เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มคนดนตรีจะเดินทางไปศบค.วันนี้ เพื่อหารือถึงมาตรการเยียวยา และแนวทางการปลดล็อกให้กลุ่มคนดนตรี สามารถทำกิจกรรมได้
นายธเนส สุขวัฒน์ นักดนตรี นักแต่งเพลงและดีเจ รายการมิวสิกกูรู ในฐานะตัวแทนกลุ่มคนดนตรีได้ กล่าวว่า หลังกลุ่มคนดนตรีรวมตัวกันถกหาทางออกจากวิกฤตโควิด-19 ตอนนี้เรามีข้อมูลหน่วยงานต่างๆ มาแล้ว ศบค.จะดูเรื่องการผ่อนปรนอย่างเดียว แต่ว่าทางเรามีเรื่องอยากจะให้ช่วยเยียวยา อาจจะต้องมีเรื่องของเงินกู้ด้วย มาช่วยเยียวยาผู้ประกอบการทั้งหลาย เพราะผู้ประกอบการทั่วประเทศจำนวนมาก ทางศบค.อยากให้ผู้ประกอบการทำเรื่องเข้าไป ศบค.ควรช่วยดูลงลึกในเรื่องร้านอาหารและผู้ประกอบการสถานบันเทิง เพราะเรามีเบื้องหลังเยอะทั้งแสง สี เสียง ภาพ รวมทั้งคนบันเทิง สมาคมนักร้อง สมาคมดนตรี สมาคมผู้ประกอบการอีเวนต์ วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน จะรวมตัวกันเข้าไปคุยกับทาง ศบค. เพื่อหารือเรื่องการปลดล็อกให้คนดนตรีได้ทำงานกันต่อได้
“คิดว่าน่าจะได้ไฟเขียวอยู่แล้ว เพราะเรานำเสนอเรื่องของสาธารณสุขกับเศรษฐกิจ ถ้าข้อไหนคุณหมอบอกว่าต้องปรับปรุงเราจะเอามาปรับปรุง ในส่วนของเศรษฐกิจเราแตะเกือบแสนล้านบาท ถ้าปลดล็อกปุ๊บเราทำงานได้เหมือนเดิมเงินจะไหลกลับมาอีกเยอะมาก เพราะบ้านเราเป็นเมืองท่องเที่ยว” นายธเนส กล่าว และว่า ยังต้องเดินทางไปยื่นเรื่องอีกหลายที่ทั้งกระทรวงพาณิชย์, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กระทรวงวัฒนธรรม ในเรื่องขอลดค่าเช่า ค่าไฟร้านค้า เรื่องค่าลิขสิทธิ์เพลงต่างๆ หรือแม้แต่เรื่องของดนตรีพื้นบ้านของแต่ละจังหวัด เพื่อเยียวยากันก่อน
นายธเนสกล่าวว่า ส่วนกรณีของ The Event Safety Alliance Reopening Guide หรือ ESA คู่มือของผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐอเมริกามารวมตัวช่วยกันเขียนขึ้นมาและแจกจ่ายไปทั่วโลก เป็นคู่มือสำหรับผู้ประกอบการ บอกถึงการเตรียมตัวรองรับผู้จะมาร่วมงานอย่างไร เริ่มตั้งแต่การเตรียมสถานที่ การเดินเข้าออกงาน ครอบคลุมทุกอย่างในการจัดงาน รวมถึงคู่มือสำหรับผู้จะเข้ามาในงานอีเวนต์ เนื้อหามีทั้งผู้จะเข้ามาร่วมงานต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง เช่น ต้องสแกนตน การใช้อุปกรณ์ทำความสะอาด อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างไร
“แต่ที่ในคู่มือนี้ไม่มี จะเป็นในส่วนของดนตรีทางพื้นบ้านของเรา จะมีในหลายๆ งาน งานศพ งานมงคล เรามีสะล้อ ซอ ซึง กันทุกงาน คนพวกนี้เขาก็ตกงาน เพราะนับว่าเป็นดนตรีเหมือนกัน ก็ต้องปลดล็อกตัวนี้ให้ได้เหมือนกัน ก็ถือว่าเราจะนำมาใช้ได้ถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์”
นายธเนสกล่าวว่า หากร้านผับบาร์เล็กๆ นักร้องกลางคืน นักดนตรีอาจจะเตรียมอุปกรณ์ส่วนตัว เช่น ไมค์ หรืออื่นๆ มาได้ แต่หากงานสเกลใหญ่อย่างคอนเสิร์ตใหญ่ ก็ยังคงต้องพึ่งการจัดการของซัพพลายเออร์เช่นเดิม ตอนนี้ก็ยังอยู่ในการรวบรวมข้อมูลว่าคอนเสิร์ตใหญ่ และใช้ระบบของ ศบค. ในเรื่องของพื้นที่ต่อบุคคลว่าจะทำได้หรือไม่

