‘ไอซ์ ศรัณยู’ เผยเคยอยากหลับไม่ตื่น! เพราะถูกทำร้ายจิตใจจากโลกโซเชียลซ้ำแล้วซ้ำอีก

นักร้องชื่อดัง ไอซ์ ศรัณยู เดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว Thailand & AIS Bangkok Countdown 2020 ที่ เซ็นทรัลเวิล์ด ทั้งยังเปิดใจเล่าเหตุการณ์ที่ตนเองถูกโซเชี่ยลวิจารณ์เรื่องผลงานในแง่ลบ จึงตัดสินใจอยากจากโลกใบนี้มาว่า จริงๆเรื่องทั้งหมดมันผ่านไปตั้งแต่ช่วงปี 2561 ละครเรื่องบุพเพสันนิวาสออกอากาศ หากถามถึงสภาพจิตใจนะตอนนี้ตนขอยืนยันว่าตนสบายใจยิ้มแย้มและมีความสุข

ไอซ์ ศรัณยู เผยเรื่องราวการบูลลี่จนเกือบไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ บอกคำพูดคนร้ายแรงกว่ายาพิษ

โดยที่ตัดสินใจโพสต์เนื่องจากรู้สึกว่าสภาพจิตใจของคนในสังคมปัจจุบันนี้ มีความเข้มแข็งและอ่อนไหวแตกต่างกันออกไป จากที่เห็นในข่าวมีหลายๆคนที่สภาพจิตใจกับสังคมปัจจุบันไม่ไหว จึงตัดสินใจลาจากโลกนี้ไป

“มันทำให้เรานึกถึงตัวเองเมื่อซักเกือบ 2 ปีที่แล้ว เราอยากให้ทุกคนกระตุ้นนึกถึง กันและกันให้มากๆ ว่าเพียงแค่เราเขียนข้อความ เพียงแต่คนที่เราพูดถึงหรือคนที่มาเห็นเขามีสภาพจิตใจที่แตกต่างจากเรา”

“มันอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนหนึ่งคนมากมายกว่าที่คิด”

“ฉะนั้นอยากให้คิดว่าก่อนจะพูดหรือจะพิมพ์มันอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกของใครก็ได้”

หากย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่แย่ของชีวิต เริ่มจากมีบัญชีผู้ใช้รายหนึ่ง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทางโลกออนไลน์ว่าคนร้องเพลงประกอบละครเรื่องบุพเพสันนิวาสไม่เพราะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตนว่าไม่เคย ประสบผลสำเร็จในวงการบันเทิง

“จริงๆก็เข้าใจว่าเราไม่ควรเอาคำพูดของคนอื่นมาใส่ใจ กว่าที่เราจะรวบรวมกำลังใจมันใช้เวลานาน”

“เราไม่สามารถห้ามความคิดและคำพูดคนอื่นได้สิ่งที่เราควบคุมได้คือจิตใจของเรา”

แต่เมื่อถามว่าอาการของตนเข้าขั้นซึมเศร้าหรือเปล่านั้นตนขอให้คำตอบว่าไม่ใช่

“ไม่ใช่เพียงแต่รู้สึกว่าอยากหลับไม่อยากตื่นขึ้นมา ท้อแท้ ไม่อยากจะต้องเจอกับความรู้สึกที่แย่ๆ อยากหลับไปเลย”

“มันเหมือนไม่ว่าทุกทำงานสาขาอาชีพอะไรนะ แล้วมีคนมาบอกคุณซ้ำๆ เดิมๆ ว่าคุณทำงานชิ้นนี้ไม่ดีเลย อย่าทำเลยไม่ประสบความสำเร็จหรอก คุณทำงานชิ้นนี้แล้วมันห่วยแตกมาก พูดซ้ำๆ แบบนี้ กำลังใจมันหดหายนะ”

“ณ เวลานั้น จิตใจมันย่ำมันแย่นะ”

จึงอยากฝากถึงทุกๆคนที่กำลังออนแอร์ว่าทั้งตัวเองและคนรอบข้างสามารถช่วยให้สภาวะจิตใจเราดีขึ้นได้

“สำคัญที่สุดคือตัวเราเองจะต้องเข้มแข็ง”

ทั้งนี้ไอซ์ยังขอแสดงความคิดเห็นว่า คำพูดหรือข้อความแย่ๆ บนโซเชียลมีเดียสามารถทำลายชีวิตของใครหลายๆ คนโดยที่เราไม่รู้ตัวได้ จึงไม่อยากให้มีการตัดสินชีวิตผู้อื่นจากความคิดของตนเอง เนื่องจากสภาพจิตใจและความคิดของคนเราไม่เหมือนกัน

“เราโชคดีที่มีคนรอบตัวดีมีเพื่อนดีมีครอบครัวดีและมีงานการที่ดี จนคิดกับตัวเองว่าแล้วเราจะไปนั่งฟังเขาทำไม”

ทุกวันนี้เวลาเจอความคิดเห็นใดๆบนโลกโซเชียลตนตั้งรับโดยรอยยิ้มและความเข้มแข็ง

บทความก่อนหน้านี้“ชมภู่ทิพย์” ลิ่วรอบ2หวดไอทีเอฟ เอเชีย/โอเชียเนีย
บทความถัดไป“ไวพจน์” ยัน​ ยังทำหน้าที่​ ส.ส.ถึง​ 15​ ม.ค.63 หลังศาลออกหมายจับ