หลังนางเอกคู่บุญ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เปิดตัวว่ากำลังคบหาดูใจกับพระเอกวิกพระราม 4 เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ทำให้หลายคนมองว่ากระแสคู่จิ้น ฌอห์ณ-เอส อาจจะดร็อปจนทำให้คนไม่จิ้นไม่อินเหมือนเดิม ล่าสุดวันนี้ (1 ส.ค.) ฌอห์ณ จินดาโชติ ได้ถือโอกาสเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างร่วมงานบวงสรวง ซีรีส์ โสด stories ที่แอ็กซ์สตูดิโอ ปทุมธานี
โดยฌอห์ณบอกว่า ส่วนตัวคิดว่าแล้วแต่คนจะมองมากกว่า ถ้าหากคนจะหันไปจิ้นคู่เอสเธอร์กับเคนตนก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ เพราะเป็นความชอบส่วนบุคคล
“ผมก็เล่นกับนางเอกตั้งหลายคน แล้วแต่คนจะชอบแบบไหน ทางช่องเวิร์คพอยท์เราก็ร่วมงาน กับทางช่องวันเราก็มีผลงานร่วมกับนางเอกคนใหม่อีก ถ้าจะบอกว่าเป็นการเปลี่ยนคู่จิ้นไหมเราว่าไม่หรอก แล้วแต่คนชอบ คนชอบคู่ไหนมากกว่า” ฌอห์ณกล่าว
และว่า แม้ว่านางเอกคู่จิ้นจะมีแฟนแล้ว แต่ก็ยังสามารถร่วมงานได้อย่างสนิทใจกันเหมือนเดิม เพราะการที่ฝ่ายหญิงคบและให้ความสนิทสนมกับใครนับเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน
“ไม่หรอกครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เรื่องส่วนตัวของผมมันก็มีเหมือนกัน มันเป็นสิทธิของน้องเขาที่จะแสดงออกทางเรื่องชีวิตอย่างไร เพราะว่าเรายังทำงานกันอยู่ เดี๋ยวละครของผมกับน้องที่ช่องวันเรื่อง ‘เงาอโศก’ ก็ต้องออนแอร์ มันก็ต้องมีภาพคู่ออกมาอยู่แล้ว ซึ่งผมรู้สึกว่ามันแล้วแต่ความรู้สึก ผมก็ต้องทำงานของผม ก็ต้องใช้ชีวิตของผมต่อไป ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว”
“วันหนึ่งถ้าผมมีแฟนทุกคนต้องเข้าใจ ผมจะไปคุยกับน้องพลอย น้องกิ๊ฟ เชอร์รี่ น้องวาย มันเรื่องส่วนตัวมาก วันหนึ่งทุกคนต้องมีคนรัก และคนที่เขารัก วันหนึ่งผมก็ต้องมี วันหนึ่งน้องเขาอาจจะคบกับเคนต่อ มันเป็นเรื่องส่วนตัว ฉะนั้นเปิดกว้าง งานก็คืองาน เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว”
ฌอห์ณยังบอกอีกว่า สำหรับกระแสคู่จิ้นละคร ‘เงาอโศก’ ที่เล่นคู่กับเอสเธอนั้น ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะได้ทำหน้าที่นักแสดงอย่างเต็มที่แล้ว หากผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ผู้ชม ส่วนข่าวลือที่บอกว่าตนและเอสเธอร์อาจจะเจอกันเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้าย ยังไม่ขอยืนยันแต่อย่างใด และขอพูดเพียงว่าหากมีโอกาส อยากร่วมงานกับเอสเธอร์อีก เพราะฝ่ายหญิงเป็นนักแสดงที่มีวินัยในการทำงาน และตนไม่อยากปิดโอกาสในการรับงานร่วมกัน
“ถ้าคนเรายึดติดว่าต้องเป็นคู่จิ้นตลอดไป ตายแน่เลย ไม่งั้นผู้ใหญ่ ดารายุคแรกๆ ก็ไม่สามารถแต่งงานมีครอบครัวกับคนอื่นได้หรอก ถ้าเรายึดติดแค่นั้น รู้สึกว่าเราก็ทำงานของเราให้ดี ในเมื่อมีโอกาสกลับมาเจอ หรือมีผลงานที่ทำอยู่ก็ทำให้ดีที่สุด อย่างที่คนคาดหวัง ปัญหาอื่นจะได้ไม่ต้องตามมา” ฌอห์ณกล่าวในที่สุด


