‘แต้ว’ พูดชัดถ้ามองความสัมพันธ์ครั้งใหม่ ว่าคบไฮโซตามเพื่อน ก็ตื้นเขินเกินไป!
ไปร่วมงาน Central International Watch Fair 2020 ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม จากนั้น แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้สภาพจิตใจของตนที่สูญเสียคุณพ่อไปค่อยๆดีขึ้น ค่อยๆรับรู้ความเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ
“แต้วได้คำสอนจากคุณพ่อมาเยอะเรื่องการมองโลกในความเป็นจริง คำสอนนี้ทำให้เรามีสติ ยิ่งเวลาที่เศร้า เรานึกถึงคำสอน นึกถึงคุณพ่อ มันช่วยได้จริงๆ”
“คุณพ่อสอนมาเยอะ ไม่ให้ประมาทกับการใช้ชีวิต ตระหนักอยู่เสมอว่าเราสามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ แม้กระทั่งเรื่องของชีวิตเราเองที่มันไม่แน่นอน”
ขณะเดียวกันการได้ทำงาน ไปถ่ายละคร ก็ทำให้จิตใจโฟกัสอยู่กับงาน ก็ช่วยได้มาก
ส่วนเรื่องที่มีคนจับตาเรื่องความสัมพันธ์กับ ไฮ
ถามว่าถือเป็นการเป็นตัวอย่างเป็นทางการไหม? แต้วบอก “ไม่นะคะ”
“มันเป็นเรื่องที่ต้องค่อยๆเรียนรู้ค่ะ ไม่ใช่อีเวนต์ที่จะต้องเปิดตัว หรือแกรนด์โอเพ่นนิ่งอะไร”
ถามว่าเขินไหมที่โดนแซวเรื่องนี้ นางเอกคนดังก็ว่า “ไม่เรียกเขินอ่ะ แต่แค่แบบว่าทำไมต้องเหมือนหาวาระอะไรให้กับเรื่องพวกนี้ด้วย”
สำหรับสถานะของเธอกับเขาตอนนี้ แต้วบอก “เรียกว่าเป็นเพื่อนที่เราพยายามรู้จักกันให้มากขึ้น เรียนรู้กันอะไรแบบนี้”
เมื่อถามว่าการพาไปพบครอบครัวและแก๊งค์เฟอร์บี้ที่ล้วนเป็นเพื่อนสนิท ถือว่าได้ไฟเขียวแล้วไหม แต้วก็ว่า จะบอกว่าไม่ใช่ ก็ไม่ได้ หรือจะใช่ ก็ไม่ได้เช่นกัน

“ก็เป็นคนที่เรารู้สึกหวังดีด้วย และเราก็เชื่อว่าเขาหวังดีกับเรา เลยอยากจะพาไปรู้จักกับคนที่เราอยากให้รู้จัก คำว่าไฟเขียว ถ้าจะบอกว่าไม่ใช่ ก็ไม่ได้ หรือจะใช่ ก็ไม่ได้ อย่างตอนที่เป็นแฟนกับพี่ต้น เราก็ยังอยู่ในสายตาคุณพ่อ คุณแม่มาตลอด ยังโดนว่า ยังโดนติ เลยคิดว่ามันไม่ได้มีคำว่าไฟเขียวขนาดนั้น เพราะทุกๆ อย่างในชีวิตเรา จะปรึกษาคุณพ่อ คุณแม่ตลอด คงไม่ได้มีไฟแดง ไฟเขียวอะไร”
ส่วนดราม่าเรื่องที่เธอมูฟออนเร็ว แต้วบอกไม่ได้เก็บมาคิด
“แต้วว่าทุกคนมีสิทธิในการพูด แต่แต้วคิดว่าเป็นการตัดสินใจของเราในทุกๆ เรื่อง กว่าจะมาถึงวันนี้ มันก็ใช้เวลา ถามว่าเสียใจไหม ก็เสียใจอยู่แล้ว แต่ทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทุกข์ หรือความสุข เราก็เรียนรู้ที่จะก้าวออกมา ทุกข์ก็อย่าไปทุกข์นาน เรื่องที่ทุกข์ที่สุดในชีวิต กลัวมากๆ คือการเสียคุณพ่อ เราก็ต้องมูฟออนออกมาให้เร็ว เพราะต้องกลับใช้ชีวิตเหมือนเดิม หรือเวลามีความสุขมากๆ ก็อย่าไปยึดติดมาก พยายามอยู่กับตรงนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ แล้วมันก็เกิดขึ้นเร็วมากๆ พยายามมีสติ ไม่ว่าคนจะพูดอะไร แต้วก็ไม่ตัดสิน ไม่ไปพูดกับเขาว่ามันไม่ควรพูด แต้วก็ฟรีๆ เพราะไม่สามารถห้ามใครได้ และไม่มีใครสามารถห้ามแต้วได้เหมือนกัน เพราะมันคือการตัดสินใจของเรา ที่เราจะรับผลกระทบเอง”
เธอยังบอกด้วยว่าไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอะไรกับคอมเม้นท์ประเภทดังกล่าว
“เราก็ใช้ชีวิตของเรา สิ่งที่เราทำวันนี้ก็มีผลในอนาคตของเรา คำพูดของใครไม่ได้จะมาทำให้มีผลกระทบอะไรกับชีวิต เราแคร์คนรอบ ๆ ข้าง ไม่ทำให้ใครเสียใจกับการตัดสินใจของเราก็พอแล้วค่ะ”
ส่วนเรื่องที่มีบางคนมองว่า สุดท้ายเธอก็คบไฮโซตามเพื่อน แต้วบอกเลย “ก็เป็นเหมือนคำสรุปสั้น ๆ แต่แต้วว่าจริงๆ มองตื้นไป กว่าจะมาถึงวันนี้เราผ่านมาเป็นสิบปี กว่าจะพิสูจน์ว่าเราไปกันไม่ได้ ผ่านการแก้ไข และไม่แก้ไขมาเยอะมาก”
“เรื่องคำว่าไฮโซแต้วก็ไม่รู้ เพราะแต้วไม่รู้ว่าใช่ หรือไม่ใช่ยังไง หรือว่าคนที่ถูกเรียกเขาจะชอบ หรือไม่ชอบ คนที่เขาไม่ชอบก็ไม่ค่อยแฟร์เหมือนกัน ที่จะต้องถูกจำกัดความแค่คำนี้ เขาอาจจะอยากถูกมองเป็นอย่างอื่นหรือเปล่าในสิ่งที่เขาทำ แต่ถ้าคนชอบ แต้วก็ไม่แตะอะไร”
ครั้นถามว่าถึงตอนนี้ฝ่ายชายทำใจแล้วใช่ไหม ว่าถ้าเกิดสนิทกับแต้ว ต้องถูกจับตามอง เรื่องนี้แต้วตอบพลางหัวเราะว่า “ไม่รู้ค่ะ”
“แต้วก็ใช้ชีวิตของแต้ว ก็บาลานซ์ให้ทุกคนแฮปปี้ เพราะรู้สึกว่าไม่อยากทำให้ใครไม่แฮปปี้ค่ะ”
ว่าอย่างนั้น

