ศรรามเคลียร์ทุกประเด็นหย่า ลั่นใช้ชีวิตด้วยกันอีกไม่ได้ เรื่องเจอลูก ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม
หลังจากมีข่าวหย่าร้างกับ ติ๊ก กนิษฐรินทร์ ล่าสุด หนุ่ม ศรราม ได้ออกมาเปิดใจในรายการ แฉ เมื่อคืนวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยเขาบอกว่าการหวนกลับมาใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยาน่าจะยาก ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่พ่อกับแม่ให้ลูก ซึ่งก็ต้องทำให้ดีที่สุด
สำหรับเหตุผลที่ตัดสินใจหย่าในวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา และมีการแจ้งว่าเป็นการหย่าแก้เคล็ด เขาก็ว่าตอนนั้นเกิดเหตุบัตรเอทีเอ็มที่มีคนมากดเงินออกไป ตนจึงไปแจ้งความ และธนาคารชี้แจงว่าเป็นการกระทำของคนใกล้ชิด ซึ่งเมื่อได้เห็นกล้องวงจรปิดก็รู้ว่าเป็นติ๊ก ตนจึงถอนฟ้อง ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนก็บอกว่าเส้นทางการเงินไปในทางการพนันออนไลน์ ตนจีงขอร้องติ๊กให้แก้ไขและปรับปรุงตัว
“คุยกันไปแล้ว บอกด้วยว่าถ้ามีหนี้สินเท่าไหร่ขอให้บอก”
ศรรามยังบอกด้วยว่าที่ผ่านมาเคลียร์หนี้สินให้ติ๊กมาตลอด ครั้งนั้นก็ยังเคลียร์ให้อีก 7 แสนบาท

“ตั้งแต่เป็นแฟนกัน ผมช่วยตามกำลังที่ผมช่วยได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ก่อนแต่ง ผมไม่ทราบว่าเขาติดมาตั้งแต่ก่อนแต่งหรือเปล่า แต่บอกให้เขาหยุด ปรับปรุง แก้ไข ขณะเดียวกันเงินไม่เป็นไร แต่เจตนามันสำคัญ ก็เลยคิดหย่า แต่ขณะเดียวกันไม่อยากให้วีจิขาดใครคนใดคนหนึ่งในชีวิต เพราะลูกยังเล็ก ผมขอให้ปรับปรุง แก้ไข”
ศรรามยังบอกอีกว่าที่ผ่านมาก็ยังมีปัญหาตลอด ซึ่งตนก็รับฟัง แต่ไม่รู้ว่าต้นเหตุคืออะไร กระทั่งวันนี้จึงพอจะเดาได้ว่ามันไม่ได้มีการแก้ไขและปรับปรุง จนมาถึงกรณีหน้ากากอนามัย
“เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย รู้แต่ว่ามีคนฟ้องติ๊ก ก็ต้องช่วยเขา เลยเอาเงินส่วนตัวมาชำระคืนให้ 9 แสนบาท”
ศรรามยังบอกอีกว่าหลังจากนั้นก็ยังมีปัญหาต่อเนื่องเรื่อย ๆ
เมื่อพิธีกรถามว่า หมดเงินกับการพนันของอดีตภรรยา ไปเป็นล้านแล้วใช่ไหม เขาก็บอกว่าใช่ แต่เป็นจำนวนเท่าไหรนั้น ศรรามหัวเราะเบาๆแล้วบอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก แต่พอปัญหาเข้ามาเยอะ ๆ หมดจากหน้ากาก มันมีคนเข้ามาทวงเงินในบ้านเลย”
ล่าสุดก็ยังเจอเรื่องติ๊กไปรับเงินมัดจำจากงานแสดงคอนเสิร์ตของตนมาแล้ว ทั้งๆที่ตนไม่รู้เรื่องเลย ที่ตนรู้ก็คือผู้ว่าจ้างเขาเลื่อนการจ่ายมาเรื่อย ๆ จนโทรไปตามเองจึงรู้ความจริง
“ในขณะเดียวกันยังมีคนมาตามที่บ้านผม ขณะที่เราไปถ่ายละครทุกวัน ซึ่งที่บ้านมีคุณแม่ที่แก่แล้ว และลูกยังเล็กอยู่ มันไม่ปลอดภัย การโทรศัพท์มาทวงหนี้มันเยอะขึ้น จนเราต้องยุติความสัมพันธ์กับติ๊ก การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน มันเป็นแบบนี้ไม่ได้”
ศรรามเล่าด้วยว่า เขาเองเคยถึงขั้นพูดกับติ๊กว่า ถ้าเงินเขาใช้หนี้ไม่พอ เอาทองของลูกไปขายไหม ซึ่งความจริงทองก็ขายไปหมดแล้ว ถึงเขาจะบอกว่าบางส่วนก็ตาม
ศรรามยังบอกด้วยว่าที่ผ่านมาให้เงินเดือนอดีตภรรยาเดือนละ 3 หมื่นบาท ไม่รวมค่ากิน ค่าอยู่ ค่าซื้อของ ค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่างเขารับผิดชอบหมด
“เราคงใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไม่ได้ ต่อให้จะขายไปส่วนหนึ่งหรือไม่ส่วนหนึ่ง คนเขามีน้ำใจเอาของขวัญมาให้ลูก”
“ผมพูดตรงๆนะสลึงนึงก็ไม่ควรขาย”

ศรรามบอกด้วยว่าความจริงเขาไม่อยากพูดเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง เพราะเมื่อครอบครัวแตก ก็เจ็บกันทั้งคู่
“มันพังทั้งคู่อยู่แล้ว ผมแย่ เขาก็แย่ แต่คนที่แย่สุดคือลูก แต่ ณ วันนี้ ติ๊กออกมาขอโทษทุกคนแล้ว ทั้งผม ครอบครัว วีจิ สังคม แต่ผมขอดูการกระทำของเขาสักระยะหนึ่งก่อน ว่ามันมีความปลอดภัยจริงไหม การกระทำมันสำคัญกว่าการพูด”
เรื่องการจะให้เจอลูก ศรรามบอกว่า ยังเจอไม่ได้ เพราะตนไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน บอกให้เขาติดต่อที่ปรึกษาทางกฎหมายแล้วว่าจะทำยังไง เพราะคงไม่ให้ไปเจอที่บ้านของตน เพราะกังวลเรื่องคนตามทวงหนี้ แต่ถ้าให้ไปเจอสถานที่ติ๊กพักอยู่ ก็ไม่รู้ว่าเขาได้เคลียร์หนี้สินหมดแล้วหรือยัง เลิกเล่นการพนันหรือยัง นั่นคือความปลอดภัย
“ผมไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเขาเลย แต่ในฐานะพ่อและแม่ของวีจิ ยังไงเขาก็เป็นแม่ที่ดีของวีจิต่อไป ผมกับลูกยังเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ เรายังใส่บาตร เป็นกำลังใจให้เขาหลุดรอดสถานการณ์ต่างๆ แล้วกลับมาเป็นแม่ที่ของวีจิ”
“ตัวผมและครอบครัวให้อภัย ให้โอกาส แต่ต้องไปปรับปรุงตัว”
“การกระทำแบบนี้คนรักกันเขาไม่ทำกันน่ะ มันทำกันไม่ได้ คุณขโมยของของเรา เอาของของลูกไปขาย แล้วจะให้ผมเดินต่อยังไง มันไปกันไม่ได้ ต้องยอมรับความจริงว่าเราไปกันไม่ได้ แต่เราต้องเป็นพ่อแม่ให้วีจิให้ได้ ต้องแก้ไขปรับปรุงเพื่อลูก อะไรที่ไม่ดีก็อย่าไปแตะต้อง แล้วกลับมาจะได้พาวีจิไปทานข้าวด้วยกัน จะได้หยุดออกรายการ มาพูดเรื่องแบบนี้อีกแล้ว”
ศรรามยังบอกด้วยว่าที่มาพูดครั้งนี้ก็เพื่อให้ข้อเท็จจริง คนที่ให้กำลังใจติ๊กก็ขอขอบคุณ ที่ให้กำลังใจตนและครอบครัวก็เช่นกัน
“ผมเชื่อว่าติ๊กเองก็กำลังจะแก้ไขตัวเองด้วย แต่ผมขอเวลาสักระยะหนึ่ง ในการที่จะเจอลูก ตอนนี้ยังไม่สมควรเจอ จนกว่าเราจะเห็นการการกระทำที่เปลี่ยนแปลง จนกว่าจะไม่มีหนี้สิน ขอโอกาสให้เขาได้แก้ไข ปรับปรุงตัวเพื่อวีจิ เขาอาจจะเป็นภรรยาของผมไม่ได้ แต่ทั้งชีวิตของเขา ไม่มีทางที่จะไม่ให้วีจิไม่เรียกเขาว่าแม่ ยังไงจนตายเขาก็เป็นแม่วีจิ ไม่มีใครจะแทนที่เขาได้”
ศรรามยังบอกด้วยว่าหลังจากเกิดเรื่อง ติ๊กยังโทรมาหา แต่เขาไม่ได้คุยด้วย เพราะอยู่ระหว่างทำงาน
“ทุกคนเป็นกำลังใจ บ้านแตกไม่มีใครมีความสุขหรอก” ศรรามกล่าวในที่สุด

