ฮาว ทู ทิ้ง เมื่อทั้งเก็บและทิ้ง ต่างเป็นสองสิ่งที่สัมผัสความรู้สึก

gdh559 มอบภาพยนตร์ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ภาพยนตร์สำหรับคนอยากทิ้ง แต่ไม่อยากตัดใจ ที่ผู้รับหน้าที่กำกับภาพยนตร์อย่าง  เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ บอกว่าไม่ขอให้คำนิยามผลงานตัวเอง เพราะอยากให้ผู้ชมเป็นคนตัดสิน

ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ นำแสดงโดย  ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง ร่วมกับ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่อง จีน หญิงสาวที่วางแผนจะรีโนเวทบ้านให้กลายเป็นออฟฟิศสุดมินิมอล แผนการคลีนบ้านสุดที่รกจึงเกิดขึ้น เธอต้องร่วมมือกับพี่ชาย ในการที่จะค่อยๆ ทิ้งสิ่งของต่างๆ ที่ไม่จำเป็นหรือไม่ใช้แล้วออกจากบ้าน

พวกเขาต้องต่อสู้กับแม่ผู้ไม่ยอมทิ้งอะไรสักอย่างเลยตามสไตล์คนแก่ที่ชอบเก็บทุกอย่าง รวมถึงต้องต่อสู่กับจิตใจตัวเองในการที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งของต่างๆ ที่มักมีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง

และนั่นคือสิ่งที่จีนกำลังต้องเผชิญ เมื่อเธอพบสิ่งของจากเอ็ม แฟนเก่าของเธอตกอยู่ในห้อง แปลกดี มันเป็นสิ่งของชิ้นเดียวที่เธอมีร้อยกว่าเหตุผลที่จะทิ้งไป และมีอีกร้อยกว่าเหตุผลที่อยากเก็บมันไว้ หรือว่าการเดินทางเอาของชิ้นนี้กลับไปคืนเขาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

“ทิ้งคนไม่เหมือนทิ้งของ” คือประโยคที่แทนความรู้สึกและเรื่องเล่าของภาพยนตร์เป็นอย่างดี ใครจะไปคิดว่าไอเดียการจัดบ้านของ เต๋อ-นวพล จะเกิดเรื่องราวที่กระแทกอารมณ์ผู้ชมได้มากขนาดนี้

สำหรับคนที่คิดว่าเส้นเรื่องอาจจะเล่าความรัก ความหลัง ระหว่าง จีน และ เอ็ม ก็ขอบอกว่าคุณคิดไม่ผิด แต่ที่เซอร์ไพรส์คือมีเส้นเรื่องที่ลึกซึ้ง และละเอียดมากกว่านั้นที่นึกไม่ถึง นับเป็นสิ่งที่เกิดมาพร้อมกับพวกเราทุกคน แต่ใครจะนึกว่าในวัยผู้ใหญ่สิ่งนั้นอาจจะอยู่หรือไม่อยู่กับเราก็ได้ แล้วแต่จังหวะชีวิต

รวมถึงสิ่งของทุกอย่างในบ้านนางเอกก็อาจทำปฏิกริยากับความรู้สึกของผู้ชมมากน้อยไม่เท่ากัน ซึ่งนั้นเรามองว่าคือพรสวรรค์ในการเล่าเรื่องโดยแท้

นอกจากสิ่งของแล้ว ภาพยนตร์ยังถ่ายทอดการจัดการกับความรู้สึกของตนเองที่ทั้งคนทิ้งและคนถูกทิ้งสามารถจับใจได้ไม่ยาก เพราะเราต่างเกิดมาเพื่อเป็นบุคคลใน2สถานะได้เสมอ

ภาพยนตร์ไม่มีการร้องไห้ฟูมฟาย แต่เป็นการแสดงออกที่อัดแน่นอยู่ภายใน ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกแม้จะมีบทสนทนาในนั้นน้อยมากก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องปรบมือให้กับการแสดงของ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ ที่นำเสนอตัวจีนออกมาได้อย่างพอดี ไม่มาก ไม่น้อย ซึ่งความเป็นตรงกลางนี่หละที่หายากที่สุด แต่ต้องชื่นชมที่เธอหาจนเจอ จึงเธอรับบทหนักหน่วงนับว่าแบกไว้ทั้งเรื่องก็ได้

ในบางฉากก็ทำให้เราน้ำตาซึม สามารถคุมทั้งเรื่องไว้อยู่หมัดด้วยการแสดงแบบพอดี เหมือนเธอทำให้เราเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเธอได้ นับว่าเป็นพัฒนาการทางการแสดงของเธอที่ก้าวกระโดดจริงๆ

ส่วน ซันนี่ เรียกได้ว่าน้อยแต่มากของจริง อาจไม่มีบทเยอะ การแสดงของเขานำเราไปสู่อารมณ์เดียวกับตัวละครได้ไม่ยาก นับเป็นพายุของความรู้สึกที่เอ็มซัดใส่จีนแบบเต็มๆ โดยที่ผู้ชมก็ถูกลูกหลงอารมณ์กันไปคนละมากน้อยแล้วแต่เรื่องที่เจอ และเรื่องที่จอยกัน

ไม่ว่าจะเป็นคนทิ้งหรือถูกทิ้งก็ไม่ใช่อุปสรรคในการจะการรับชมผลงานชิ้นนี้ เพราะที่สุดแล้วภาพยนตร์และสิ่งที่เรารับชมคือความบันเทิง ซึ่งความบันเทิงคือสิ่งจรรโลงใจ จึงไม่อยากให้ใครตั้งกำแพงกับภาพยนตร์เพราะเรื่องราวเก่าๆในอดีตที่ผ่านมา สุดท้ายแล้วทิ้งแต่เก็บของภาพยนตร์จะให้อารมณ์กับผู้ชมอย่างไร อยากให้พิสูจน์ได้ในโรงภาพยนตร์

บทความก่อนหน้านี้เอฟทีเอดันยอดส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไทย ช่วง11เดือนปี62 ทะลุ1หมื่นล้านเหรียญ
บทความถัดไปจุติ นำทีมผู้บริหาร พม. มอบของขวัญปีใหม่ ‘ห้องเช่าราคา 999 บาท-เรียนสร้างอาชีพฟรี’