นิกกี้ ณฉัตร รับเคยติดพนันบอลจนเกือบเสียศูนย์ เลิกได้เพราะทุเรศตัวเอง

14.09.20 | 14:04 น.

นิกกี้ ณฉัตร รับเคยติดพนันบอลจนเกือบเสียศูนย์ เลิกได้เพราะทุเรศตัวเอง

ยืดอกเปิดใจหมดเปลือกทุกเรื่องราวชีวิตของ นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์ ที่ได้มาพูดคุยในรายการ Club Friday Show รวมถึงเรื่องที่ตัวเองเคยทำผิดพลาดอย่างยิ่งใหญ่ในชีวิตเคยติดพนันบอลอย่างหนักจนต้องขายของใช้หนี้

ทุกแมตช์ครับ ติดบอลตั้งแต่เด็กๆเลย เล่นการพนันบอล ผมต้องขายมือถือ ตั้งแต่มัธยม เพราะเราเป็นคนชอบลุ้นครับ ผมเสียเป็นงวดๆแต่ผมเล่นตลอดเล่นทุกเวลาครับ รถติดผมไม่รู้ผมทำอะไรผมแทงบอลล่ะ เสียเงินหมื่นไปล่ะ มันเสียบุคลิกมากเพราะตาเราจะระแวงเช็คผลบอลตลอดเวลา

แต่ตอนนี้ เลิกแล้วครับ เพิ่งเลิกได้ 2-3 ปีนี้เอง เพิ่งเลิกที่ฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศสได้แชมป์โลกไปอันนั้นเพิ่งเลิกเลย จำได้วันนั้นคือ ผมแทงไป 20 กว่าคู่ คือเวลาผมเล่นผมเล่นทุกอย่าง แล้วผมไม่รู้ว่าผมเล่นอะไร คนหน้ามืด สามารถกดทุกอย่างเท่าที่กดได้ เพราะเรามีเครดิตครับ

ด้วยเพราะความเป็นดาราก็ได้มีเครดิตทำให้เล่นได้ครั้งละเยอะๆ กว่าคนอื่น

ผมเสียหมดทุกคู่ ผมก็เสียใจร้องไห้ให้กับความโง่ของตัวเอง ผมก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง แล้วก็สาบานกับตัวเองว่า ผมนิกกี้ ณฉัตร วันนี้ ผมเสียใจมากที่เล่นการพนัน ถ้าวันนี้ ถ้าผมเล่นการพนันอีกแม้ครั้งเดียวขอให้ชีวิตผมมีอันเป็นไปหรือ ว่าขอให้ผมตาย

Advertisement

แต่ถ้าหากผมเลิกเล่นการพนันได้ ขอให้ชีวิตผมมีความสุขขอให้มีงานเยอะๆ หลังจากนั้นมาผมไม่กล้าที่จะเล่นการพนันเลย นั่นคือวันที่ผมเลิกเลยครับ ที่ผมเลิกเพราะผมทุเรศตัวเอง ไม่ใช่เพราะผมหมดตัวนะครับ แต่เพราะผมทุเรศตัวเองที่เสียบอลแล้วต้องเอารองเท้าไปขาย มันทุเรศตัวเองมาก

หลังจากวันนั้นมาที่เลิกเล่นชีวิตดีขึ้น โดยส่วนนึงที่เลิกได้เป็นเพราะคุณแม่

เราคิดถึงคุณแม่ด้วยครับ เพราะผมเสียกี่บาท ผมก็บอกกับคุณแม่ คุณแม่เขาก็มาเขียนคำเตือนไว้ที่หัวเตียงผม ว่าลูกอย่าใช้ชีวิตอย่างประมาทนะ เพราะเราเคยใช้ชีวิตอย่างลำบากคือ แม่ เขียนติดไว้ทั่วห้องผมเลยเวลาที่เราคิดจะทำอะไรไม่ดีเราก็จะอ่านคำเตือนแม่

พร้อมยอมรับแม้จะมีแม่เป็นแรงบันดาลใจทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็เคยทำให้แม่เสียใจมาเยอะมาก

ที่ผมจำได้แบบฝังใจที่ทำให้แม่เสียใจมากๆจนอยากย้อนเวลากลับไปในสิ่งที่ทำ คือ วันนั้นผมนั่งอยู่ในรถกับแม่สองคน แล้วแม่เขาเป็นคนชอบบ่นแบบจุกจิก แล้วผมเป็นเด็กที่สมาธิสั้น ผมก็บอกแม่ว่าแม่เลิกบ่น แม่ก็บ่นต่อ ผมก็บอกแม่เลิกบ่น แม่ก็บ่นต่อผมก็เหมือนคนสติหลุดเลย ผมก็ถีบๆกระจกรถที่เป็นบานหน้าคนขับผมถีบจนกระจกหน้าร้าวไปทั้งคัน แม่นั่งอยู่ตรงนั้นไม่พูดอะไรสักคำเลย เขาด่าเรายังดีกว่าเนอะ ดีกว่าเขาไม่พูดอะไรด้วย ตอนนั้นเราบ้านจนด้วยแล้วเขาก็ขับรถพาเราไปส่งเราเรียนตีกอล์ฟ แล้วเขาก็เอารถไปเปลี่ยนกระจก เหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้สึกเสียใจมากที่ทำลงไป และอยากจะขอโทษแม่มากๆครับในการกระทำครั้งนั้น

ทั้งนี้เมื่อถาทมคุณแม่เสาวลักษณ์ว่าเป็นห่วงอะไรลูกชายคนนี้บ้าง คุณแม่ก็ว่า

ห่วงเรื่องการใช้จ่ายเงินแค่นั้นเลยค่ะ เขาอยากซื้ออะไรเขาก็ซื้อ เราก็ช่วยวางแผนการใช้เงิน แบบอย่างที่เขาอยากซื้อรถเขาก็จะอ้อนเราอยู่อย่างนั้น”

ทางด้านนิกกี้ก็เสริมว่า “ไม่ชอบทะเลาะกับแม่ครับ ไปทำงานแล้วเราไม่มีสมาธิ ทำงานไม่ได้ ถามว่าผมห่วงอะไรตัวเองบ้าง ผมห่วงหลายอย่างนะครับ เพราะผมทำงานเยอะ ใช้เงินเยอะมาก แบบไม่สนเลย ใช้ชีวิตสุดมากเต็มที่กับทุกอย่าง ก็เลยห่วงตัวเอง เพราะผมคิดว่าเกิดมาจะตายก็ตาย เลยใช้แบบเต็มเหนี่ยวแบบไม่เชฟโซนเลย”