‘ว่าน ธนกฤต’ จากนักล่าฝัน สู่วันที่คิดว่าโตเต็มตัว-หมดไฟ และแพลนในอนาคตที่อยากมีลูก

15 ปีที่โลดแล่นในวงการบันเทิงของ ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ นอกจากการเป็นนักร้องแล้ว เขายังเป็นนักแต่งเพลง นักแสดง ดีเจ และพิธีกรในรายการต่างๆมากมาย เรียกว่าเรียนรู้และสั่งสมประการณ์ ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาไม่น้อย โดยล่าสุดเจ้าตัวได้มาบอกเล่าถึงเรื่องราวเล่านั้นในรายการ เจาะใจ ที่จะออกอากาศในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม นี้ เวลา 21.00 น. ทางช่อง 9 ไว้ว่า

จุดเริ่มต้นการทำงานในวงการนี้ มาจากการประกวด AF ในช่วงอายุเพียง 19 ปี ที่กำลังเรียนดนตรีละมีความฝันอยากเป็นนักแต่งเพลง

“วันนึงคุณแม่พาไปซื้อของที่ห้าง เดินผ่านบูธเขาแจกใบสมัครที่เขียนว่าปฏิบัติการนักล่าฝัน ก็คิดว่า นักล่าฝันรวมถึงตัวผมด้วยมั้ย เพราะเราก็มีฝันเลยสมัครไปแบบไม่รู้ว่าจริงๆ รายการแข่งอะไร รู้แค่ 3 คำ นักล่าฝัน กะเอาเพลงที่เขียนไปขายเขาอย่างเดียว”

จากนั้นก็พาชีวิตมาไกลจนถึงวันนี้

ซึ่งบนเส้นทางนี้กับการไล่ล่าความสำเร็จ ช่วงตอนอายุ 27 คาบเกี่ยวกับตอนไปบวช ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองเก่ง โตเต็มที่ ให้ทำอะไรก็ทำได้ไม่ยากเลย

“เป็นช่วงที่เริ่มทำอัลบั้มที่ 2 เพลงคนไม่มีเวลา เพลงอยู่บำรุง ก็เริ่มทำนิสัยไม่ดีกับทีมงาน หงุดหงิดกับงานที่ออกมาไม่ได้อย่างใจ จนพี่หนุ่ม กิตติกร เตือนว่าเราโตแล้ว ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซนต์หรอก ต้องยอมรับให้ได้บ้าง กับความผิดพลาดที่เป็นมิตร ก็ทำให้คิดได้”

“แต่ก็มีช่วงที่ผมหมดไฟไม่ทำงานเพลงไปปีครึ่ง เพราะรู้สึกว่าตัวเองเครียด และคิดเยอะกับการทำงาน จนพี่สิงโต นำโชค มาถามว่าทำไมไม่ทำเพลงใหม่”

เมื่อได้คุยได้ลองแต่งเพลงร่วมกันในร้านกาแฟจนเสร็จ ก็โทรเรียกคนที่เกี่ยวข้องไปห้องอัดเลย บรรยากาศของความสุขกลับมาทันที รู้สึกเลยว่านี้คือสารตั้งต้นในอาชีพของเรา กลับมาเริ่มสนุกกับการเขียนเพลงอีกครั้งจนได้เพลงเดคิสุงิ เพลงล่าสุดออกมา

“ความสุขของผมในวันนี้นอกจากการทำเพลงแล้ว คือการทำให้พ่อแม่คนรอบๆตัวมีความสุขกับชีวิต ตัวเองไว้ทีหลัง เพราะตลอดชีวิตพ่อกับแม่เขาเต็มที่ทุกอย่าง เราได้สิ่งที่ดีที่สุดจากเขามาตลอดแล้ว ตอนนี้ถึงทีพวกท่านบ้าง”

ก่อนที่ว่านจะบอกอีกว่า “ผมชอบตัวเองในวันที่อายุมากขึ้นเรื่อยๆ ดีใจที่ผมโตมาเป็นผม”

“ปีนี้ชอบตัวเองที่สุด เพราะนี่คือปัจจุบัน อยากทำงานเพลงต่อไปให้ดี เป็นหนึ่งในเมนสตรีมของเมืองไทย ที่มีให้เลือกฟังเยอะขึ้น พยายามปล่อยวาง ไม่จิตตก ถ้ามีก็ซ่อมแซมเร็ว อย่าเศร้านาน”

รวมไปถึงเป้าหมายสำคัญอีกสิ่งในชีวิต นั่นก็คือ “อยากมีลูก”

“ไม่ใช่เห็นเขามีแล้วอยากมี แต่ผมมองว่าผู้ชายจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกทีเมื่อมีลูก ความเป็นหัวหน้าครอบครัวมันไม่พอ มันจะกลายเป็นทาสในเรือนเบี้ยที่เรามีความสุข”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บานปลาย! ถอด ‘โอซิล’ จากเกม ‘วินนิ่ง’ ภาษาจีน เหตุวิจารณ์เรื่องชาวอุยกูร์
บทความถัดไปลาซาด้า 12.12 ทำสถิติใหม่ส่งยอดผู้ใช้ และรายได้สูงสุดในรอบ 7 ปี มือถือครองแชมป์ขายดีที่สุด