ศิริพร อำไพพงษ์ ประกาศงดรับงาน เผยตั้งจิตขอมีชีวิตอยู่ถึงแค่อายุ 59 ปี
นักร้องฉายาแหบมหาเสน่ห์ นาง ศิริพร อำไพพงษ์ ที่ล่าสุดมาร่วมรายการ ต้มยำอมรินทร์ ได้เผยถึงแพลนงานในวงการเพลงต่อจากงานนี้ของดรับงานแบบไม่มีกำหนด พร้อมเผยว่าเคยตั้งจิตไว้ว่าขอมีอายุอยู่บนโลกนี้ถึงอายุเพียง 59 ปี เท่านั้น สำหรับเหตุผลเจ้าตัวก็ว่า
“ก็เหมือนเรากินข้าวมันอิ่ม ก็เห็นลูกๆ หลานๆ น้องๆ เกิดขึ้นมาเยอะ ก็บอกทางบริษัทไปว่า ถ้าหนูไม่รับงานได้ไหม ทางบริษัทก็บอก เอาเป็นบางงานได้ไหม ก็มีการพูดคุยบอกผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ใช่ว่าหยิ่งหรือถือตัว ถ้าเป็นงานที่มันไม่ได้สำคัญที่ว่าเราต้องไปแบบนี้ก็ขอทางบริษัท”
ถามว่าเรียกว่าเป็นการลาวงการได้ไหม “ไม่ได้ลา คือจะไม่ลาวงการเลย แต่เราตกลงกับบริษัทว่าร้องน้อยลงเคยพูดคำว่าลาหลายครั้งมันไม่สำเร็จสักครั้งเลยไม่ต้องพูดเลยค่ะ”
ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นเพราะติดวัด กิน นอน อยู่ที่วัดไม่กลับบ้านเลยเจ้าตัวก็เล่าว่า
“คือในตอนนั้น ก่อนที่จะโควิด พี่นางไปต่างประเทศกลับมา มันอาจจะเป็นดวงพี่นาง พอกลับจากเวียดนามเสร็จประมาณ 10 วันโควิดก็มา เราก็เชื่อในเรื่องบุญไง ก็ดูในที่เขาไลฟ์สดกันข่าวโน้นข่าวนี้ว่า คนที่จะอยู่ได้ต้องใส่สีขาว เป็นพวก ชีพราหมณ์ พวกชีผ้าขาวอะไรอย่างนี้ ให้อยู่วัดให้นอนวัด ความที่เราทำบุญอยู่แล้วเชื่อในเรื่องบุญอยู่แล้ว เอาก็ก็บวชชีพราหมณ์เลย บวชชีพราหมณ์ได้ 9 วันก็สึกออกจากชีพราหมณ์ เราก็ต่อเลยถือศีล 5 ต่อเลย ไม่ได้บวชชีพราหมณ์มันก็เลยรันมา 4 เดือน 5 เดือน 6 เดือน ก็อยู่แบบนี้ ใครถามก็อยู่วัด”
“4 เดือนเต็มๆที่ถือศีลอยู่นั่น”
“แต่บั้นปลายชีวิตเนี่ย เราไม่มีลูกจะบอกให้ใครมาดูแลเหรอ ก็เลยขอบริจาคร่างกายที่ขอนแก่น ศรีนครินทร์ บริจาคให้พระอาจารย์นี่แหละดูแล กับน้องชายอีกคนนึงดูแลมอบให้ว่าไม่ต้องให้พี่น้องมายุ่งยาก ไม่มาต้องเอาชื่อเสียงไปทำมาหากิน ระบุไว้เลยไม่ต้อง จัดงานให้ศิริพรอย่างนี้ ไม่ต้อง อย่าให้คนอื่นมาเดือดร้อน”
รวมถึงตนได้เคยตั้งจิตไว้ว่าขอมีอายุแค่ 59 ปี “คืออธิษฐานนานแล้ว จำได้น่าจะประมาณสักอายุ 27 อธิษฐานว่าบอกแม่ หนูไม่อยากอยู่นาน เห็นคนแก่ๆที่เขาเดินไม่ได้ ดูแล้วมันห่อเหี่ยวใจ ถ้าเป็นไปได้ข้าพเจ้าขออายุไขแค่ 59 ปี”
ซึ่งปีนี้อายุ 56 แล้ว เหลืออีกเพียง 3 ปีจากที่ตั้งใจไว้ เจ้าตัวก็ว่าไม่เคยเปลี่ยนในคำอธิษฐานเลยสักครั้ง
“ไม่เคยอยากเปลี่ยน คือไม่อยากแก่ไปกว่านั้น แก่กว่านั้นมันจะเดินได้ลำบาก”
“ไม่กลัวหรอกค่ะ ยิ่งใกล้ยิ่งดี มันไม่ใช่ว่าหนีเรื่องเลวร้ายอะไรนะ ยังไงเราก็ไปอยู่ดี คือคนเราต้องรู้ว่าเกิดมามี 2อย่าง ทำดีกับไม่ดี ทำบุญกับบาปถูกไหม เราก็เลือกเอา ในเมื่อเรารู้แล้วเราก็จะทำบาปทำไม เราก็ทำบุญไม่ดีกว่าทำบาปเหรอ มันสบายใจกว่า ให้มีความสุข ไม่ขอมาเกิดด้วยค่ะ”


