‘ผ้าห่มผืนสุดท้าย’ ละครเวทีที่ ‘กอ.รมน.’ ร่วมสร้าง เพื่อเข้าใจ ‘ทหาร’

ผ้าห่มผืนสุดท้าย

ฟังแล้วหลายคนน่าจะเดาได้ไม่ยากว่าหมายถึง ผืนธงชาติไทย’ ที่ใช้คลุมโลงบรรจุร่างผู้เสียสละชีพเพื่อปกป้องคนในชาติไว้ ล่าสุดซีเนริโอโดยความสนับสนุนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จึงจับประเด็นนี้มาทำเป็นละครเวทีที่จะเริ่มเปิดม่านโชว์วันที่ 18 มีนาคม ณ รัชดาลัยเธียเตอร์ โดยมีบอย – ถกลเกียรติ วีรวรรณ เป็นผู้อำนวยการสร้าง และสันติ ต่อวิวรรธน์ กำกับ

ผ้าห่มผืนสุดท้าย’ ว่าถึงพลทหารท็อป (ฟรอยด์ – ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์) ผู้ได้รับมอบหมายให้ลำเลียงศพทหาร 3 นายจากเหตุปะทะกับผู้ก่อการร้ายบริเวณชายแดนกลับสู่ญาติพี่น้อง โดยนอกจากไม่เต็มใจ เขายังดูถูกหน้าที่นี้

กระทั่งโดนอุบายให้ทำรายงานเกี่ยวกับนายทหารที่เสียชีวิตความคิดก็เริ่มเปลี่ยนไป

ด้วยชีวิตของนายทหารทั้งสามในรายงานเล่มนั้นทำให้ได้เรียนรู้ความรัก ความเสียสละ และความจงรักภักดีต่อแผ่นดิน จนพลทหารท็อปยินดีนำศพที่คลุมด้วยธงไตรรงค์อันเป็นผ้าห่มผืนสุดท้าย กลับบ้านอย่างสมเกียรติ

ตอนนั้นไม่คิดจะทำเรื่องนี้แต่มีน้องที่เป็นทหารมานั่งคุยกับเรา เขาร้องไห้ ถามว่าเป็นอะไร เขาบอกโดนคำสั่งย้ายลงไปใต้ เราก็ต้องนั่งปลอบเขาว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว เขาก็สะท้อนมาว่าเฮ้ย! พี่ ผมก็เป็นคนนะ ผมก็มีจิตใจ ผมมีการกลัวตาย รักชีวิตเหมือนกัน คิดถึงแม่ แต่เขาต้องลงไปเพราะนี่คือคำสั่ง นี่คือหน้าที่ของเขา” เกลือ – กิตติ เชี่ยววงศ์กุล คนเขียนบท – ต้นความคิดเล่าถึงที่มา ก่อนจะบอกว่าโปรเจ็กต์นี้เตรียมไว้มานานแต่เพิ่งได้ฤกษ์ทำ เพราะช่วงนั้นไม่พร้อมทั้งสภาพเศรษฐกิจและการลงทุน

เพราะเขาว่า “ไม่มีใครกล้าลงทุนกับงานคอร์เปอเรทที่มันไม่ได้มุ่งหวังกำไร มันเป็นงานที่เราอยากทำให้สังคม เราก็ต้องหาคนที่จิตใจดี คิดว่าอยากทำไรเพื่อสังคม แล้วก็เรื่องของการหาข้อมูลด้วย” โดยเรื่องข้อมูลอาศัยหาดูจากข่าว จากอินเตอร์เน็ต รวมถึงสัมภาษณ์พี่ๆ น้องๆ ทหาร จนกลายมาเป็นเรื่องราวเล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ของทหารชายแดน

ส่วนเรื่องทุนสร้าง เกลือว่า “เราก็ไปยื่นเรื่องให้กอ.รมน. ว่าอยากทำเรื่องนี้ ไปถามว่าพี่สนใจไหม พอเขาดูเขาบอกดี เขา แล้วก็อยากให้เอาเรื่องนี้ไปให้ทหารลูกน้อง ๆ เขาดูว่ามีคนให้กำลังใจเขาอยู่นะ” กระนั้นก็ย้ำ “แค่ทุนบางส่วนนะ”

เราเองยังบอกเลยว่า พี่ เขาจะคิดว่าผมอวยพี่หรือเปล่า ซึ่งเขากลัวสิ่งนั้นมากเลย เพราะเขาเป็นทหาร เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น พอบอกผมจะเอาโลโก้พี่ขึ้นให้ไหม เขาบอกเขาไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ เขาเป็นทหาร”

ทหารไม่ได้ต้องการเงิน ไมได้ต้องการเลย ที่ต้องการอย่างเดียวของเขาคือความเข้าใจ เขาทำงานไปเสี่ยงภัยอย่างนั้นมันเหนื่อยมากแล้ว เพราะมีหลายอย่างทำให้เขาเครียด การให้กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ บางทีมันจะช่วยให้ทหารเขาอยู่ตรงนั้นได้”

ละครเวทีผ้าห่มผืนสุดท้าย

อย่างไรก็ตามแม้ช่วงนี้จะมีให้เห็นทั้งละครและละครเวทีที่บอกเล่าเรื่องดีๆเกี่ยวกับทหาร แต่คนทำยืนยัน

“ไม่ใช่เทรนด์”

ถ้าบอกว่าบังเอิญคนต้องไม่เชื่อแน่เลย แต่บอกเลยว่าจริงๆ เขียนก่อนที่จะมีทหารอีก คือเราก็อยากจะยกย่องเชิดชูเขามาตั้งแต่ต้น แต่มีโอกาสได้ทำตอนนี้พอดี”

ถ้าใครจะคิดว่าไม่บังเอิญก็ช่วยไม่ได้ เราก็แค่อยากทำ เพราะโปรเจ็กต์นี้สำหรับทุกคนมันเกินเรื่องเงิน ถ้าเราทำอะไรด้วยการศรัทธาสักอย่างโอกาสหรือเงินมันไม่สำคัญเลย มันมีความสุขที่ได้ให้กับคนที่เราอยากจะให้” เกลือบอกยิ้มๆ ก่อนจะเล่า “เอาตรงๆ ตอนผมไปขายกอ.รมน. ผมไปเจอพี่ทหารผมยังกล้าบอกเขาด้วยซ้ำว่า พี่ตอนแรกผมไม่ชอบทหารเลย เขาบอกเขาเข้าใจ เพราะอาชีพเขาเหมือนคนเข้าใจยาก จนวันหนึ่งผมโตขึ้นค่อยๆ เรียนรู้สิ่งที่เขาทำ ผมก็เข้าใจว่าถ้าเรามีหัวใจมากพอ เราจะเห็น ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ช่วงไฟใต้ เราจะเห็นการเสียสละของเขาอยู่แล้ว ถ้าเรามีความรักต่อเพื่อนมนุษย์จริงๆ เราจะเห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันทันที”

หรือต่อให้ใครที่อาจมีทัศนคติที่ไม่ดีกับคนในเครื่องแบบ เกลือก็ว่า “เอาตรงๆ นะ ถ้าถอดเครื่องแบบออกก็คือมนุษย์เหมือนกัน”

ถ้าคุณมีหัวใจกว้างพอที่จะรักเพื่อนมนุษย์ได้ คุณก็จะรักเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย อย่าให้อคติส่วนตัวของเราทำให้เราเกลียดชังทุกคนบนโลกใบนี้ ชั้นเกลียดหมอ ชั้นเกลียดพยาบาล ไม่อ่ะ ชีวิตเรามันสั้นเกินกว่าที่จะใช้ความเกลียดชังนั้น ฉะนั้นเปิดใจเถอะ แล้วคุณจะรู้ว่าโลกนี้มันสวยงามนะ แล้วก็มีแต่สิ่งดีๆ ถ้าคุณจะมองเห็น”

ถึงอย่างนั้นคนทำรีบบอก “ไม่คาดหวังกับผลเลยครับ”

แค่ได้ทำเราสำเร็จแล้ว เรารู้สึกดีใจ ภูมิใจแล้ว เพราะละครเรื่องนี้ทางกอ.รมน.จะส่งไปที่ทหารทางใต้ดู เราดีใจแล้วที่ได้ทำสิ่งนี้ ได้เชิดชูคนที่เราจะเชิดชู”

ทว่าในที่สุดแล้วถึงละครเวทีนี้จะยกย่องเหล่าทหารการันตี แต่คนเขียนบทการันตีว่ามีความตลก สนุกไม่ต่างจากละครเวทีของซีเนริโอเรื่องไหนๆ “เรื่องก็มีความจริงจังของมัน แต่ส่วนตลกก็มี เพราะชีวิตพวกเขาก็เหมือนชีวิตเรา ทหารที่ใต้ก็ไม่ใช่จะไม่หัวเราะไง เขาก็หัวเราะในความเป็นอยู่ของเขา มันก็มีความสุขในแบบนั้นตามอัตภาพของเขา”

ละครเรื่องนี้สิ่งที่ประหลาดที่สุดคือตลกมันตลกเลย ตลกมาก ทุกคนที่อ่านบทตอนแรกซาบซึ้ง พอมาเจอตลก เฮ้ย! มันตลกอ่ะ มันสนุก มันมีความสุข”

ที่สำคัญ “การร้องไห้ส่วนใหญ่ในเรื่องมันเป็นการร้องไห้แบบภูมิใจที่เราได้ทำหน้าที่นี้ ไม่ใช่การร้องไห้แบบแย่จังเลย ความสูญเสียมันเศร้าอยู่แล้วแต่มันมีความรู้สึกเหนือกว่านั้น”

เพราะฉะนั้นคำว่า ‘ผ้าห่มผืนสุดท้าย’ ของเรามันไม่ใช่ความโศกเศร้านะ แต่มันคือเกียรติยศ มันคือความภาคภูมิใจที่ผ้าห่มผืนสุดท้ายของเราคือธงชาติ เรายอมเสียสละชีวิตของเราเพื่อสิ่งนั้น”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon