เข้าโรงภาพยนตร์ไปแล้วสำหรับเรื่อง ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ผลงานภาพยนตร์ส่งท้ายปลายปี ของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ จากค่ายหนัง gdh559 กำกับการแสดงโดย เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ เมื่อเราถามถึงการกลับมาร่วมงานกันครั้งที่ 3 ระหว่างเขาและผู้กำกับ หลังจากผ่านเรื่อง ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ และ ดาย ทูมอร์โรว์ ซันนี่ก็ยิ้มก่อนตอบว่า “รู้สึกว่าเราไปในทิศทางเดียวกัน ถึงจะเป็นคนที่ไม่เหมือนกันเลย แต่ว่ารสนิยมทางภาพยนตร์ และความคิดเกี่ยวกับภาพยนตร์ การดูหนังมันไปในทิศทางเดียวกัน เลยนรู้สึกว่าคุยกับเขาแล้วสนุก ”
แต่เมื่อย้อนไปมากกว่านั้น จุดเริ่มต้นที่ทำมารู้จักกับ ฮาวทูทิ้ง คือความว่างเปล่า เสมือนคำนิยามที่มีต่องานชิ้นนี้ “มันเป็นหนังเซอร์ไพรส์ หนังความรู้สึก” เนื่องจากเต๋อ นวพล ชวนเขาไปแคสติ้งภาพยนตร์โดยที่ยังไม่เห็นบท
“แต่พอเห็นบทแล้ว บทมันดี ดีจนตกใจ ทำไมเต๋อถึงเก่งขนาดนี้” “เข้าถึงความเป็นมนุษย์สุดๆ ทุกรายละเอียด การพัฒนาตัวละคร เหมือนไม่ได้เขียนจากเรื่อง แต่เขาเขียนมาจากมนุษย์”
ในตอนแรกเขารู้เพียงว่าเต๋อ นวพล จะทำภาพยนตร์ ที่มีจุดเริ่มมาจากการจัดบ้านทุกสิ้นปี “เต๋อบอกว่า เป็นหนังเกี่ยวกับการจัดบ้าน ผมก็บอกว่า ลองไปเสนอสตูดิโอดูสิ” 5555
เมื่อถามว่า เอ็ม บทบาทที่เขาได้รับในฮาวทูทิ้งเป็นคนอย่างไรนั้น คำตอบที่ได้คือ อาชีพเขาเป็นหนึ่งในคนที่จัดงานอีเวนท์ แต่ลึกลงไปในความรู้สึกนั้น “เขามีความเป็นมนุษย์นั้นแหละ แต่มีเหตุการณ์หลายอย่างในชีวิต เป็นการพัฒนามนุษย์ แต่ละช่วงเวลา”
ซึ่งซันนี่ขยายความต่อว่า เขาและเอ็มมีทัศนคติที่ไม่เหมือนกัน “ผมก็คิดไม่ถึงในสิ่งที่เอ็มทำหลายอย่าง” ซึ่งสิ่งนี้ในภาพยนตร์จะทำให้คนดูเซอร์ไพรส์ และเปลี่ยนเป้าหมายสรณะของจิตใจไปตลอดกาล
สำหรับเขาสิ่งที่ได้จากการทำงานคือความสุข “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมอยากอยู่ในหนังที่คนทำรักมันนะ ก็ตั้งใจทำให้มันเป็นหนังที่ดีมาก ”
“ที่เหลือก็แล้วแต่ว่าคนจะมีอารมณ์ร่วมกับภาพยนตร์เรื่องนี้มากแค่ไหน ”
ตอบสั้นๆ แต่ความหมายลึก ย้ำความหมายของการทำงาน และโจทย์ชีวิตของเขาได้ดี

ส่วนที่ปีนี้แฟนละครได้เห็นหน้าเขาทั้งปี เพราะมีทั้ง My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน และ ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ซันนี่บอกว่าเขาไม่เคยตั้งใจและใช้เหตุผล
“ทุกอย่างทำตามความรู้สึก ที่รักมัน ” เพราะเขาคือซีนนี่ผู้ไม่เคยมีแพลน ต่อให้มีงานที่อยากทำทั้ง 10 ชิ้น เขาก็จะลงมือทำหากมีเวลามากพอ
“เราไม่แคร์ว่าคนจะพูดยังไงกับเรา ถ้าคนที่อยากจ้างเรา อยากให้มีเราเป็นส่วนประกอบในงาน เรารู้สึกเป็นเกียรติ”
ว่าด้วยเรื่องฮาวทูทิ้ง
ไม่รู้เหตุบังเอิญหรือตั้งใจที่ทำให้พระเอกชื่อดัง ซันนี่ ได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการจัดบ้าน เพราะเขาเป็นชอบ’เก็บของ’ เป็นที่สุด เพราะเขาชอบโมเมนต์ขณะเลือกซื้อและจัดวาง และทุกวันนี้ของเหล่านั้นยังคงมีคุณค่าทางใจ “อย่างผมสะสมเสื้อ แม้บางตัวไม่ได้ใส่ แต่คนรอบข้างต้องได้ใส่”
อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว คงพอรู้ว่าเขาชอบเก็บและไม่ชอบทิ้ง ในวันนี้ที่เขาต้องจัดบ้าน เพื่อย้ายไปหลังใหม่จึงต้องใช้เวลาในการคัดสรร “แต่ก็ตั้งใจไม่ทิ้งอยู่ดี” นั้นเพราะ “ของทุกชิ้นหรือความสุข”
นอกจากเก็บของแล้ว ขณะเดียวกันซันนี่ก็เป็นคนที่เก็บทุกความรู้สึกในช่วงชีวิตไว้ตลอด ทั้งดี และไม่ดี
ซึ่งพอถามว่าทำไม เขาตอบว่า เขาเป็นคนจดจำทุกอย่าง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตคือสิ่งที่ไม่ควรลืม และ ‘ต้องจำ’
“มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเราเป็นแบบนี้ ”
อดีตสร้างการเรียนรู้สู่ปัจจุบัน หรือที่เรียกว่าประสบการณ์นั้นเอง

“ต่อให้เรามีเหตุการณ์ที่เราเสียใจ อยากให้มันเกิด ผิดหวัง แต่ว่าสุดท้ายแล้วมันจะพาเราไปเจอสิ่งที่ดี”
“โชคดีจังที่ผิดหวัง ไม่อย่างนั้นคงไม่เจอเรื่องนี้” เพราะฉะนั้น ซันนี่จึงไม่เคยกลัวต่อเหตุการณ์ทุกอย่างในชีวิต
แต่เมื่อขอให้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่มาจากคำตอบก่อนหน้า เขาบอกว่ามันเยอะเกินกว่าจะบรรยาย ทุกอย่างผ่านมา เพื่อเรียนรู้ และอยู่กับชีวิตในวันข้างหน้า
“ผมรู้สึกว่าทุกโมเมนต์เราควรจะให้คุณค่ามัน”
“ทุกอย่างมันดีหมด แค่เราเข้าใจและอยู่กับมันได้”

