อนาคตของ เวียร์ ศุกลวัฒน์ การงาน แต่งงาน และลาวงการ?

อนาคตของ เวียร์ ศุกลวัฒน์ การงาน แต่งงาน และลาวงการ?

กำลังใจเป็นที่ถูกใจแฟนๆ ละคร 7 สีอยู่ในขณะนี้ กับบทบาท ‘ทัฬห์’ ของพระเอกหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารส ในละคร “ม่านบังใจ” ที่เจ้าตัวบอกไว้ว่าความสนุกของเรื่องนี้คือรวมสูตรสำเร็จของละครไว้ด้วยกัน ทั้งทั้งแม่เลี้ยงใจร้าย ทั้งพระเอกขับรถชนพ่อนางเอก เลยต้องรับนางเอกเข้ามาอยู่ในบ้าน แล้วความสัมพันธ์ก็พัฒนา

“เป็นบทประพันธ์ที่สนุกมาก บทละครก็เป็นฟีลที่ทำออกมาเพื่อให้เป็นละครจริงๆ”

“เรียกว่าเป็นสูตรสำเร็จเลย” ว่าอย่างนั้น

ก่อนย้ำด้วยความมั่นใจ ว่าคอละคร 7 สีตัวจริง จะไม่ผิดหวัง เพราะทุกอย่างคือใช่ ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน
แถม ‘ทัฬห์’ พระเอกของเรื่องก็ยังมีความเป็นผู้ชายในอุดมคติ เป็นพระเอกในฝัน ตามที่คนดูต้องการ

“เป็นคาแรกเตอร์ของผู้ชายที่มีทุกอย่างดีพร้อม แต่ก็มีเรื่องที่ภรรยาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ต้องเลี้ยงลูก แล้วก็มีเพื่อนภรรยาที่พยายามจ้องจะเข้าหาเรา โดยพยายามเป่าหูลูกสาว ระหว่างที่เราก็เครียดที่ขับรถไปชนคนเสียชีวิต เลยต้องมารับผิดชอบลูกเขา สูตรแบบนี้ ยิ่งเล่นก็ยิ่งอิน และสนุกเข้าไปใหญ่”

เมื่อถามถึงความยากง่ายในบทนี้ เวียร์บอกว่า แม้จะไม่ได้รู้สึกถึงความท้าทายหรือยากเข็ญ หรือเรียกง่ายๆว่า “เป็นละครยากแบบปกติ” แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยากยิ่งที่ทำยังไงให้ ‘ความยากปกติ’ เช่นนี้ มี ‘ความโดดเด่น’ ออกมา

“การจะทำบทที่ยากปกติให้โดดเด่น มีคนสนใจ เป็นเรื่องยากนะ’ เวียร์บอก

เพราะดีไม่ดี “บางทีอาจกลายเป็นละครที่ถูกมองข้ามไปหรือเปล่า”

ซึ่งถึงตอนนี้แฟนๆคงได้เห็น และทราบคำตอบแล้วว่า ความพยายามของเขาเป็นผลสำเร็จน่าชื่นใจขนาดไหน

เวียร์ ศุกลวัฒน์

ส่วนเมื่อถามว่า แล้วถ้า ‘ยากแบบไม่ปกติ’ ของเวียร์ล่ะ เป็นแบบไหน?

เขาก็ว่า “สำหรับผมคือบทที่ยากไปเลย อ่านแล้วรู้เลยว่ายาก เล่นคนเดียว ต้องใช้อารมณ์”

การที่ต้องมาร่วมงานกับนางเอกรุ่นน้อง มุกดา นรินทร์รักษ์ ที่อายุห่างกันถึง 11 ปี เวียร์บอก ไม่ได้มีปัญหาสักนิด เพราะมุกดาเป็นคนที่มีความนิ่ง และทำงานด้วยกันง่าย

ส่วนฉายาที่นางเอกรุ่นน้องคนตั้งให้ว่า “อนาล็อค” นั้น เวียร์เล่าพลางหัวเราะ ว่า

“เขาบอกพี่เวียร์อยู่ในยุคที่ใครก็ต้องดูละคร เลยได้เปรียบเขา สมัยก่อนการแข่งขันน้อย พี่เวียร์โชคดีอยู่ในยุคที่มีพระเอก 2-3 คน”

เป็นพระเอกมาตั้งแต่ยุคโบราณ-อะไรประมาณนั้น

แต่ไม่เป็นไร คนถูกล้อพูดแบบยิ้่มๆ ด้วยเข้าใจดีว่า “เขาอิจฉาผม”

“ก็เลยถามเขากลับไป ว่าแล้วตอนนี้เหลืออยู่กี่คน…แสดงว่าหนูต้องดูพี่เป็นตัวอย่าง พี่อยู่ทั้งยุคอนาล็อค ยุคเปลี่ยนผ่าน และยุคดิจิทัล นี่คนจริง ถึงอยู่ได้ อยู่มาทุกช่วง”

แต่กระนั้นก็ยอมรับว่า คำพูดแซวกันเช่นนี้ก็ทำให้เขาตระหนักถึงความต่างของยุคและวัยอย่างชัดเจน

“ทั้งวันเขาก็จะเล่นติ๊กต่อก บางทีผมก็ต้องเออออไปอยู่ในเฟรมด้วย ผมกลายเป็นเหยื่อทางโซเชียลของน้องๆ ตลอด”

ถามว่ายอมไหม ก็ยอมอ่ะแหละ 5555

เวียร์-มุกดา

นอกจากผลงานทางทีวีแล้ว เวียร์บอกด้วยว่า แฟนๆยังสามารถเห็นหน้าค่าตาเขาได้ที่ ช่อง Weircation ในยูทูป ได้อีกช่องทางหนึ่ง ด้วยหลังรายการ ‘ซูเปอร์เวียร์’ ต้องพักการออกอากาศในช่วงโควิด-19 เขาก็นำเอาภาพที่ถ่ายเก็บไว้มากมายมาตัดต่อใหม่ โดยได้หวานใจ เบลล่า ราณี แคมเปน คอยให้คำแนะนำในฐานะรุ่นพี่ยูทูปเบอร์ แถมรับหน้าที่เป็นตากล้องให้ในบางครั้ง ซึ่ง “ค่าตัวแพง”

“จ่ายเป็นเงินสดหกหลักต่อเทป เบลล่าโปรดักชั่น” เล่าแล้วเจ้าตัวก็หัวเราะ

ส่วนเรื่องจะให้มาเปิดหน้า อยู่ในคลิปด้วยกันนั้น เวียร์บอกว่า “คงไม่หรอก”

อย่างไรก็ดี “จะมีเขา หรือไม่มีเขามันก็คือไลฟ์สไตล์ ก็ไปด้วยกันอยู่แล้ว ไม่ได้จะมาดึงยอดวิวด้วยการต้องเห็นเราอยู่ด้วยกัน”

ช่วงผ่านๆมา มีหลายคนแซวว่าคู่ของเขานั้นหวานนัก แต่กับเรื่องนี้เวียร์ ไม่หรอก

“คนเขาคิดกันไปเอง” ด้วยจริงๆแล้วก็แค่ระดับปกติ

เรื่องที่คนลุ้นและเชียร์ให้มี ‘ข่าวดี’ เวียร์บอกยินดีให้เชียร์ให้ลุ้นได้เต็มที่ โดยไม่มีความรู้สึกกดดัน เนื่องจากสุดท้ายก็อยู่ที่พวกเขาจะตัดสินใจ

ซึ่ง “เรารอพร้อมดีกว่า”

“ไม่ใช่มาเสียดายทีหลัง ว่ายังสนุกกับการทำงานอยู่ ยังไม่ได้ทำอะไรที่อยากจะทำเลย”

“พอมีครอบครัวแล้วบางคนอาจจะคิดว่ายังทำงานได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อ่ะ ก็ต้องดูแลเต็มที่ หรือถ้าเป็นผู้หญิงก็ต้องออกจากงานเลย ซึ่งเราก็ต้องเข้าใจว่าพร้อมหรือยังล่ะ ที่จะต้องเป็นแบบนั้น ซึ่งวันหนึ่งเราจะรู้ด้วยตัวเราเองของทั้งคู่ ว่าได้แล้ว แรงเชียร์มันก็ดี แต่ก็ต้องใช้เวลา”

พูดมาแบบนี้ก็ทำให้สงสัยว่าหากแต่งงานแล้ว จะถอยห่าง ออกจากวงการบันเทิงกันไปหรือเปล่า?

เกี่ยวกับเรื่องนี้เวียร์บอก ยังตอบไม่ได้

“เพราะยังไม่ได้แพลน มันเป็นอนาคตอ่ะ อาจจะยังทำงานอยู่ หรืออาจจะไม่ทำเลยก็ได้ อาจจะไปทำอย่างอื่นก็ได้ ไม่ได้กะเกณฑ์ชีวิตตัวเองอะไรขนาดนั้น”

“คือทุกคนต้องให้ความสำคัญกับครอบครัว แต่ครอบครัวก็ต้องใช้เงิน มันก็ต้องมีคนหนึ่งที่ทำงาน หรือทำงานคู่”

“ก็ว่ากันไปในอนาคต”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คุยกับ ‘เวดดิ้ง กูรู’ ก่อนเตรียมงานแต่ง แนะทุกเทคนิคจัดอย่างไรให้ปัง
บทความถัดไปนักวิชาการประเมินท่องเที่ยวไทยรายได้วูบเหลือ 1 ล้านล้านบาท หากเปิดรับต่างชาติไม่ทัน 4 เดือนสุดท้าย