อุ๊ตะ ! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า อีเว้นต์เบาๆอย่างงานเปิดตัวหนังสือ ชื่อเท่ “ถ้าพอจะเรียกมันว่าบทกวี”ของ “เวฬุ เวสารัช” เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา (30 ก.ค.) ณ ร้านเดอะ ไรท์เตอร์ ซีเคร็ท จะทำเอาชาวบ้านย่านนางเลิ้ง และผู้คนที่สัญจรไปมาพากันแตกตื่นยกใหญ่ เพราะนอกจากจำนวนประชากรมหาศาลที่อัดแน่นจนล้นทะลักออกมาริมทางเท้าลามไปบ้านใกล้เรือนเคียงแล้ว ยังมีคนดังมากมายทั้งนักคิด นักเขียน นักวิชาการ ศิลปินและเซเลปในแวดวงสังคมมาย่างกรายเฉิดฉายแบบไม่ต้องปูพรมแดงแต่อย่างใด
มาๆๆๆ มาเริ่มส่องสปอตไลท์จากสายนักเขียนกันก่อน
ออร่าจับมาแต่ไกล ยกให้ “วีรพร นิติประภา” เจ้าของผลงาน “ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต” แหม่ ! ระดับเจ้าของรางวัลซีไรต์มา “เจิม”งานขนาดนี้ เห็นที เวฬุ เวสารัช จะมีแววรุ่งพุ่งไปแตะขอบฟ้าแน่นวลลลล

ยังมี “ประกิต กอบกิจวัฒนา” ที่หลายคนคุ้นหูจากวลีโดนใจ “อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องป๊อป” เพจดังที่รังสรรค์งานอาร์ตๆแนวเสียดสีสังคมก่อนจะกลายเป็นพ็อกเกตบุ๊คสุดจี๊ด
และถ้างานนี้มีการประกาศรางวัล “ที่สุดแห่งความทุ่มเท” เวฬุ เวสารัช คงต้องประนมก้มกราบพร้อมมอบโล่แห่งเกียรติยศแด่ “อ้ายแสงดาว ศรัทธามั่น” กวีเอกผู้ดั้นด้นลงมาจากอาณาจักรล้านนา ทางตอนเหนือของสยามประเทศไทย เพื่อให้กำลังใจนักเขียนหนุ่มโดยเฉพาะ

ด้านเจ้าบ้านอย่าง “บินหลา สันกาลาคีรี” และ “วรพจน์ พันธุ์พงศ์” แห่งไรท์เตอร์ ก็แสตนบายทักทายแขกเหรื่อพร้อมจิบเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไปพลาง

มาถึงไฮไลต์ อย่างวิทยากรหนุ่มวัย 70 นิดๆ “สุจิตต์ วงษ์เทศ” ก็มาพร้อมสไตล์อันไม่ซ้ำแบบใคร ด้วยแฟชั่นโชว์เนินอก พกร่ม สะพายกระเป๋า นัยว่าจะไม่ยอมติดกระดุมจนกว่าประเทศจะเป็นประชาธิปไตย —เปล่าๆ ปู่เขาไม่ได้มาเดินเท่ๆ แต่งานนี้ตบปากรับคำมาบรรยายในหัวข้อ “การเมืองของภาษาและวรรณกรรมก่อนเป็นไทย”
ครั้นพยักหน้ารับคำทักทายของแฟนคลับพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็มุ่งสู่เคาน์เตอร์บาร์ด้วยเข้าใจว่าเป็นโพเดียมแล้วคว้าไมค์โซโลทันที !


ด้านศิลปินร่วมสมัย ก็มีใจมาร่วมแจม เริ่มจาก “สุรพล พิทยาสกุล” หรือ “พล ข่าวสด” ที่มารังสรรค์ภาพเขียนสดๆมอบให้เปิดประมูลสนับสนุนกิจกรรมของสำนักพิมพ์โจนทะยาน ผู้จัดพิมพ์ “ถ้าพอจะเรียกมันว่าบทกวี”
จากนั้นต้องขอปากกามาขีดเส้นใต้ 2 หนให้ชื่อ “ตะวัน วัตุยา” ศิลปินดังระดับอินเตอร์ที่เจอตัวไม่ได้ง่ายๆ เพราะบินมาบินไปประเทศนู้นนี้นั้นตัลหลอดเวลา แต่ก็ยังแหวกตารางงานอันอัดแน่น มาร่วมอีเว้นต์เปิดตัวพ็อกเกตบุ๊คเล่มนี้ !
ยังมี “อาจิณโจนาทาน อาจิณกิจ” เจ้าของภาพงามๆที่ชวนตีความบนหน้าปกหนังสือ ควงแขน “ไลลา พิมานรัตน์” แห่ง “ไลลาแกลเลอรี่” อันโด่งดังแห่งนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่

สอดส่ายสายตาไปมาต้องร้อง ว๊ายยยยย ! แล้วรีบยกมือกระพุ่มไหว้ ครูบาอาจารย์จากรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น “ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร” อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเวียดนาม ด้านสุรา ด้านวิพากษ์ระบบการศึกษา ด้านชนชั้น ฯลฯ
แม้แต่รุ่นใหญ่อย่าง “รศ.ดร.นิติ ภวัครพันธุ์” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ รั้วสามย่าน ยังมา !


ยังมี “ถนอม ชาภักดี” “ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข” และ “ใบพัด นบน้อม” ที่เตรียมข้อมูลแน่นปึ้กพร้อมวิพากษ์ในประเด็น “งานสร้างสรรค์ภายใต้บรรยากาศประชาธิปไตย 99.99 %”
เสริมบรรยากาศวิชาการไปได้อี๊กกกก #เสียงสูง

วุ้ย ! ตกหล่นคนนี้ไปได้ไง “อาทิตย์ ศรีจันทร์” อาจารย์หนุ่มผู้หลงใหลในวรรณคดีไทย ดีเจเปิดแผ่น เอ๊ย ! บรรยายในรายการ “ทัวร์อดีตกับศิลปวัฒนธรรม” ทาง FM98.5 สปริงเรดิโอ

ด้าน “ปานบัว บุนปาน”รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บมจ.มติชน จำกัด (มหาชน) ก็เดินทางมาร่วมงานเช่นกัน

เรียกได้ว่า เป็นอีเว้นต์สุดปัง ที่ไร้ความอลังฯ ด้านแสงสีเสียงและเทคนิคพิเศษ แต่เป็นงานเล็กๆแสนอบอุ่น ของคนหลากหลายวงการที่มารวมตัวกันเป็นสักขีพยานแห่งการเปิดตัวหนังสือเล่มนี้
“ถ้าพอจะเรียกมันว่าบทกวี” โดย “เวฬุ เวสารัช”
สนใจผลงาน คลิ๊กปั๊บเจอปุ๊บที่สำนักพิมพ์โจนทะยาน https://www.facebook.com/jonetayarnbook/?fref=ts







