ธนาซีเนเพล็กซ์-พระนครฟิล์ม กับการหยุดเพื่อตั้งหลัก จากโควิด-19

ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นเรียกว่าแพร่กระจายเป็นวงกว้าง ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่มีใคร ไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่คนเดียว

 ต่างก็แต่ จะกระทบมากหรือกระทบน้อยก็เท่านั้น

 บริษัทพระนครฟิล์มเอง ก็หลีกเลี่ยงผลกระทบนี้ไม่ได้เช่นกัน โดยในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งจากภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นส่งผลให้โรงภาพยนตร์ต้องปิดให้บริการ กองถ่ายหนังก็ต้องเลื่อนเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้ธุรกิจภาพยนตร์กลุ่มธนาซีเนเพล็กซ์ ที่มีทั้งโรงหนังธนาซีเนเพล็กซ์, ธนาเอ็นเตอร์เทนเมนท์ รวมไปถึงค่ายหนัง พระนครฟิลม์ ตัดสินใจยุติกิจการชั่วคราว นำไปสู่เลิกจ้างพนักงานกว่า 200 คน

 เกี่ยวกับเรื่องนี้ ธวัชชัย พันธุ์ภักดี ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทในเครือธนาฯ ได้เปิดใจกับ มติชนว่า โครงสร้างหลักของบริษัทในจะมีอยู่ 45สายงาน

 “เรามีโรงหนัง สายหนัง พระนครฟิล์ม และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทั้งหมดจะโยงกัน

 ในส่วนของ ธนาซินีเพล็กซ์จะเป็นโรงหนังที่อยู่ในห้างบิ๊กซี 3 จังหวัดคือ นครปฐม พิษณุโลก และ ตาก พอมีปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโรงหนังก็ต้องปิด

เมื่อโรงหนังปิดให้บริการ ก็กระทบต่อไปถึงส่วนของ บริษัทธนาเอ็นเตอร์เทนเม้นท์หรือที่เรียกกันว่า สายหนัง ซึ่งก็คือผู้ที่ซื้อลิขสิทธิ์ของบริษัทค่ายหนังทั้งหมดทั่วประเทศเข้ามาในพื้นที่เขตภาคเหนือและภาคกลาง โดยมีพนักงานที่เรียกว่า เช็คเกอร์เป็นผู้ตรวจสอบรายได้ที่อยู่ตามโรงหนังต่างๆ

พอโรงหนังปิดปุ๊บ หนังก็ต้องเลื่อนวันฉาย

สิ่งที่ตามมาคือ เช็คเกอร์และพนักงานโรงภาพยนตร์อีก 3 สาขา ทั้งหมดรวม 200 กว่าคนก็ต้องว่างงานในทันที

รวมไปถึงในส่วนของค่ายหนัง พระนครฟิล์มที่ตามแพลนเดิมนั้น ปีนี้ต้องมีหนังฉายถึง 3 เรื่องด้วยกัน แต่ ณ วันนี้ ทุกเรื่องต่างก็ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

 เมื่อเป็นอย่างนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่บริษัทต้องตัดสินใจปรับลดพนักงาน โดยธวัชชัยมองว่า เป็นเรื่องจำเป็นต้องทำเพื่อ “เซฟชีวิต” ให้ทุกคนได้หยุด เพื่อดูแลตัวเอง

 “มันก็จะมีคำถามที่ตอบไม่ได้ว่า แล้วโควิดจะหยุดเมื่อไหร่ ซึ่งถ้าเป็นลักษณะแบบนี้ เราก็ไม่สามารถที่จะหาเม็ดเงินมารองรับตรงส่วนนี้ได้”

 ทั้งนี้ในความคิดส่วน ธวัชชัยคาดไว้สถานการณ์ที่เป็นอยู่น่าจะกินระยะเวลายาวเพราะหากยกตัวอย่างในประเทศจีน ซึ่งแม้จะสถานการณ์โควิด-19 ดูจะคลี่คลายได้แล้ว แต่ในส่วนของโรงภาพยนตร์ก็ยังไม่เปิดให้บริารตามปกติ

เราก็เลยทำให้สบายใจ ให้คนไปอยู่ที่บ้านดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน แล้วบริษัทก็จ่ายเงินชดเชยตามระเบียบกรมแรงงาน”

เรามองว่าเขาจะได้สามารถจัดการชีวิตของตัวเองได้ ว่ามีเงินเท่านี้ แล้วจะยังไงต่อไป”

เพราะถ้าไม่อย่างนั้น เราก็ไม่รู้จุดจบ พูดตรงๆ เราก็แบกไม่ไหวเหมือนกัน” ธวัชชัยยอมรับ

สำหรับยอดเงินที่จ่ายชดเชยพนักงานกว่า 200คนนั้น เขาบอกว่าเป็นตัวเลขสูงถึง 10 ล้านบาท

แล้วถ้ามันมีอะไรดีขึ้นค่อยว่ากันใหม่ อาจจะเรียกกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ค่อยว่ากันอีกที

ในส่วนของพระนครฟิล์ม ซึ่งปกติมีพนักงานประจำแค่ 6-7 คน เนื่องจากทีมงานส่วนใหญ่เป็นฟรีแลนซ์นั้น ในระหว่างที่ยังกลับมาถ่ายทำไม่ได้ ก็จะปรับลดให้เหลือไว้เพียง 1 คน เพื่อคอยดูแลประสานงานในช่องทางออนไลน์ในยูทูป ช่อง พระนครฟิล์ม Phranakornfilm

ซึ่งตัวนี้ก็ยังทำให้เกิดรายได้ในช่วงนี้ที่คนหยุดอยู่บ้าน ก็มีให้ดูหนัง ฟังเพลง มีคลิปตลก ซึ่งตัวเลขดีใช้ได้”

บอกด้วยว่า พนักงานบางส่วนของธุรกิจภาพยนตร์ได้ถูกโยกย้ายไปทำงานในตำแหน่งอื่นๆ ที่สามารถทำได้ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังสามารถดำเนินงานต่อไปได้ โดยแม้จะมีผลกระทบเช่นกัน แต่ก็ยังมีเม็ดเงินกลับเข้ามาบ้าง

 สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งธวัชชัยบอกว่า “บางคนอาจรู้สึกว่าช่วงหนึ่งของชีวิตเรา ทำไมมันแย่จัง เกิดวิกฤติอะไรแบบนี้” แต่กับบริษัทในเครือธนาฯ เขากลับคิดว่า นี่เป็นการ “หยุดเพื่อตั้งหลัก

 “พออะไรลงตัว เราก็มาเริ่มต้นใหม่ได้

 “มันไม่สายไป”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon