ติ๊กเคลียร์ทุกดราม่า เผยไม่ได้ตั้งรับเป็นเมียหนุ่ม ศรราม จะมีแรงกระแทกหนัก ลั่นเราก็คน เนื้อแท้ดี

เคลียร์ทุกดราม่า

ติ๊กเคลียร์ทุกดราม่า เผยไม่ได้ตั้งรับเป็นเมียหนุ่ม ศรราม จะมีแรงกระแทกหนัก ลั่นเราก็คน เนื้อแท้ดี

เคลียร์ทุกดราม่า – ช่วงที่ผ่านมา ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ภรรยาของ หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ มีประเด็นให้ติดตามอยู่หลายเรื่อง ล่าสุดเจ้าตัวจึงได้มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องone31 โดยว่า เธอเป็นคนพูดตรง ใจนักเลง ห้าวๆ

“เป็นคนที่ต่อสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กจนโต ด้วยลำแข้งของตัวเอง เพราะฉะนั้นกลไกที่จะเลี้ยงชีวิตค่อนข้างจะห้าว ด้วยอาชีพสตั๊นท์แมน ต้องใช้ใจ ความเสี่ยงเป็นการเดิมพันในการดำรงชีวิต มันเลยกลายเป็นว่าตรงดีกว่า เข้าใจดี ดีกว่าพูดอ้อมภูเขา แล้วไม่เข้าใจ แต่กลายเป็นว่าภาพที่ออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

“ดราม่าล่าสุดเป็นธุรกิจธุรกิจหนึ่ง ซึ่งตัวติ๊กอยากทำธุรกิจ ประสบการณ์ไม่มี เหลี่ยมไม่มี ก็เลยพลาด แล้วก็ผิดในการจะทำธุรกิจบางอย่างมันต้องมีเอกสาร ต้องจดทะเบียน เราก็ผิดตรงนี้ แต่มันก็เกิดการแก้ปัญหา โดยพี่หนุ่มเป็นคู่คิดในการแก้”

ส่วนสถานภาพกับศรรามนั้น ติ๊กยอมรับว่าได้หย่ากันแล้ว

“ตอนที่เป็นตัวเรา ไม่ได้เป็นเมียศรราม เทพพิทักษ์ เป็นติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ คนก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอวันหนึ่งแต่งงานปุ๊บ กลายเป็นว่าจับจ้อง เมียศรรามทำอะไรผิดไปหมด ไม่สมควร ไม่เหมาะกัน ไม่สวย เยอะแยะไปหมด คืองงมาก เป็นเมียศรรามมันต้องถึงขนาดนี้เลยเหรอ”

“ไม่ได้ทำใจมา”

“แล้วอายุห่างจากพี่หนุ่ม 10 ปี ถ้าย้อนไปตอนที่พี่หนุ่มดัง เราอาจจะเด็กมาก แล้วอยู่ต่างจังหวัด อยู่บ้านนอกซึ่งตอน เหินฟ้า ก็ไม่ได้ดูทีวีด้วย กลายเป็นว่าพอมาเป็นภรรยาของพี่หนุ่ม ไม่ได้ตั้งรับว่ามันเป็นอะไรที่แรงขนาดนี้ แรกๆก็มีที่นั่งน้ำตาร่วง เฮ้ย…ทำไม อะไร ยังไง มันกระแทกใจแรงมาก กระแทกทุกวัน กระแทกตลอดเวลา 24 ชั่วโมง”

เรื่องการหย่าติ๊กบอกว่าเป็นการหย่าแก้เคล็ด โดยเธอเองยังใช้นามสกุลเทพพิทักษ์อยู่

“เอาง่ายๆว่าการหย่าเป็นสิ่งประกอบรวมในการทำธุรกิจด้วย แล้วอีกอย่างเราไปปรึกษาพระ เพราะว่าวันที่ไม่ได้เป็นเมียศรราม อะไรๆ ก็ไม่มา พอเป็นเมียแล้ว เดี๋ยวคนนู้นมาข่มขู่ เดี๋ยวคนนี้มาข่มขู่ โดยมีพี่หนุ่มเป็นตัวกลาง ซึ่งเรามีความรู้สึกว่าไม่แฮปปี้ ก็เลยไปปรึกษาว่าถ้าทำแบบนี้แล้วดีหรือเปล่า”

คำแนะนำที่ได้ก็คือ ถ้าหย่า “ที่จะเจอหนักขึ้นก็จะกลายเป็นเบาลง ที่จะเจอก็อาจจะไม่เจอได้”

เมื่อพิธีกรถามว่า เคยน้อยใจไหม ว่าทำไมต้องโดนดราม่าในแง่ลบตลอด เจ้าตัวก็บอกไม่เคยคิดว่าอยู่จุดนี้จะมีแต่คนวิจารย์หนักๆ แย่ๆ แต่ที่ผ่านมามีพี่หนุ่มยืนหยัดเคียงข้าง พี่หนุ่มผ่านอะไรมาเยอะด้วยการนิ่ง เงียบ ไม่ตอบโต้ ปล่อยให้เวลารักษาทุกอย่าง แต่บางทีเราคิดว่านิ่งและเฉยไป อาจจะทำให้คนมองเราลบขึ้น แย่ขึ้น เราไม่ได้เป็นสีเทาทั้งหมด แต่คนก็มองเราเป็นสีเทาหรือสีดำก็ได้ เราน่าจะมีวิธีในการอธิบายบ้างไหม”

การโต้ตอบคนที่มาคอมเม้นท์ขณะไลฟ์ที่ถูกพูดถึงมาก ติ๊กก็ว่าเธอเป็นคนที่อ่านคอมเม้นท์อยู่ตลอด แม้จะมีคนบอกว่าอย่าอ่านเพราะจะทำให้เสียสุขภาพจิตก็ตาม

“แต่เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นกบอยู่ในกะลา ถ้าเราเป็นกบในกะลา จะไม่เข้าใจหรอกว่าความคิดของมนุษย์ร้อยพ่อพันแม่แตกต่างกัน วันหนึ่งเราจะอ่อนแอ เจอคำนี้ปุ๊บ ทำไม..นอยด์ กลายเป็นโรคซึมเศร้า”

“เราสตรองพอที่จะรับได้ในคำวิจารณ์ แต่เมื่อใดที่วิจารณ์ลูก เฮ้ย…มันแรงไปไหม คำว่าลูกขี้คุก”

“โกรธคำว่าลูกขี้คุก มีความรู้สึกว่าเรากลายเป็นบุคคลสาธารณะ เราต้องนั่งแล้วให้คนมาด่าหรือคะ ด่าแบบแรงๆ มันใช่เหรอ เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน เราก็คือคนเหมือนกัน”

สำหรับเรื่องที่บางคนมองว่า ตั้งแต่มาคบหนุ่ม ศรราม ก็มีแต่เรื่องนั้น ติ๊กบอกว่าคนข้างนอกอาจจะมองว่าเรามามีแต่เรื่อง ถามคนในวงการนิดนึงว่า ณ วันนี้ภาพของพี่หนุ่มเป็นยังไงบ้าง สมบูรณ์แบบขึ้นไหมคะ เรื่องนี่ทุกครอบครัวมีกันอยู่แล้ว แต่ของเราอาจจะอยู่ในที่คนจับจ้อง คนไม่ได้สนับสนุนซะส่วนใหญ่ คนคาดหวังว่าเมียศรรามจะต้องเป็นยังไง ในแบบที่เขาคิด แต่มันก็มีอีกส่วนหนึ่งที่เขายินดีกับเรา ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าการคาดหวังของคนจะต้องมากดดัน แล้วเราจะต้องแบบโอ๊ย…เดี๋ยวฉันจะต้องอยากเป็นอย่างที่เขาให้เป็น ไม่ค่ะ เราเป็นตัวของเราเอง”

ที่บางคนมองขยันเป็นข่าว เพื่อเกาะสามีดัง เธอปฏิเสธ

“ไม่เคยเกาะพี่หนุ่มดัง” 

“คิอไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าอยู่ใกล้พี่หนุ่มน่าจะเป็นที่จับจ้อง แล้วก็มีคนให้ความสนใจ ถ้าจะเกาะพี่หนุ่มดัง คงไม่มีลูก แล้วจะไม่ทำอะไรอีกหลายๆอย่าง ที่เราจับมือกันแล้วต่อสู้ มีคนบอกเราทำของพี่หนุ่ม พี่หนุ่มถึงได้หลง ถึงได้รัก แนะนำนะคะ ภาพของเราอาจจะมองไม่ดี แต่ถ้าตัวเรา เรามีเนื้อแท้ที่ดี ยังไงคนใกล้ตัวเราก็เห็นเนื้อแท้นั้น”

เธอยังบอกด้วยว่า กำลังดูฤกฺษ์เพื่อจดทะเบียนสมรสกับหนุ่ม ศรราม อีกครั้ง ทั้งยังคุยกันว่าอยากจะมีลูกอีกสักคน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ระทึกสุดๆ! งูเห่าแผ่แม่เบี้ย ไล่ฉกเด็กปั่นจักรยาน พอเหลือบไปเห็นรีบทิ้งรถเผ่นทันที (ชมคลิป)
บทความถัดไปTIJ ถกวิถีชีวิตใหม่สู้โควิด-19 ชี้แนวทาง “เปิดเมืองอย่างไรให้ปลอดภัย”