ดาวยั่วหนังไทย ไม่แต่งตัวโป๊เลยสักคน

12.07.16 | 11:00 น.

การที่สตรีจะแต่งตัวเปิดนิดปิดหน่อย แล้วเป็นเหตุให้เกิดกรณีข่มขืนขึ้นได้หรือไม่นั้น ยังต้องถกกันอีกยาวชนิดเป็นเรื่องเป็นราว มิได้อาศัยเพียงความเห็นจากความคิดความรู้สึกอย่างเดียว

แล้วจำเพาะต้องเพ่งเล็งไปที่ดารานักแสดงด้วย ยิ่งมีแง่มุมให้ถกเถลิงกันมากขึ้นอีก เนื่องจากดาราก็ใช่ว่าจะแต่งวับๆ แวมๆ กันทุกวันเป็นนิจ นอกจากจะมีงานให้เขาแต่ง ไม่งั้นเขาก็นุ่งห่มกันอย่างคนธรรมดาอื่นๆ เช่นที่เห็น

การแต่งเนื้อแต่งตัวประชันโฉมกันของดารา โดยเฉพาะเมื่อเป็นอิทธิพลมาจากเมืองนอก ก็ต้องยกให้งานพรมแดงที่แต่ก่อนมีเพียงงานประกาศผลรางวัลออสการ์

นักเลงหนังนักเลงข่าวแต่ก่อน ที่ย้อนเหตุการณ์ไปสามสี่สิบปีจะรู้ว่า มีอีกงานคือเทศกาลหนังเมืองคานส์ มักจะมีนักแสดงโนเนมไปทำผ้าผ่อนหลุดในวันเปิดงานเป็นประจำ ให้กล้องถ่ายภาพแพร่ไปทั่วโลก

เพิ่งมาลดน้อยลงในทศวรรษหลังๆ นี่เอง เมื่อความสนใจเทศกาลจากคนในวงการซื้อขายหนังเพิ่มขึ้น นักแสดงมีชื่อจากสองทวีปไปร่วมงานมากขึ้น ไม่ใช่มีแต่นักแสดงระดับรองๆ หรือเอกๆ แค่คนสองคนอย่างที่เคยเป็น

Advertisement

ว่าไปแล้ว งานพรมแดงของฮอลลีวู้ดก็ไม่ใช่งานตั้งใจไปอวดโฉมวับๆแวมๆ แต่เป็นงานแสดงรสนิยมการแต่งกายของเหล่าดาราต่างหาก

พูดถึงตอนนี้ การแต่งกายไปร่วมงาน กับการทำงาน ก็เป็นคนละเรื่องกัน ไม่ใช่ว่าคนรู้จักจากบทรักวาบหวามนุ่งน้อยห่มน้อยในหนังแล้ว ชีวิตประจำวันจะต้องแต่งตัวอย่างรับบทในหนังตะพึด

ที่จริง ก่อนถึงทศวรรษนี้ นักแสดงหนังไทยบ้านเราซึ่งอยู่ในข่ายที่กล่าวถึง ก็มิได้แสดงบุคลิกลักษณะเช่นว่านั้นเลย เล่นหนังก็เรื่องหนึ่ง หรือจะรับถ่ายแบบก็อีกเรื่องหนึ่ง พอไม่ได้ทำงานก็ไม่ได้นุ่งบิกินีชุดถ่ายแบบไปเที่ยวเดินฉาย

คิดได้ไง

ปรียา รุ่งเรือง ที่ได้ฉายาอกเขาพระวิหาร ยามที่กรณีพิพาทปราสาทชายแดนยังกรุ่นๆ อยู่  ไปไหนมาไหนก็แต่งกายเช่นสุภาพสตรี แม้ที่ผู้ชมยุคนั้นเห็นบนจอแล้วตะครั่นตะครอกันหมด ก็แค่บิกินีที่ยุคนี้อาจว่าอะไรจะปิดมากขนาดนั้น

ปรียานี่เอง ที่เกิดคำ ‘ดาวยั่ว’ ขึ้นก่อน คำว่าดาวโป๊นั้นมาทีหลังอีกนาน เพราะโป๊ก็คือเผยอวัยวะร่างกาย แต่ยั่วนั้นเป็นการแสดง ถึงไม่โป๊ก็ยั่วได้

นี่ไม่ได้พาดพิงถึงดาวยั่วโมโห ที่กำลังยั่ว ม.44 อยู่แต่อย่างใด ขอกระชับความเข้าใจด้วย

หนังไทยมักจะกำหนดบทบาทของนักแสดงไว้ก่อนเรียบร้อย เป็นธรรมเนียม ว่าคนนี้ต้องนางเอก คนนี้ต้องนางอิจฉา คนนี้ต้องดาวยั่วดาวโป๊ ฯลฯ ลงว่าใครรับบททำนองนั้นไปแล้วก็ต้องเป็นดาวที่ว่าตามธรรมเนียมไปตลอด

กระทั่งนางเอกมาเล่นบทยั่วบทโป๊เสียเอง การกำหนดบทบาทที่เคยตราไว้ จึงถึงวันต้องคลี่คลายไปคล้ายๆ กับวงการแสดงของตะวันตกที่รับอิทธิพลมา

อรัญญา นามวงศ์ เป็นนางงามและนางเอกที่สร้างชื่อจากคุณภาพฝีมือการแสดง แม้แสดงบทรักหนักหน่วงกับพระเอกที่ผลัดกันประชันบทเข้ามาขนาดไหน ก็ไม่อาจตราได้ว่าเธอเป็นดาวยั่ว หรือที่สำคัญ ไม่ได้โป๊เสียอีกด้วย

อย่างมากก็บิกินีที่ว่า

และเมื่อสื่อสิ่งพิมพ์ขยายตัวในวงกว้างออกไปเรื่อยๆ นักแสดงส่วนมากก็มีโอกาสถ่ายแบบ จึงเป็นกาละที่บรรดาดาวยั่วทั้งหลายเพิ่มสถานะดาวโป๊ขึ้นมาด้วย

ที่พูดคำว่าดาวยั่วดาวโป๊นี่ คือพูดแบบจำกัดความให้เข้าใจ เพราะนักแสดงเองก็มิได้พิศมัยสองคำนี้เลย เมื่อถูกตราว่าเป็นดาวยั่วดาวโป๊เสียแล้ว ตรานั้นก็ประทับไปตลอด

เพ็ญพักตร์ ศิริกุล เป็นอีกคนที่กินความจำกัดนั้นไปทั้งสามสถานะ เธอเป็นทั้งนางเอก และสามารถเล่นบทรักยั่วยวนได้เต็มที่ ขณะเดียวกับที่เป็นนางแบบเปลือยในดวงใจของเกจิและมิใช่เกจิอีกนับร้อยนับพัน

ดู วิยะดา อุมารินทร์ หรือ โขมพัสตร์ อรรถยา หรือดู เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ มาจน รุ้งลาวัลย์ ศรีปฏิมากร กับ ดวงชีวัน โกมลเสน

ระดับนางเอกที่พร้อมจะแสดงบทห้วงรักถลำลึกได้ด้วยกันทั้งสิ้น มีใครไปไหนมาไหนแล้วต้องแต่งตัวอวดเนื้อหนังมังสาร่างกาย

 การแต่งตัวโป๊มิใช่เครื่องแบบของดารานักแสดง