมาเหนื่อยมากกับปัญหาที่ต่อเนื่องและไม่ได้รับการพูดคุยสักทีจึงอึดอัดจนต้องออกมาพูดกับสื่อ ซึ่งพอได้คุยกับรุ่นพี่ อีกฝ่ายก็ให้คิดดีๆ ก่อนตอบ เพราะที่เคยตอบดี มีสติมันหายไป พูดอะไรอาจจะคิดน้อยเกินไป อย่างเรื่องปีเตอร์จะขายบ้านก็เช่นกัน
“การที่บอกว่าพี่เตอร์จะขายบ้าน อันนั้นต้องขอโทษพี่เตอร์ ณ ตรงนี้เลยนะคะ เพราะพี่เตอร์มีความคิดที่จะขายบ้าน อันนี้เราเคยคุยกันเองค่ะ และพอมาเห็นข่าวว่ามีการประกาศขายบ้าน พลอยจะไปคิดว่าคนอื่นจะมาขายบ้านหลังนี้ไม่ได้นอกจากเจ้าของบ้านเขาเอง อันนี้มันเป็นความผิดของพลอยเองที่ไม่ได้ดูให้เรียบร้อยว่าตรงนี้มันมาจากใคร”
ส่วนเรื่องที่มีชื่อเป็นคนประกาศขายพลอยว่า “ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าพลอยอยากจะคุยกับคนที่เขาลงประกาศตรงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้พลอยควรทำ แต่พลอยไม่ได้ทำ อันนี้ก็เป็นความผิดของพลอยด้วย และเมื่อวันก่อนพลอยเห็นคุณปีเตอร์ไปฟ้อง พลอยก็เลยสงสัยว่าคือใคร และคุ้นๆ ว่ารูปนี้เป็นรูปที่เคยใช้ เป็นรูปที่พลอยถ่ายเอง ฉะนั้นรูปตรงนี้ต้องมาจากพลอยแน่ๆ เลยลองโทรไปถามนายหน้าท่านนี้ คือเรื่องมันเกิดตั้งแต่ปี 57 ตอนที่พลอยกำลังตั้งท้องลูกคนแรก ตอนที่ยังอยากมีครอบครัวที่ดีกันอยู่ บ้านหลังนี้เป็นบ้าน 5 ชั้น ขึ้นเดินลงบันไดมันยากมากสำหรับคนท้อง ฉะนั้นพลอยกับพี่เตอร์เลยมีความเห็นว่าบ้านหลังนี้ควรจะขาย ไม่ใช่ความคิดของพลอยคนเดียวนะคะ พี่เตอร์ก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยว่าจะขาย ซึ่งมูลค่าบ้านคือ 23.5 ล้าน”
“เราขายผ่านนายหน้าหลายที่มาก และพลอยได้ลงประกาศในเว็บบางเว็บเองด้วยนะคะ คือมีช่องทางไหนที่ประกาศขายได้เราก็ไปโพสต์ไว้หมด คือพลอยไปฝากประกาศขายจริง แต่มันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไม่ใช่ล่าสุด แต่เป็น 2 ปีที่แล้วที่ไม่ได้คุยกับนายหน้าคนนี้ แต่ที่เขาเอามาโพสต์ใหม่เมื่อประมาณเดือนกว่าที่แล้ว โดยที่เขาบอกว่าเขาติดต่อพลอยแล้ว แต่ติดต่อพลอยไม่ได้ โดยที่เขายังไม่ทราบเลยว่าบ้านหลังนี้ยังอยู่หรือขายไปหรือยัง ซึ่งตอนนี้มันอาจจะเป็นเจ้าของใหม่ไปแล้วก็ได้ ถ้าให้มองในมุมเขา เขาอาจจะบอกว่า เขาไม่รู้หนิว่าพลอยเป็นใคร ซึ่งมันก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นแต่การที่เขาติดต่อพลอยไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าบ้านหลังนี้ คุณยังขายได้อยู่”

ขณะเดียวกันพลอยก็ได้แสดงหลักฐานเป็นข้อความสนทนาในไลน์กับนายหน้าเจ้าอื่นๆ ซึ่งจะคอยมาพูดคุยอยู่ตลอดว่ายังสนใจขายบ้านอยู่ไหม นี่เป็นการขายอย่างถูกต้อง โดยตนจะตอบกลับว่ายังไม่สะดวกขาย เพราะยังไม่ได้บ้านใหม่ หรือช่วงหลังก็จะบอกว่าไม่สะดวกเพราะยังตกลงกับสามีไม่ได้
“อันนี้เป็นความตั้งใจที่จะขายบ้านเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ว่า เมื่อไม่นานมานี้ พี่เตอร์เองก็ออกมาบอกว่า เขาอยากจะขายบ้าน อันนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่พลอยไม่ขอโทษใครเลย พลอยต้องโทษตัวเองก่อนเลยที่เราไม่ได้เช็คข้อมูล และไปพูดพาดพิงพี่ปีเตอร์ออกสื่อด้วย มันไม่ใช่สิ่งที่พลอยควรจะทำเลย ในการไปว่าเขาก่อนที่พลอยจะเช็คข้อมูลให้เรียบร้อย แต่พอมานั่งดูตรงนี้แล้ว ถามทางนายหน้าเอง เขาทำถูกต้องตามหลักวิธีที่ถูกต้องมั้ย ต้องบอกว่า มันยังไม่ใช่”
“ถ้าเขาจะบอกว่า เขาติดต่อพลอยทางโทรศัพท์ไม่ได้ เลยโพสต์ไป มันไม่ใช่ เพราะเขาติดต่อกับพลอยผ่านอีเมล์ตลอด ให้ติดต่อมาทางอีเมล์ที่คุยกับพลอยสิคะ และพลอยเคยประกาศขายไว้ในเว็บไซต์ ทรีจีไฮโซ ด้วย ซึ่งเขา (นายหน้า) ได้เข้ามาเจอพลอยในนี้ แสดงว่าเขาต้องรู้วิธีการติดต่อกับพลอย เขาต้องรู้อยู่แล้วว่าในเฟซบุ๊ก อาจจะไม่รู้ว่าพลอยคือใคร แต่เขาต้องรู้ว่าเฟซบุ๊กนี้สามารถติดต่อกับพลอยได้ ทำไมไม่ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก”
อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายได้ออกจดหมายและขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด รวมทั้งเอาประกาศขายบ้านออกแล้ว แต่สำหรับความรับผิดชอบต่อความเข้าใจผิดถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมีผลกระทบหลายฝั่ง เช่น ของตนอาจเป็นเรื่องภาพลักษณ์เสียหาย ถ้ามีผู้โดยสารบนเครื่องบินมาพูดว่าตนตอแหลจะตอบอย่างไร ที่สำคัญคือตนทำธุรกิจด้วยจึงจำเป็นต้องออกมาพูด
“ถ้าพูดถึงในเรื่องขอโทษ พลอยอยากจะให้เขา (คู่กรณี) ลองนั่งคิดดีๆ พลอยไม่ได้บอกให้เขาขอโทษ พลอยต้องการที่จะให้เขาชี้แจงในส่วนที่มันถูกต้อง คือพลอยยังได้คุยไลน์กับเขา แต่วันนี้พลอยไม่ได้เอามาให้ดู พลอยผิด พลอยขอโทษ พลอยยอมรับ แต่ว่าทางบางส่วนจิตใจในใต้สำนึกของคุณ คุณก็ต้องรู้ด้วยว่าคุณทำผิดตรงไหน วันนี้ที่พลอยจะพานายหน้าของอีกบริษัทหนึ่งมาคุย เพื่อให้รู้ว่าการทำที่ถูกต้องมันเป็นยังไงบ้าง พลอยไม่อยากจะไปเหมานะคะว่าเขาทำผิดทำถูกยังไง สิ่งที่ควรทำคือยังไง อยากจะให้มาชี้แจงตรงนี้ ในส่วนของคำขอโทษ ไม่ได้หลุดออกมาจากปากพลอยนะคะ พลอยแค่บอกว่าอยากให้มาชี้แจง ถ้าเกิดจะขอโทษจริงๆ ให้ไปขอโทษคุณปีเตอร์เจ้าของบ้านดีกว่า ที่ทำให้คุณปีเตอร์ต้องมาลงบันทึกประจำวันกับทางเขา ไม่เกี่ยวกับพลอยนะคะ”
“ถ้าเขาจะเสียหาย เขาเสียหายมาจากทางคุณปีเตอร์ ซึ่งทีการออกข่าวและแจ้งบอกว่าคนนี้ ส่วนของพลอย พลอยไม่ได้เอ่ยชื่อใครว่าใครเป็นคนทำ ไม่เคยมาออกสื่อว่านายหน้าชื่ออะไร บริษัทชื่ออะไร เพราะฉะนั้นถ้าจะฟ้องคงไม่ได้มาจากทางพลอย ยกเว้นว่าพลอยจะไปฟ้องทางเขาหรือเปล่า เพราะเขาเป็นคนเอาชื่อพลอยมาออกสื่อ ทำให้พลอยเสียหายเสียชื่อเสียงอันนี้ก็อีกเรื่องนึง”

อย่างไรก็ตามพลอยกล่าวว่า หลังจากมีข่าวคดีพลิกเรื่องการขายบ้านก็มีจิตตกบ้าง แต่ไม่ร้องไห้ เพราะเหนื่อยจากการทำงานเยอะ ส่วนที่ว่าจะอยู่บ้านหลังนี้ต่อไหม สำหรับตนไม่จำเป็นเพราะทำงานนอกเมืองอยู่แล้ว แต่อยากให้ลูกๆ อยู่ไปสักพักหนึ่งเพราะโรงเรียนอนุบาลที่ดีๆ อยู่ใกล้บ้านเดินทางง่าย ถ้าอนาคตมีโรงเรียนที่เหมาะสมก็ว่ากัน แต่ถ้าตอนนี้อีกฝ่ายให้อยู่ก็จะขออยู่ไปก่อน
(ถ้าปีเตอร์บอกว่า ขายต่อพลอยแล้วกัน?) “ถ้าพี่เตอร์ขายต่อพลอยในราคาที่พี่เอากำไรมั้ยคะ (หัวเราะ) ถ้าเผื่อพี่ไม่เอากำไรมาก พลอยซื้อต่อพี่ ถามว่ามีกำลังซื้อมั้ย ก็คงต้องผ่อนและทำงานหนัก แต่ตรงจุดนี้ยังคิดว่าบ้านจำเป็นสำหรับชีวิตลูกอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ลำบากก็ตาม ลูกขาสั้นแค่เนี้ย ต้องเดินขึ้นบันได 5 ชั้นไปนอนทุกวัน แต่มันก็ยังดีกว่า ให้ลูกอยู่ใช้ชีวิตอยู่บนรถติด 3 ชม.ไปโรงเรียนทุกวัน อันนั้นไม่ไหว”
ทั้งนี้พลอยฝากถึงปีเตอร์ด้วยว่า “พลอยอยากจะบอกว่า ทุกอย่างเป็นเวรกรรมร่วมกันนะพี่ ในการที่พลอยจะต้องมานั่งเจออะไรที่มันผิดหวังเสียใจ ทางด้านพี่เตอร์เขาอาจจะเจออะไรที่ไม่ถูกใจกับพลอย มันเป็นเวรกรรม ก็ขอให้เราได้ใช้กรรมซึ่งกันและกัน และทางฝั่งเขาทำบุญ ทางฝั่งหนูทำบุญให้กัน และอโหสิกรรมให้กันไป ในทางด้านลูก ไม่เคยกีดกันไม่ให้พ่อเจอลูก เด็กจะยังคงเรียกพ่อว่าปะป๊า รู้ว่าใครคือพ่อของเขา ยังไงก็อยากจะให้ทางสามีกลับมาเคลียร์กับพลอยให้เร็วที่สุดนะคะ เรื่องนี้มันจะได้จบ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นว่าทางพี่ปีเตอร์ไปออกงานที่ไหน ก็จะโดนสัมภาษณ์ ทางพลอยก็จะโดนสัมภาษณ์เรื่องครอบครัว ซึ่งมันไม่จบ คนฟังก็เบื่อ คนพูดก็เบื่อ ถ้าเกิดว่าเคลียร์จบเมื่อไหร่ พลอยเชื่อว่า ชีวิตเราจะได้เดินต่อไปในทางที่มันดีขึ้น ก็ฝากตรงนี้นะคะว่าพี่เตอร์ยังเป็นพ่อของลูกอยู่ค่ะ”
ส่วนที่คนมองว่าเรื่องราวของปีเตอร์กับพลอยจะจบลงที่ศาล เจ้าตัวว่า “พลอยหวังว่ามันจะไม่ถึงตรงนั้น ถ้าเราได้คุยอะไรกันลงตัว ที่ได้เคยคุยกันมาก็เป็นเรื่องราวดีๆ ยังไงขอดูเรื่องการกระทำอีกทีนึง”

