จ๊ะ อาร์สยาม กับความเชื่อเรื่อง ‘โดนของ’ คาดเป็นฝีมือคนในวงการ
ลุกทุ่งสาวคนดัง จ๊ะ อาร์สยาม รับเชิญมาเป็นแขกในรายการ ‘คุยแซ่บโชว์’ ที่ออกอากาศทางช่องวัน 31 โดยเจ้าตัวเปิดใจว่า ที่ผ่านมาคนจะติดภาพว่าเป็นนักร้องเซ็กซี่ แต่ต้องบอกว่าตัวตนจริงๆเป็นคนโก๊ะๆ ทะลึ่ง และตลกมากกว่า
“ความเซ็กซี่เป็นภาพที่เกิดมาจากคันหู” จ๊ะเล่า
จากนั้นก็ว่าทุกวันนี้เวลาอยู่บนเวทีจะออกแนวเอนเตอร์เทน 70 % เหลือเซ็กซี่ราว 30 % อย่างไรก็ดีจะให้ทิ้งไปเลยคงไม่ได้ เพราะเจ้าภาพที่หาไปและคนที่มาดู ก็มารอดูความเซ็กซี่
“เราเคยลองไม่เซ็กซี่เพลงจีบหน่อยอร่อยแน่ ใส่เป็นกางเกงขายาว กำลังร้องๆอยู่ เจ้าภาพเดินไปบอกผู้จัดการว่าขอให้น้องจ๊ะใส่สั้นได้ไหม เหมือนเขาตั้งเป้ากับการมาดูจ๊ะเซ็กซี่ ถามว่าอึดอัดไหม ก็ไม่นะ เพราะด้วยความที่เราใส่เซฟหลายอย่าง…อาจจะชินแล้วด้วย”
ส่วนเมื่อพิธีกรถามเรื่องเคยเขม่นกับนักร้องรุ่นพี่ ที่อยู่สายเซ็กซี่ อย่างใบเตย , กระแต ไหม
จ๊ะบอก “เป็นเรื่องปกตินะ ถ้าบอกไม่เขม่นกันเลย มันก็ไม่ปกติ”

“มันเป็นการเขม่นที่เราทำงาน เราไม่ได้เจอกันทุกวัน แต่จะมีตัวกลางเป็นคนสื่อ แล้วคนกลางจะเป็นคนที่สื่ออะไรไม่ค่อยตรง ตอนนั้นเราเด็กด้วย 20-21 ก็เชื่อทุกอย่าง แต่จ๊ะเป็นคนที่ถ้าใครปั่นอะไรมา เราแสดงอาการทันที เป็นคนที่ไม่เก็บเลย ก็จะใช้วิธีการเลี่ยง คือเขม่นในใจ แต่เวลาเจอกันก็ขอใช้คำว่าวงการมายา ยิ้ม สวัสดี ทำงานของเราไป ให้เป็นเรื่องงานไป แต่ไม่ได้สนิทกันนอกรอบ”
อย่างไรก็ดี จ๊ะบอกว่าเรื่องนี้เกิดมานาน คือราว 6-7 ปี และไม่อยากลงในรายละเอียด
“มันเกี่ยวกับเรื่องงาน ที่คุณทำได้ เราทำไม่ได้ อารมณ์นั้นมากกว่า แต่ตอนนี้เฉยๆค่ะ พอมาคุยถึงเรื่องวันนั้น เราก็ขำๆ สุดท้ายแล้วมันไม่มีใครเคยพูดอะไร แต่ด้วยคนที่อยู่ตรงกลางแล้วปั่น ทำให้เรารู้สึกโกรธ”
ส่วนที่พูดกันเธออิจฉารุ่นพี่ จ๊ะก็บอก “เข้ามาอาร์สยามครั้งแรก พูดเลยว่าอยากมีงาน แล้วก็อยากมีสื่อ จุดประสงค์แค่นั้น”
“ก่อนหน้าที่จะมาอาร์สยาม มีงานเดือนนึง 60-70 งานอยู่แล้ว ด้วยความที่คันหูดังมาก แต่อาร์เอสทำให้จ๊ะจากที่อยู่ตลาดก็เหมือนขึ้นห้าง เพราะฉะนั้นไม่ได้มีการต้องมาอิจฉาพี่เขา เพราะแนวเรามันชัดเจน พี่เตยลูกทุ่งไฮโซ พี่แตเป็นลูกทุ่งแนวแดนซ์ๆ โชว์ความสามารถ”
ส่วนเรื่องที่ว่ากัน เธอว่าเคยโดนทำของใส่ จ๊ะบอก ตอนแรกก็ไม่เชื่อ
“ไปออกรายการหนึ่ง แล้วอาจารย์ลักษณ์ทัก ก่อนหน้านี้ก็มีอาจารย์หลายคนทักเยอะว่าโดนของ เพราะมีเลือดออกปาก ออกจมูก ถ้ามองเป็นวิทยาศาสตร์คือช่วงนั้นเราทำงานเยอะ ไม่ได้คิดเรื่องโดนทำของเลย แต่มันออก 3 วัน เป็นขันใหญ่ๆออกเป็นลิ่ม ก็ไปโรงพยาบาล 3 ที่ เขาก็บอกว่าเป็นภูมิแพ้และไซนัสอักเสบแบบรุนแรง จนอาจารย์ลักษณ์ทักว่าเราไม่มีดวงป่วยหรืออุบัติเหตุ แต่ที่ป่วยเพราะโดนของ แล้วจากนี้ไปไม่กี่อาทิตย์จ๊ะจะรถคว่ำ ซึ่งก็ไม่ได้เชื่อในตอนนั้น”
![]()
อย่างไรก็ดี ราว 2 สัปดาห์เศษๆหลังจากนั้น รถตู้ของเธอก็เกิดอุบัติเหตุแหกโค้ง คว่ำจริงๆ
ส่วนคนที่ทำของใส่ จ๊ะบอกว่า มีที่คิดอยู่ในใจ และเมื่อสอบถามอาจารย์ลักษณ์ไป เขาก็บอกว่าใช่
“มันมีความรู้สึกเฉยๆว่าเป็นคนนี้ ปกติออกจะดีกันด้วยซ้ำ เป็นคนในวงการ เขาเสียผลประโยชน์ในเรื่องงาน ไม่ใช่แค่หมอลักษณ์ พ่อพลที่พี่บอลพาไป ก็บอกว่าคนนี้แหละ แต่ทุกคนจะบอกเราหมดเลย ว่าให้ปล่อยวาง อย่าไปโกรธ อย่าไปเกลียด ยิ่งโกรธ ยิ่งเกลียด จะทำให้ของแรงขึ้น ซึ่งวันที่เรารู้ว่าเป็นเขา เราต้องไปเจอเขา พี่สาวบอก จ๊ะยกมือไหว้บอกพ่อแก่เลย ว่าถ้าเป็นคนคนนี้ ขอให้กลับมามีอันเป็นไป ก็ไปคุยงาน ไปเจอพี่เขา สรุปว่ากลับมาเราเดินไม่ได้ ครึ่งนึงคล้ายอัมพฤกษ์ อัมพาต โทรหาพี่สาวให้มารับไปโรงพยาบาล”
เล่าด้วยว่าตอนที่เป็นก็อธิษฐานในใจกับพ่อแม่ว่าขออย่าให้เป็นอะไร เพราะถ้าเป็น ครอบครัวจะล้มหมดส่วนหมอที่รักษาตอนแรกก็คิดว่าอาจเป็นเส้นเลือดในสมองตีบกลุ่มคนอายุน้อย
“สรุปไม่เป็นอะไรเลย หาย ตอนเย็นไปทำงานได้” จ๊ะเล่า
เธอยังเล่าด้วยว่าหลังจากนั้นเธอก็ไปรดน้ำมนต์ตามคำแนะนำ
“แต่มันเป็นเคสที่ไม่ได้ทำครั้งเดียวจบ เขาทำใส่เรา ทำย้ำๆ ตอนแรกๆทำเพื่อให้ทำงานไม่ได้ ให้มีผลกระทบกับงาน แต่กลับเป็นคนที่ไม่เคยเบี้ยวงานเลย”

“ที่ไปแก้ล่าสุด คือการนอนเทียน ปั้นหุ่นเพื่อถอดชื่อจริง นามสกุล ไปอยู่ในหุ่น เพื่อเวลาทำมาไม่ได้โดนเรา ไปอยู่ในหุ่นแล้วประมาณนั้น เขาทำใส่ตอน 25 พอ 26 เราก็ยังไม่ได้รู้สึกสบาย ยังมีอยู่ ส่วนทุกวันนี้เหมือนเราปล่อยวาง เพราะไม่คิดถึงเขาแล้ว แล้วก็ไม่ได้ปักใจเชื่อว่าเขาทำ มันมีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้รู้ ว่าใครทำยังไง ได้ยังงั้น โชคดีที่พ่อแก่และความกตัญญูกับพ่อแม่ช่วย ถ้าไม่มีสองสิ่งนี้อาจจะไม่มีจ๊ะมานั่งอยู่ตรงนี้”
จ๊ะซึ่งปัจจุบันอายุ 29 ปี บอกด้วยว่า ทุกวันนี้อะไรๆก็ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่การทำพิธีอย่างเดียว แต่จะมีการสอนแง่คิดให้ปล่อยวางได้จริงๆ
“ทุกวันนี้ก็ยังต้องเจอเขาอยู่ ไม่รู้ว่าเขารู้หรือเปล่าว่าหนูรู้แล้ว”
“ทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเขายังทำอะไรแบบนี้ไหม แค่อยู่ห่างๆและมองเขา ระวังตัวถ้าไปเจอเขา ต้องยังไง อยากบอกว่าทุกอาชีพมีขึ้นมีลง วันไหนที่เราขึ้น ก็วางแผนเก็บเงิน ไม่ใช่วันที่ลงจะไปโทษคนอื่น ว่ามาขึ้นแทน เป็นนิสัยไม่น่ารัก”
“สุดท้าย ก็ไม่ได้โกรธพี่เขา สิ่งใดที่พูดๆแรงไป อยากให้เขารู้ ว่าหนูรู้ว่าเป็นเขา ก็อยากให้มันจบไป”
นักร้องคนดังยังบอกอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้จึงพกเครื่องรางเยอะมาก
โปรดฟังอย่างใช้วิจารณญาณเต็มๆได้ในคลิปนี้
