หน้าแรก บันเทิง ผ่านไหม? ประม...

ผ่านไหม? ประมวลความเห็นเพจหนังดัง ให้ ‘นางนอน’ กี่คะแนน

26.11.19 | 21:46 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาทันที เมื่อมีการปะทะคารมทั้งซึ่งหน้าและผ่านตัวอักษร ระหว่าง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร และผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง นางนอน หรือ THE CAVE ซึ่งสร้างจากเหตุการณ์เด็กและโค้ชติดถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน เมื่อช่วงปลายปี 2561 กลายเป็นข่าวดังทั่วโลก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีการฉายรอบสื่อไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเพจหนังต่างๆ ก็นำมารีวิวให้แฟนเพจได้อ่านกัน ดังเช่น ‘หนังฝังมุก’ ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 9 แสนราย ให้คะแนน นางนอน ถึง 8.0 เต็ม 10 พร้อมจั่วหัวว่า ‘หนังชังชาติที่ทำหลายคนหน้าชา’ เนื่องด้วยนำเสนอมุมมองที่ค่อนข้างไม่ดีเกี่ยวกับระบบราชการไทย หลายคนเป็นห่วงกลัวว่าหนังจะถูกแบน จนเป็นกระแสในทวิตเตอร์ จนแอดมินเพจดังกล่าวห่วงว่าจะถูกแบบ ถึงขนาดชวนแฟนเพจให้รีบๆไปดู โดยระบุว่าเป็นหนังสนุกเเรื่องหนึ่ง   เปิดเรื่องเร็วและเน้นที่ทีมดำน้ำ

เพจดังกล่าวระบุด้วยว่า หนังเจาะจงถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสายตาของ จิม วอร์นี นักดำน้ำชาวไอริช และคนอื่น ๆ ที่มีส่วนในการช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 คนออกมา โดยแก่นของเรื่องนี้คือฮีโร่ที่ต่างจากหนังฮีโร่ฟอร์มยักษ์ เป็นคนธรรมดาที่ขอลางานไปมุดถ้ำเพื่อช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จัก

“หนังจั่วหัวไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องเลยว่าเนื้อหามีการแต่งเติมเพื่ออรรถรสในการรับชม ในเมื่อเป็นหนังก็ต้องมีฝ่ายพระเอกและตัวโกง ซึ่งแจ็คพอตก็มาลงที่ระบบราชการไทยที่รับหน้าที่เป็นผู้ร้ายนี้ไป ทำให้หลายประเด็นที่หนังถ่ายทอดออกมาเลยดูสุดโต่ง”

แอดมินหนังฝังมุก ยังบอกว่า สำหรับฉากที่ที่ผู้ใหญ่ทีมสูบน้ำขนท่อพญานาคมาช่วยจากราชบุรี แต่กลับได้รับการปฏิเสธเพราะต้องขออนุญาตตามขั้นตอน อันนี้คงทำให้หลาย ๆ คนหงุดหงิด โดยเฉพาะคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่ว่า “งั้นคุณก็กลับไปเก่งที่นครปฐม”

Advertisement

“ซีนนี้ประสบความสำเร็จในแง่ของอารมณ์ร่วมในหนัง เพราะเป็นฉากที่กดดัน และคับแค้นมาก พอมันผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้ จึงนำมาสู่ความปลื้มปิติ ได้ยินหลายคนสูดน้ำมูกฟืด ๆ กันเลยทีเดียว

แต่นั่นเป็นมุมมองที่หนังถ่ายทอดมาเพียงด้านเดียว คิดแบบเป็นกลางเลยคือ ถ้าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้คนที่ไม่มีส่วนเข้ามาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลาย ๆ คนไปถ้ำหลวงไม่ทำประโยชน์ แต่เซลฟี่เป็นร้อยรูป ในขณะที่อีลอน มัสก์ เข้าไปช่วยถึงในถ้ำกลับทวิตแค่ 3 รูป

อันนี้เห็นใจเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ต้องกันคนนอกออก ในการทำงานต้องประสานกับหลายฝ่ายทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ถ้าไม่มีระเบียบ ขั้นตอนพวกนี้คงวุ่นวาย งานทับซ้อนกันควบคุมงานลำบาก ซึ่งหนังก็ไม่ได้เล่าให้ครบทุกด้าน” (อ่านความเห็นเพิ่มเติมที่เพจ หนังฝังมุก)

สำหรับประเด็นความสามัคคี อดีตผู้ว่าฯ เชียงราย ระบุว่าควรทำให้หนังมีทิศทางเช่นนั้น เพจ ‘หนังโปรดของข้าพเจ้า’ มองว่า The Cave เป็นหนังยกย่องคนทำงานหลายภาคส่วน ไม่ได้เชิดชูใครเป็นพิเศษ แม้อาจจะไม่ได้เล่าทุกคนด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง (รีเสิช/การเข้าถึง/เวลาในหนัง) กระทั่งไสยศาสตร์ในหนังยังนำเสนอภาพในแง่การทำให้คนสงบด้วยซ้ำ แต่ในความเป็นหนัง ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ จะให้นำเสนอแต่ทุกอย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรคมันก็คงจะเฟคมากๆ

“การที่คนในเหตุการณ์หลายคนได้พื้นที่บอกเล่าถึงอุปสรรคที่ต้องเจอ โดยเฉพาะอุปสรรคจากข้าราชการ มันก็ไม่ได้ผิดอะไรที่จะถูกสะท้อนให้เห็นเป็นส่วนหนึ่งของหนัง”

แอดมินเพจนี้ ยังยกตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง  The 33 ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของคนงานติดอยู่ใต้เหมืองถล่มซึ่งมีบางส่วนของเรื่องวิพากษ์นายทุน

“ถ้าจำไม่ผิดก็วิจารณ์ทีมกู้ภัยที่ไม่เชื่อว่าคนงานจะยังรอดชีวิตอยู่ได้ด้วยซ้ำ มันก็เป็นอุปสรรคหนึ่งที่หนังนำเสนอ แต่สุดท้ายสาระสำคัญของ The 33 ก็คือเรื่องความหวังอยู่ดี”