‘เปิ้ล-เอก ธเนศ’ น้ำตาคลอ เล่าเหตุการณ์ก่อน ‘ตั้ว’ เสียชีวิต บอก ‘น่าจะอยู่ได้นานกว่านี้..’
ตั้ว ศรัณยู – เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ศาลาเศรษฐี วัดนาคปรก เปิ้ล หัทยา วงษ์กระจ่าง ภรรยานักแสดง และผู้กำกับชื่อดัง ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ซึ่งเสียชีวิตจากอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ เมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมด้วย เอก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ พี่ชายของตั้ว ศรัณยู ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการเสียชีวิต
เปิ้ล – อาการมาจากตอนเจ็บหลังครั้งแรก การตรวจพบกระดูกข้อที่ 3 ด้านกระดูกสันหลังที่ 3 ทรุดลงไป แล้วมีลิ่มเลือดด้วย ก็เลยตรวจร่างกายอย่างละเอียด ค่าตับขึ้นสูง ทราบมาก่อนหรือไม่ว่าตับมีปัญหา ก็บอกว่าทราบ พี่ตั้วเป็นไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ดูแลตัวเองมาตลอด เขาเช็กร่างกายมาตลอด แต่ 2 ปีหลังไม่ได้เช็ก ปรากฏว่าสิ่งที่อยู่ในตับโตขึ้น ไวรัสตับอักเสบบีกลายพันธุ์เป็นมะเร็ง สุดท้ายก็ลามมาที่กระดูก รักษามาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาที่ปอด
ตอนที่เข้าโรงพยาบาลจุฬาฯ คุณหมอบอกน่าจะอยู่ระยะ 3 น่าจะคุมได้ ก็รักษา พี่ตั้วออกไปทำงานต่อได้ เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นก็ปวดอีก ปวดสะบัก ปวดขา คุณหมอบอกต้องพักแล้ว เพราะมีกระดูกทรุดเพิ่ม ก็ฉายแสง หลังๆ ทานอาหารไม่ค่อยได้ แคลเซียมก็สูง ก็ไปทำลายระบบความคิด การพักผ่อน นอนไม่หลับ
ตอนเดือนกุมภาพันธ์ดีขึ้น มาทรุดอีกครั้งตอนเริ่มปวดสะบักอีกครั้ง ช่วงนั้นเกิดเชื้อโควิด-19 พอดี ก็ไม่ได้บอกใครมาก มีคนทักว่าทำไมผอมลง พี่เขาก็ไม่ได้บอกใคร เพราะคิดว่าทุกคนก็เจอภาวะของตัวเอง เครียดกับโควิดอยู่แล้ว แล้วสไตล์เขา ก็เราดูแลตัวเองกันดีกว่า
๐ ที่เข้าโรงพยาบาล
เปิ้ล – เขาเริ่มทานอาหารไม่ได้ เข้าโรงพยาบาลวันพุธที่แล้ว อาการตอนนั้นหมอเอกซเรย์ปอด บอกว่าติดเชื้อปอดนิดเดียว เขามีนัดทำซีทีสแกนวันที่ 18 มิถุนายน เพื่อจะเปลี่ยนยา

๐ ก่อนจะเสียชีวิต
เปิ้ล – ก็ไม่ได้คิดเลย คิดว่าการมาโรงพยาบาลครั้งนี้เพื่อเช็กร่างกาย เพื่อให้เขาเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนยา เพราะร่างกายอื่นเขาแข็งแรงดี แต่สุดท้ายเชื้อมาที่ปอด
ที่ผ่านมาพูดได้ อาจจะช้าลง เพราะแคลเซียมเยอะ ยังบอกคุณหมอว่าอยากกลับไปเหมือนเดิม จนกระทั่งคุณหมอเริ่มพูดว่าเปิ้ล พี่ตั้วอยากเจอใครเป็นพิเศษหรือไม่ ก็เลยเริ่มไม่แน่ใจ
พี่เอก ธเนศ – เรารู้ตอนนั้นว่าเข้าโรงพยาบาลก่อนหน้านั้น ได้คุยกับตั้ว คุยกับเปิ้ล เขาบอกไม่มีอะไรเลย ไปฉายแสง อีก 10 วันเดี๋ยวเจอกัน นั่นคือเมื่อเดือนที่แล้ว มารู้อีกทีตอนเปิ้ลบอก
คือตั้วไม่บอกใครเลย เขาเป็นคนแบบนี้ ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน อยากเงียบๆ แก้ปัญหาด้วยตัวเอง รู้กัน 2 คน ไม่บอกลูกด้วย ตอนหลังลูกถึงรู้ เราก็มารู้ตอนหลัง อย่างที่ว่า ก็ได้พูดคุยกันอยู่ช่วงหนึ่ง อาการก็โอเค พูดช้าลง แต่รับรู้ได้ทุกอย่าง แต่ใช้ยักคิ้วเอา ยกมือได้ โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายที่ตั้วจะไปจริงๆ เป็นเรื่องดีมากสำหรับส่วนตัว เพราะที่เคยเห็นคนที่จะจากลา ก็มีอาการต่างๆ นานา แล้วใช้เวลาเยอะ แต่ตั้วนี่นิ่งๆ เหมือนหลับไปเฉยๆ เราก็บอกสบายไหม ถ้าสบายก็นอน ถ้าเหนื่อยก็หลับไปก็ได้ เดี๋ยวมันก็เหมือนตื่น ไปตื่นที่ไหนก็ได้ ตอนที่สบายใจนะ เหมือนไปเที่ยว ไปต่างประเทศ ทุกคนมาส่ง ไปสนามบินเดี๋ยวก็เจอกัน แล้วทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วสุดท้ายตั้วก็ค่อยๆ ไป
ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น หมอบอกว่าเขาพยายามสู้ แล้ว 2-3 วันสุดท้ายคงที่มาก จนทุกคนมาครบถ้วนที่เขาปรารถนาจะเจอ ก็อยู่ในความสงบกันหมด ทั้งคนที่เขาอยากจะเจอ แล้วตัวเขาเอง จนทุ่มนึงก็ค่อยๆ ลง บอกตั้วหลับนะ หลังจากสู้มาเยอะ บอกอยากจะนอนก็นอน อยากพักเมื่อไหร่ก็พักนะ ตัดสินใจเอง สบายๆ แล้วก็ลงไป สงบจนไม่รู้จะว่ายังไง พาทุกคนสงบไปด้วย
เขาเป็นคนแบบนี้แหละไม่อยากให้ใครเดือดร้อน มีเรื่องพูดเล่นๆ ว่าไม่อยากให้ใครเดือดร้อน อยู่โรงพยาบาล 6 วัน แล้วสุดท้ายก็ยังให้ทุกคนกลับทันเคอร์ฟิวอีก ออฟบอกหนึ่งทุ่มยี่สิบ แต่คุณหมอลงทุ่มสามสิบ

๐ มีสั่งอะไรหรือไม่
พี่เอก ธเนศ – กับเราไม่มี กับเปิ้ล
เปิ้ล – จริงๆ ก็คุยกันเรื่อย ก่อนเขาจะเข้าโรงพยาบาล คุยเรื่องละครแล้วก็อย่างอื่น หมอให้พัก 6 เดือน คุยว่าได้คุยกับทีมหรือยัง เขาจะเป็นห่วงเรื่องงานเยอะ ยังคุยว่าใครจะมาช่วย เพราะของพีพีทีวีเหลืออีกไม่กี่คิว เขาบอกไม่ได้ เพราะเขาทำมาตั้งแต่ต้น ก็ต้องทำต่อสิ แล้วก็หนุนเรียนจบแล้วใช่ไหม เปิ้ลต้องทำความฝันให้เป็นจริงนะ ต้องพยายามทำสิ่งที่เราอยากทำให้เป็นความจริงให้ได้ อย่าท้อแม้จะเราลำบาก (เสียงเปิ้ลเครือๆ พร้อมน้ำตาคลอ) ก็ต้องเข้มแข็ง ตั้งแต่เวลาคนถามว่าพี่ตั้วเป็นยังไง เพื่อนจะต้องมาเยี่ยมไหม มันเป็นเรื่องที่เราต้องแก้ปัญหากันเอง
พี่ตั้วสู้ สู้ตลอด เห็นตั้งแต่ครั้งแรกที่หมอบอก ออกกำลังกาย ดูแลอาหาร ถามหมอว่าผมออกกองได้ไหม หมอบอกได้ แต่อย่าหักโหม เขาก็ไป เขาอยากทำงาน
พูดจริงๆ ว่าพี่ตั้วจากไปกะทันหัน ยังวางแผนจะไปหาน้องที่เกาหลี แล้วจะไปเที่ยวทะเล หนุนเรียนจบแล้วจะช่วยอะไรพ่อ ยังไม่ได้คิด (เสียงเครือ) คิดว่าน่าจะอยู่ได้นานกว่านี้ อย่างน้อยช่วงรับปริญญาน้องปลายปี จะไปเกาหลีไปเยี่ยมน้องหนัง

