ซันนี่ เปิดใจ ถึงสถานการณ์สังคมในปัจจุบัน

28.02.20 | 10:15 น.

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ ห้องแกรนด์ รีเวอร์ไซด์ บอลรูม โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ จัดงานเปิดตัว ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ พรีเซ็นเตอร์ยางโตโยไทร์ (TOYO TIRES) คนแรกในประเทศไทย พระเอก ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ได้เปิดใจถึงสถานการณ์บ้านเมืองในยุคปัจจุบันทั้งการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งตนเข้าใจทุกคนในทุกสถานการณ์ และไม่อยากเกิดความไม่พอใจกันทั้งสองฝ่าย

” ทุกคนไม่มีใครมีเจตนาที่ไม่ดีหรอก ทุกคนก็อยากปกป้องตัวเอง ไม่มีใครแบบ “เอาเว้ย ติดกันให้หมด” เพียงแต่ทุกคนมีไลฟ์สไตล์มีชีวิตของตัวเองที่เขาอยากจะเลือกใช้”

เนื่องจากแต่ละคนมีความเสี่ยงไม่เท่ากันจึงไม่อยากให้เอาชีวิตของตนเองตัดสินชีวิตของผู้อื่น

ส่วนตัวตนได้รับผลกระทบเรื่องงานเนื่องจากผลงานภาพยนตร์ที่มีกำหนดจะไปถ่ายทำที่ประเทศจีนต้องถูกระงับไปก่อนยังไม่มีกำหนด

ทั้งนี้ตนอยากเน้นย้ำว่าไม่อยากให้ใช้คำว่ารับผิดชอบต่อสังคมมาเป็นตัวกลั่นแกล้งหรือวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นในทางลบ

Advertisement

“ผมรู้สึกว่าดีไม่ดีสิ่งที่อันตรายกว่าไวรัสก็คือ การที่เราเหยียดกัน ทัศนคติด้านลบ หรือแม้ความโง่เขลาเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่สำหรับผม ผมรู้สึกว่าอันตรายกว่าไวรัส สำหรับผมนะ”

สำหรับตอนนั้นยอมรับว่าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแต่ไม่อยากให้ทุกคนเป็นกังวลและไม่อยากให้นำความกังวลมาเป็นความขัดแย้งระหว่างคนร่วมสังคมเดียวกัน

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ มีคนขุดว่าก่อนหน้านี้ซันนี่เคยแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้น ตนขอให้คำตอบว่า

“มันเรื่องของเขาเลยครับ มันเป็นเรื่องของคนที่ขุด คือคนเรามันเข้าใจความคิดและวิธีคิดไม่เหมือนกัน เขาจะพูดอะไรบอกอะไรก็ได้ หรือเขาจะเข้าใจเราผิดหรือถูกแค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าเรารู้สึกมั่นใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดและเราตั้งใจที่จะเป็นคนดีแล้ว เราจะแคร์ทำไมว่าคนอื่นจะมองเราดีหรือไม่ดี อันนี้สำหรับผมนะ

เพราะเรื่องที่คนมาทะเลาะกันหรือมีปัญหากันมันไม่มีใครคิดว่าตัวเองผิดหรอก ทุกคนก็ต้องคิดว่าตัวเองถูกและทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่ ฉะนั้นมันเถียงกันไม่ลงตัวหรอกครับ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเหตุผลของตัวเอง”

สิ่งที่เกิดขึ้นมันคิดว่าเป็นเรื่องมุมมองของแต่ละคน แล้วแต่คนอื่นจะมองเช่นไร

“ใช่ครับ ก็คือถ้าหากเราตั้งใจจะเป็นคนดี และเราไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับสังคม ดังนั้นเราจะแคร์ทำไมว่าคนอื่นจะเห็นเราดีหรือไม่ดี เข้าใจผมใช่ไหมครับ อันนี้สำหรับผมนะ”

“ไม่รู้ว่าโพสต์ได้หรือโพสต์ไม่ได้นะครับ แต่มันก็แค่คงไม่เข้าหูของคนคนนั้นก็เท่านั้นเอง คือ…ถ้าจะมีปัญหา ผมรู้สึกว่าคนที่ปลุกปั่นให้คนทะเลาะ อันนี้น่าจะต้องโทษเขามากกว่าอีก โทษกว่าคนที่บอกว่าผมเข้าใจคุณ ผมไม่ทะเลาะกับคนเพราะเรื่องนี้ คนที่ทำให้คนทะเลาะกันมันน่าโมโหกว่าอีก สำหรับผมนะ”

การแสดงแสดงความเห็นนั้นตนมองว่าเป็นสิ่งที่ใครก็สามารถทำได้

“ก็มันคือประชาธิปไตยใช่ไหมครับ ถ้าผมทำอย่างนี้ไม่ได้ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยสิ ใช่ไหม
ซึ่งเป็นปัญหาสังคมโลก และเรื่องที่มีคนขุดว่า เคยเป็นหนึ่งคนที่เคยแสดงความคิดเห็นทางการเมือง