ไม่ได้พูดเล่นๆ แต่เกลือ กิตติ เชี่ยววงศ์กุล ยืนยันกับมติชนออนไลน์ ว่า “ผมเอาจริง“
โดยการ ‘ประกาศตามหาโรงงานทำหน้ากากอนามัย ที่สามารถผลิตได้ในราคาขายสองบาท ผมจะทำขาย และอยากให้คนที่สามารถทำขายได้ออกมาทำขายด้วย พวกที่ปั่นราคาจะได้โดนซะบ้าง‘ นั้น นักแสดงและพิธีกรคนดังบอกแบบไม่ปิดบังว่าเกิดมาจากความกลัว
กลัวแบบที่เราๆท่านๆที่หวั่นเกรงกับโควิด-19 ที่กำลังระบาด และถูกซ้ำเติมด้วยการขายหน้ากากอนามัยเกินราคาไปมากนั่นละ
“ก็เข้าใจแหละ ว่าคนค้าขาย ช่วงนี้ขายได้ เขาก็ขึ้นราคา แต่ก็อยากเตือนสติว่ามาขึ้นราคาตอนนี้ก็มีชาวบ้านเดือดร้อนเยอะเหมือนกัน“
คิดง่ายๆหน้ากากอนามัยชิ้นละ 15 หรือ 20 บาท แค่ใช้วันละชิ้น ซึ่งเอาเข้าจริงอาจเป็น 2 ชิ้นด้วยซ้ำสำหรับคนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ดังนั้นแค่เฉพาะค่าหน้ากากอนามัยวันหนึ่งๆก็เป็นเงินเท่าไหร่แล้ว
“แล้วชาวบ้านเขาจะซื้อได้ยังไง บางคนก็ไม่ได้มีสตุ้งสตางค์เยอะ“
แถมพอเจียดเงินเท่าที่มีจะไปซื้อ ดีไม่ดีเจอหน้ากากมือสองเข้าให้ แย่ซ้อนไปอีก
“ทุกวันนี้พี่สาว น้องสาว ผมเป็นหมอ เขาก็ลำบาก ต้องหาซื้อหน้ากากอนามัยใส่เอง ก็รู้สึกว่าจะทำยังไงดีให้ระบบการขึ้นราคามันหายไป ก็คิดแบบชาวบ้าน คิดง่ายๆว่าถ้ามีคนทำขายเยอะขึ้น ทำราคาให้ถูกลงเรื่อยๆก็จะทำให้คนที่เขาขายราคาสูง ขายไม่ได้ ก็ต้องลดราคาตามเราลงมา“
แต่เรื่องอย่างนี้ เขาทำคนเดียวคงไม่ไหว จึงตัดสินใจกระจายแนวคิด เผื่อมีคนอยากทำ จะได้รวมพลังกันต่อสู้ด้านราคา
“คือไม่รู้หรอกนะฮะว่าจะเป็นผลแค่ไหน” บอกพลางหัวเราะ
“เพราะเราไม่ได้เก่งเรื่องเศรษฐกิจอะไร แต่ปรากฏว่ามีหลายคนสนใจ ส่งข้อมูลโรงงานมาให้ บอกลองคุยดู ก็น่ารัก ก็เจอคนที่เขาเห็นกับประเทศชาติเหมือนกัน เห็นคนที่เข้าใจเรื่องนี้เหมือนกัน“
แล้วก็เห็นโรงงานที่พร้อมจะร่วมด้วยช่วยกัน
“มีโรงงานติดต่อมา บอกว่าชอบความคิดนี้ อยากจะมาช่วยกันขายหน้ากากถูกๆให้คนได้ใช้“
เกลือยังขอชี้แจงเพื่อความเข้าใจว่าสิ่งที่เขาจะทำ ถือเป็นธุรกิจ ด้วยเขาคิดว่ากรณีนี้ “การซื้อไปแจก มันไม่ใช่” เพราะนั่นจะไม่ทำให้พวกที่ขายแบบขึ้นราคาแพงๆ รู้สึกอะไร
“สำหรับผมมันคือโมเดลธุรกิจที่วิน–วิน ทั้ง 2 ฝ่าย คนซื้อก็แฮปปี้ คนขายก็แฮปปี้“
“ต้องทำอย่างนั้นให้ได้ คนถึงอยากจะทำต่อ“
“คือมีน้องๆหลายคนบอกมาว่า เดี๋ยวผมร่วมด้วย อยากทำบุญด้วย ผมบอกเลยนี่ไม่ใช่การทำบุญ แต่อยากทำให้เห็นว่า คนที่ขายต้องได้กำไร แต่ต้องไม่โลภมาก ไม่ใช่ได้กำไรเยอะๆในช่วงที่คนเดือดร้อนอย่างนี้ การทำธุรกิจมันต้องมีคุณธรรมด้วย“
สำหรับคนที่อยากร่วมหุ้น เกลือก็ว่าเขาแนะนำให้ไปรวมทุนกับเพื่อนๆที่คุ้นเคย “ผมอยากให้ทุกคนเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง รวมกับเพื่อนๆเพื่อสั่งให้ได้ขั้นต่ำของโรงงาน”
“แล้วในความคิดของเราซึ่งมันก็ร้ายเหมือนกัน…” พูดมาถึงตรงนี้แล้วเขาก็หัวเราะ
“คือมันต้องมีคนกักตุนสินค้าไว้ ซึ่งพอเราช่วยๆกันปล่อยปุ๊บ พวกนั้นก็จะติดดอยไง ขายไม่ออก สุดท้ายก็ต้องมาขายในราคาเหล่านี้“
เกลือบอกว่าเท่าที่สอบถามมา ของจากโรงงานก็มีหลายราคา ตั้งแต่ 1.50-9.50 บาท ซึ่งหากหามาได้จริงๆก็ยืนยันว่าจะขายในราคา “น่ารักๆ” เพราะ “เป้าหมายแรกที่ผมคิดทำ ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจ“
“หลักๆคืออยากให้เห็นว่าแบบนี้มันทำได้นี่หว่า ไม่ใช่จะต้องกอบโกย แต่อยากมีทางให้ผู้บริโภคได้เลือก เพราะตอนนี้มันไม่มีทางเลือก มีแต่ 15 หรือไม่ก็ 20 บาทแค่นี้”
“แล้วที่ห่วงที่สุดคือหมอกับพยาบาล อยากให้เขามีใช้ เขาอยู่ในที่สุ่มเสี่ยงกว่าเราเยอะ“
อย่างไรก็ดี ถึงที่สุดแล้วจะได้ทำไหม เขาเองก็ยังไม่รู้ เพราะทางโรงงานที่ติดต่อไว้แจ้งมาว่าจะต้องเข้าประชุมกับภาครัฐ หารือเรื่องไอเดียที่ภาครัฐจะขอรับหน้ากากอนามัยที่โรงงานต่างๆผลิตไว้ไปทั้งหมด แล้วนำไปกระจายให้ประชาชนเอง ตามราคาที่รัฐกำหนด
“ซึ่งถ้าเขาทำได้จะดีมาก“
“รอฟังข่าวก่อนแล้วกัน“
รอฟังพร้อมๆกับเกลือ–ด้วยใจจดจ่อ

