‘ซีรีส์แรก’ โปรแกรม ภาพยนตร์กลับสู่เก้าศูนย์ Back to the 90s ที่ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จัดขึ้น โดยนำภาพยนตร์ชื่อดังในยุคนั้นมาฉายให้ชมได้ผ่านไปแล้ว อย่างไรก็ดี ยังมีงานอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ ดังนั้นในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนนี้ จึงจะมี ‘ซีรีส์ 2’ ที่ว่าด้วย ‘โลกคู่ขนานของวัยรุ่นต่างยุค’ โดยภาพยนตร์ที่เลือกมาฉายนอกจากจะโฟกัสไปที่หนังวัยรุ่นโดยเฉพาะแล้ว ยังจะนำหนังในความทรงจำแห่งยุค 90 ดังกล่าว มาประกบกับหนังวัยรุ่นที่สร้างขึ้นในยุคมิลเลนเนียม หรือหลังปี ค.ศ.2000 เป็นต้นมา โดยจัดเป็นโปรแกรมควบของหนังที่พูดถึงประเด็นเดียวกัน โดยบางคู่นั้นเป็นเสมือนกระจกส่องสะท้อนกันและกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน หรือเป็นการวิพากษ์ความหอมหวานในครั้งก่อนที่เปลี่ยนไปแล้วในตอนนี้ ในขณะที่บางคู่หนังเป็นเหมือนขั้วตรงข้ามที่ตั้งอยู่บนแก่นแกนเดียวกัน
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สำรวจโลกคู่ขนานของวัยรุ่นไทยยุค 90 กับยุคปัจจุบัน ว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไรในบริบทของภาพยนตร์
โดยเรื่องที่ถูกเลือกมา มีทั้ง ‘จักรยานสีแดง’ (ปี 2540) ผลงานกำกับของ ยุทธนา มุกดาสนิท, นิพนธ์ ผิวเณร นำแสดงโดย มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ และ อมิตา ทาทา ยัง เรื่องของ ‘วาที’ นักศึกษาปีหนึ่งที่คิดหาทางใกล้ชิด ‘เปรี้ยว’ ดาวเด่นของมหาวิทยาลัย โดยการขอยืมจักรยานสีแดงของเธอ แต่เขากลับถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย กระทั่ง ‘ขม’ เพื่อนสาวสุดเฉิ่มได้เข้ามาช่วยเหลือ โดยเรื่องนี้จะฉายควบ ‘หน่าฮ่าน’ (ปี 2562) งานกำกับของ ฉันทนา ทิพย์ประชาติ นำแสดงโดย สุดารัตน์ โพธิ์อำพล, นฤเบศร์ ฤทธิศร เรื่องของ ‘ยุพิน’ ที่ใช้เวลาตระเวนเต้นหน่าฮ่านมากกว่าเวลาที่ใช้ในห้องเรียน วันหนึ่งเธอถูก ‘สิงโต’ ตัดความสัมพันธ์แบบไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อน ‘สวรรค์’ จะอาสามาดูแลหัวใจ แต่ขณะที่ความรักของทั้งคู่กำลังไปได้สวย ยุพินก็หนีไปเต้นหน่าฮ่านไกลถึงต่างจังหวัด และก็ได้พบกับสิงโตอีกครั้ง

ขณะที่เรื่อง ‘เด็กเสเพล’ (2539) ซึ่งกำกับโดย นพพร วาทิน นำแสดงโดย ฌานิศ ใหญ่เสมอ, คาเรน คล่องตรวจโรค ซึ่งพูดถึงเรื่องครูที่พยายามจะเปลี่ยนเด็กเกเรให้กลายเป็นเด็กดี ก็จะถูกฉายประกบเรื่อง ‘วัยเป้งง นักเลงขาสั้น’ (2557) ที่ พจน์ อานนท์ กำกับ นำแสดงโดย คุณาธิป ปิ่นประดับ, ภูวดล เวชวงศา ซึ่งว่าด้วยเรื่องการไม่ลงรอยกันของอดีตเพื่อนรัก ที่ปัจจุบันกลายเป็นหัวหน้าแก๊งของนักเรียนซึ่งอยู่ต่างโรงเรียนกัน
เรื่องของวัยรุ่น 7 คนที่เดินทางไปเรียนภาษาที่ประเทศอังกฤษ แล้วต้องพบเจอปัญหาต่างๆ ซึ่งประสบการณ์ทั้งดีและร้ายทำให้หนุ่มสาวทุกคนได้เรียนรู้และเติบโต ใน ‘Goodbye Summer เอ้อเหอ…เทอมเดียว’ (ปี 2539) งานกำกับโดย ชูชัย องอาจชัย ที่ แอนดริว เกร้กสัน, สโรชา วาทิตตพันธ์ แสดง จะถูกนำมาฉายประกบกับเรื่อง ‘หนีตามกาลิเลโอ’ (ปี 2552) ซึ่งเป็นเรื่องของสองเพื่อนรักที่ต่างก็มีปัญหาหนักใจทั้งเรื่องความรักและการเรียน ทั้งคู่จึงตัดสินใจวางแผนเที่ยวผจญภัยที่ยุโรปตามลำพัง โดยสาบานกันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามทิ้งกัน แต่เส้นทางการผจญภัยครั้งนี้กลับไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนที่วางไว้ นิธิวัฒน์ ธราธร กำกับ นำแสดงโดย เร แมคโดนัลด์, จรินทร์พร จุนเกียรติ, ชุติมา ทีปะนาถ
เรื่อง ‘กระโปรงบานขาสั้น’ หนังรักวัยเรียนเรื่องดัง ที่กำกับโดย ชาติชาย แก้วสว่าง นำแสดงโดย ธรรม์ โทณะวณิก, ธัญเรศ รามณรงค์ จะถูกนำมาฉายพร้อมกับเรื่อง ‘#BKKY’ (ปี 2560) ภาพยนตร์กึ่งสารคดี ที่หยิบบทสัมภาษณ์วัยรุ่น 100 คน ที่พูดถึงเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ ครอบครัว เซ็กซ์ มาร้อยต่อกันเป็นเรื่อง กำกับโดย นนทวัฒน์ นำเบญจพล นำแสดงโดย พลอยยุคล โรจนกตัญญู, อนงค์นาถ ยูสานนท์
ในส่วนเรื่องผีๆ ‘หอ.หึๆ’ ( ปี 2535) งานกำกับของ คมสัน ตรีพงศ์ นำแสดงโดย สันติสุข พรหมศิริ, จินตหรา สุขพัฒน์, แอน ทองประสม ฉายประชันเรื่อง ‘สยามสแควร์’ (ปี 2560) ที่ ไพรัช คุ้มวัน กำกับ นำแสดงโดย อิษยา ฮอสุวรรณ, มรกต หลิว, พลอย ศรนรินทร์, ธนบดี ใจเย็น, ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์
นอกจากนั้น ยังมีเรื่อง ‘พันธุ์หมาบ้า’-‘Mary Is Happy, Mary Is Happy’, ‘รักออกแบบไม่ได้’-‘รัก/สาม/เศร้า’, ‘บันทึกจากลูก(ผู้)ชาย’-‘เกรียนฟิคชั่น’, ‘กอง 100 501 ริมแดง’-‘พี่ชาย My Hero’, ‘เวลาในขวดแก้ว’-‘Where We Belong ที่ตรงนั้นมีฉันหรือเปล่า’
ดูวันและเวลาฉายได้ในภาพ
ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ คลิก https://www.facebook.com/ThaiFilmArchivePage/photos/pcb.2982547425128771/2982544771795703/?type=3&theater เลย


