กระจ่างอยู่กลางใจ โน้ต วัชรบูลย์ เขียนถึงตั้ว ศรัณยู… ‘ผมยังจำได้’

ภาพจากเพจ Watcharabul Leesuwan

กระจ่างอยู่กลางใจ โน้ต วัชรบูลย์ เขียนถึงตั้ว ศรัณยู… ‘ผมยังจำได้’

‘ผมมาส่งพี่ครับ’ นักแสดงหนุ่ม โน้ต วัชรบูลย์ ลี้สุวรรณ เขียนขึ้นต้นไว้อย่างนั้นในเฟซบุ๊ก Watcharabul Leesuwan ของเขา

จากนั้นก็เล่าถึง ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ว่า…

‘ผมกับพี่ #ตั้วศรัณยู จบมาจากสถาบันเดียวกัน แต่รุ่นห่างกันเกือบ20ปี เลยไม่มีทางได้เจอกันเพราะตอนพี่เรียนอยู่ที่สถาปัตย์จุฬา ผมน่าจะยังไม่เกิด ตอนเป็นพระเอกละครแล้ว ผมเป็นเด็กประถมนั่งดูโทรทัศน์กับยายอยู่ที่บ้าน พอเข้าสถาปัตย์ได้พี่ก็ผันตัวเป็นผู้จัดละคร เป็นผู้กำกับแล้ว

เหลือเพียงตำนานทิ้งไว้ให้รุ่นน้องฟังว่า ที่คณะมีสองสิ่งที่ทำให้คนจากคณะอื่นๆเดินมา คือตู้โทรศัพท์ และศรัณยู ถ้าสาวๆคณะอื่นเดินมาโทรศัพท์แล้วบังเอิญเจอพี่ตั้วถือเป็นโบนัส

พอผมมาเล่นละครช่วงแรกๆก็หวังว่าจะได้ทำงานร่วมกัน ปรากฏว่าช่วงนั้นพี่ออกก็ไปวุ่นๆกับอุดมการณ์ในหัวใจของพี่

กว่าจะมาได้ร่วมงานกันก็เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง คือละครเรื่อง #รอยรักแรงแค้น ซึ่งเป็นละครของพี่จริงๆเพราะทุกอย่างพี่เป็นคนกลั่นกรองออกมาทั้งหมด

ผมยังจำได้

วันแรกที่เปิดกล้องได้ เราถ่ายทำกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวมหาวิทยารังสิต แรกผมไม่ได้มอง #ละครรอยรักแรงแค้นต่างจากละครดราม่า ชิงรักหักสวาท เรื่องอื่นที่เคยเล่น ก็คงเหมือนเรื่องอื่นๆที่ตัวร้ายก็ร้ายไปและบทพี่ชายของนางเอกคงไม่มีอะไรนัก จนเริ่มถ่ายทำฉากแรก ไม่รู้กี่เทคก็ยังไม่ผ่าน จนน้องอิงผู้ช่วยพี่ตั้วต้องเดินเอาบทมาให้อ่านใหม่ และบอกว่าอย่าเปลี่ยนบท ผมก็เถียงไปอีกว่าไม่ได้เปลี่ยน ใจความ สาระสำคัญ ยังอยู่ครบ แค่สลับประโยคและตัดคำเชื่อมออกไปบ้าง จนที่สุดพี่ตั้วเรียกไปคุยว่าโน้ตบทที่ให้ ทุกคำพูด ทุกตัวอักษรมันมีความหมาย มีหน้าที่ของมัน เราต้องพูดตามนั้นทุกคำเพราะมันคือลายแทง ที่บอกใบ้ว่าสันดานของตัวละครตัวนั้นมันเป็นคนอย่างไร คิดอะไร มีทัศนคติต่อโลกนี้อย่างไร ที่โน้ตเล่นไปพี่ไม่เชื่อ แล้วจะทำให้พี่เชื่อได้มั้ย

กลับไปอ่านบทมาใหม่นะแล้วคิวหน้าค่อยถ่ายกันต่อ

ผ่านเวลาไป

ผมยังจำได้วันที่พี่มาถามว่าน้ำหนักลดไปกี่กิโล สมบทบาทธาดาที่เป็นมะเร็งดีนะ พี่ชอบ

ผมยังจำได้ที่พี่ให้ผมต่อยกับน้องไมค์แบบไม่มีคิวและกลิ้งตกลงมาจากศาลาลงมาบนพื้นปูนข้างล่าง และผมพลาดต่อยโดนหน้าน้องไปหนึ่งที ฉากนั้นฉากเดียวถ่ายตั้งแต่ทุ่มนึงจนเที่ยงคืน

ผมยังจำได้วันที่พี่เอาเลือดมาละเลงหน้าผมในห้องฉุกเฉิน พอพี่สั่งคัทผมเดิมออกมาจากห้อง พยาบาลจริงๆของโรงพยาบาลร้องกรี๊ดเลย

ผมยังจำได้วันที่พี่ให้ผมเข้าไปนั่งในคุก ถึงจะให้ฝ่ายฉากทำความสะอาดให้แล้ว แต่กลิ่นสาบคน กลิ่นเหงื่อ เหลือบ ลิ้น แมลงวันที่อยู่ในห้องนั้น และแววตาของผู้ต้องหาที่นั่งอยู่ห้องข้างๆมันยังติดตาผมอยู่เลย

ผมยังจำได้วันที่พี่ให้ผมไปนอนในเตียงชันสูตรศพในห้องดับจิต พื้นมันเย็นดีจริงๆ ตะแกรงนั้นก็ดูทำความสะอาดเลือด น้ำเหลืองง่ายดีจัง

ผมยังจำได้วันที่ธาดา(ผม)ต่อยกับคิมหันต์(ไมค์ ภัทรเดช)แล้วต้องถูกเหวี่ยงไปกระแทกขวดเหล้าบนโต๊ะ การถ่ายทำผ่านไปด้วยดี จนตอนอินเสิร์ทผมเล่นเองคนเดียว ปรากฏว่าผมพลาดแทนที่จะล้มแหมะลงบนโต๊ะ ปรากฏว่าดันกวาดขวดเหล้า ตัวผมลอยข้ามตกลงมาอีกฝั่งทับไมค์ wireless จนแตก และที่หลังผมก็มีรอยแดงอ่านว่า Sennheiser ชัดเจน พี่เดินหัวเราะ แหะๆเข้ามา บอกว่ามันส์ดีหวะ ส่วนผมเจ็บหลังมาอีกเป็นปี แต่ตอนนี้หายแล้ว

ผมยังจำได้เวลาฉากยากๆพี่จะเดินมาบอกให้สมาธิดีๆ และเชื่อใจเพื่อนที่เข้าฉากด้วยกัน คือพี่จะเดินมาให้กำลังใจนั้นแหละ ผมรู้

สุดท้ายขอบคุณที่พี่สร้าง #ธาดา ขึ้นมา ทำให้ผมได้มาร่วมงานกับพี่

ขอบคุณพี่ที่ทำให้ผมเห็นคุณค่าของตัวเอง และกลับมาสนุกกับงานแสดงอีกครั้ง

แต่พี่จากพวกเราเร็วเกินไปจริงๆครับ

ผมเสียใจ’

ขอบคุณ Watcharabul Leesuwan

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กแจ๊ส”นำทีมครอบครัวคนรักปทุม ซ่อมแซมถนน ช่วยชาวบ้านสัญจรสะดวก
บทความถัดไป‘โมดริช’ แนะ ‘เอ็มบัปเป้’ ย้ายหนี ‘เปแอสเช’ ไปพัฒนาฝีเท้าในลีกที่สูสีกว่าลีกเอิง