ซื้อไหม ใช้หรือเปล่า? ‘ผ้าพันคอหนีปาปาราซซี’ พร้อมดูวิธีรับมือแบบซุปฯตาร์ไทย

16.07.16 | 11:30 น.

อย่างที่ทราบกันดีว่าการเป็นดารา คนดัง นั้นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกจับจ้องจากคนภายนอก โดยเฉพาะเหล่าปาปาราซซี ที่คอยรอจังหวะลั่นชัตเตอร์เก็บภาพลับๆ มาแฉ เอ้ย! แชร์ให้สาธารณชนได้ชม

ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้มีดีไซเนอร์นามว่า Saif Siddiqui ได้คิดค้นและสร้างสรรค์ ผ้าพันคอป้องกันปาปาราซซี ที่ผลิตจากผ้าสะท้อนแสงที่มีคุณสมบัติดูดกลืนแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป ทำให้เมื่อถูกถ่ายรูปโดยกล้องที่มีแฟลช แสงจากผ้าจะสะท้อนกลับไปทำให้ทุกอย่างในภาพกลายเป็นสีดำ ส่วนผ้าพันคอก็จะสว่างเรืองแสงออกมา รูปที่ถูกถ่ายจึงใช้ไม่ได้ไปในพริบตา (อ่านข่าว ดาราต้องมี! ผ้าพันคอป้องกันปาปาราซซี ช่วยให้ภาพที่ถูกถ่ายใช้ไม่ได้)

นับเป็นการสร้างความฮือฮาให้กับหลายคนที่ได้เห็น แล้วเหล่าดาราบ้านเราล่ะ จะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ วันนี้ มติชนออนไลน์ จะพาทุกคนไปฟังความเห็นของเหล่าซุปฯตาร์เมืองไทยกัน

“จริงเหรอ มันมีด้วยหรอ” สาวตาคม ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ พูดด้วยความแปลกใจ
อย่างไรก็ตามคิดว่าเธอคงไม่ต้องซื้อหาไว้ใช้เพราะ “โอย ใหม่คงไม่ได้ดังขนาดนั้นหรอก”
“คงไม่มีใครมาพยายามแอบถ่ายใหม่ หรือมาเป็นปาปาราซซีหรอก”
และที่สำคัญถ้าจะใช้ผ้าพันคอ “ใช้ผ้าพันคอ ‘มิสสตาร์ บาย ดาวิกา’ ดีกว่า”
ถือโอกาสขายของ แล้วใหม่ก็หัวเราะร่า
ก่อนจะบอกว่า สำหรับเธอแล้วถ้าใครอยากถ่ายรูปก็ถ่ายได้เลย “เรียกชื่อแล้วกัน เดี๋ยวก็หันมาให้ถ่าย”
ตามนั้น!

ฝั่ง โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ก็ว่าผ้าพันคอดังกล่าวน่าสน!!
“อยากเอามาลองใส่ว่ามันจะเป็นยังไง สีจะเพี้ยน จะเบลอแค่ไหน”
อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้ว แม้จะใส่ “ผมว่าเขาก็รู้อยู่ดีหละ ว่าเป็นผม”
ดังนั้นถ้าจะใช้ ก็ใช้ที่ความชอบ ความสวยมากกว่า ไม่ได้ใช้เพื่อหลบใคร เพราะ “มันไม่มีอะไร ไม่ใช่เรื่องต้องปิดบังเลย”
“อยากถ่ายก็ถ่ายไป” เขาว่า
ส่วน วิว-วรรณรท สนธิไชย ก็บอกเหมือนกันว่าเธอคงไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าผ้าพันคอผืนนั้น เพราะ “อย่างแรกเลยเราไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างนั้น ไม่ว่าจะคุยกับใครเราก็ใช้ชีวิตปกติ”
“คือวิวว่าไม่มีอะไรต้องแอบ”
และถ้าคิดจะแอบ สู้ใช้วิธีหลบ เลี่ยงไม่ไปในที่ๆ คนเยอะดีกว่า
“เวลาออกไปข้างนอกเราก็เปิดเผย ตอนนี้ถ้าเจอกล้องเลยพยายามเล็งหาแล้วชู 2 นิ้ว” นางเอกสาวว่าพลางทำท่าทางประกอบ
อีกประการหนึ่งที่สาววิวว่าเธอไม่จำเป็นต้องมีผ้าพันคอสุดล้ำ เพราะปาปาราซซีที่ไทยไม่เหมือนที่เมืองนอก
“ที่เมืองนอกน่ากลัว เขาตามไปถึงรถ แล้วเยอะมาก อันนั้นวิวรู้สึกว่าละลาบละล้วงเกินไป”
และเอาจริงๆ ถ้าให้คิดอุปกรณ์ป้องกันปาปาราซซีวิวก็ว่า “อยากได้เป็นแบบเครื่องจับคลื่นมากกว่า เป็นเครื่องเตือนสัญญาณว่าตรงนั้นมีปาปาราซซี จากนั้นค่อยไปคิดเองว่าจะทำตัวยังไง”
“แต่มันยากเนอะ เดี๋ยวนี้คนเรามีกล้องไปหมดแล้ว ไม่ใช่แค่ปาปาราซซี คนทั่วไปก็มีเอาไปถ่ายรูปกัน”
ฉะนั้น ถ้าเป็นเธอ “ขอยิ้มสู้ไปเลยแล้วกัน” เก๋ๆ

Advertisement

แกงส้ม-ธนทัต ชัยอรรถ เป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นว่าบ้านเราไม่จำเป็นต้องมีผ้าพันคอผืนนั้น
“เพราะในบ้านเราปาปาราซซีอาจจะไม่ได้เยอะแยะขนาดนั้น”
แถม “บ้านเราเวลาแอบถ่ายจริงๆ มันจะเป็นกล้องมือถือมากกว่า ถ้าเป็นดาราฮอลลีวูดก็น่ามีไว้ เพราะว่าของเขาเวลาโดนถ่าย เขาไม่ใช่แค่แอบถ่าย ใช้คำว่าบุกเข้าไปถ่ายเลย ทำให้คนไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้”
ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว หากโดนแอบถ่ายขึ้นมาจริงๆ แกงส้มยังขอใช้วิธีเจรจามากกว่าเข้าไปปะทะโดยตรง
“ผมรู้สึกว่าวิธีการพูดดีๆ มันช่วยได้ อย่างเวลาทานข้าว แล้วบางทีเขาถ่ายรูปเรา หรือขอถ่ายรูปคู่เรา ก็จะขอทานข้าวก่อนแล้วเดี๋ยวไปถ่ายรูปด้วย เพราะบางทีถ้าเขาได้รูปตอนเรากำลังโซ้ยอยู่ก็จะน่าเกลียดนิดนึง”

แต่ถ้าให้เลือกสิ่งของขึ้นมาสักชิ้นที่จะช่วยให้ชีวิตเป็นส่วนตัวมากขึ้น เขาก็เลือก “หน้ากาก” แทนละกัน
“พูดตรงๆ ดาราไปที่ไหน คนก็จำได้อยู่ดี ต่อให้ใส่แว่น ใส่หมวก ยังไงคนก็จำได้ เพราะฉะนั้นก็ใส่หน้ากากไปเลย คือให้รู้ว่าคนใส่หน้ากากคือบุคคลมีชื่อเสียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ผมว่ามันก็เก๋ดีนะ”
“แล้วก็ให้เป็นสัญญาณไปเลยว่าเวลาจะขอความเป็นส่วนตัว ก็ใส่อันนี้”
หากท้ายที่สุด สุดท้ายแล้วเขาก็ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “การแสดงออกของเรา”
“จริงอยู่ว่าดาราก็คือคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ต้องยอมรับอย่างนึงว่าเราเป็นคนธรรมดาที่มีคนมองตลอดเวลา เพราะฉะนั้นทำยังไงให้สิ่งที่เราแสดงออกไปโอเค”
“ไม่ใช่การสร้างภาพนะครับ แต่เราต้องรู้ว่ามีคนที่พร้อมมองเราและเอาเราเป็นตัวอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราแสดงออกมาก็ให้มันดี หรืออย่างน้อยก็ให้มันไม่ใช่ด้านลบ”
เมื่อเจอปาปาราซซีจะได้ไม่ต้องคอยหลบ คอยหนีอีกต่อไป!