‘กอล์ฟ’ รับ ‘ไมค์’ อยู่ในภาวะเครียด ถามกลับทำไมต้องทำขนาดนี้ ลั่นชีวิตคนไม่ใช่เกม

‘กอล์ฟ’ รับ ‘ไมค์’ อยู่ในภาวะเครียด ถามกลับทำไมต้องทำขนาดนี้ ลั่นชีวิตคนไม่ใช่เกม

เป็นอีกหนึ่งคนที่อยู่เคียงข้างน้องชาย ไมค์ พิรัชต์ มาโดยตลอด โดยล่าสุด กอล์ฟ พิชญะ ก็ได้มาเปิดใจในรายการ โหนกระแส พูดคุยกับพิธีกรหนุ่ม กรรชัย พร้อมด้วย นพ. ธีรนันท์ มิตรภานนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ผอ.รพ.แพทย์รังสิต, ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล รองประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความ ถึงปมดราม่าไลฟ์สดของ ซาร่า คาซิงกินี กับ น้องแม็กซ์เวลล์ ลูกชายวัย 6 ขวบ ที่พูดถึงการถูกเตะออกจากคอนโด

ก่อนหน้านี้มีประเด็นเกิดขึ้นกับไมค์ น้องชายคุณมากมายเป็นยังไงบ้างได้เจอกันแล้ว
กอล์ฟ : “เจอกันแล้วครับ ก็ดีขึ้นครับ พวกเราก็พยายามประคับประคองความรู้สึกครับ”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 6 ปี เห็นการเปลี่ยนแปลงของไมค์ไหม
กอล์ฟ : “ก็เห็นครับ คือจริงๆ แล้ว 6 ปีที่ผ่านมา ทางเราก็โดนเหมือนกัน โดนว่า โดนคิดไปแล้วว่า ฝ่ายเราเป็นอีกแบบหนึ่ง”

เป็นครอบครัวที่ไม่รับผิดชอบ
กอล์ฟ : “ใช่ก็ประมาณนั้นครับ ไมค์เขาก็แบกรับมานาน”

น้องปรึกษาอะไรเราบ้างไหม
กอล์ฟ : “ก็มีปรึกษา แต่บางอย่างไม่ได้ลงลึกมาก จนกระทั่งบางอันกอล์ฟมารู้ทีหลังแล้วรู้สึกว่า น้องเราต้องอยู่กับอะไร อดทนมานานมากๆ แล้วหลังๆ ที่เจอเขา เขามีความเครียดตลอดเวลาในสายตาเขา”

อะไรที่ 6 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไมค์ไม่สามารถออกมาพูดอะไรได้เลย เขามีมาปรึกษาไหม
กอล์ฟ : “กอล์ฟว่าเป็นเพราะลูกครับ เขาอดทน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่กระทบกระทั่งเข้ามาเขาทำทุกอย่างเพื่อแม็กซ์เวลล์ เขาไม่ได้อยากออกมานั่งแบบทุกวันนี้ ถ้าเขาไม่สุดจริงๆ สำหรับกอล์ฟไมค์เป็นคนที่เงียบ ยอมคน”

นั่นหมายความว่าย้อนกลับไป 6-7 ปีก่อน คนสองคนรักกันคบกันสุดท้ายมีปัญหาเกิดขึ้นบางอย่าง ทำให้มีการตรวจดีเอ็นเอเกิดขึ้น ณ ภาวะตรงนั้นเอง ซึ่งไมค์ก็ไม่เคยออกมาพูดอะไร ทำให้คนมองว่าครอบครัวคุณไม่ได้รับผิดชอบอะไรเลยโดนด่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ 6 ปี
กอล์ฟ : “ครับก็โดนมาก็มีผลกระทบหมดครับ คุณพ่อคุณแม่ก็โดนกระทบเพราะจริงๆ มันโดนรวมๆ โดนทั้งหมดคือ ตัวกอล์ฟรู้สึกว่าน้องเรามันยังทนได้ขนาดนี้งั้นเราก็นิ่งไว้ ก็หนักอยู่ครับ”

เคยเห็นน้องร้องไห้มากบ้างไหม
กอล์ฟ : “น้อยมากครับ คืออย่างที่บอกว่าเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยร้องไห้เป็นคนเข้มแข็ง แล้วก็เป็นคนพูดน้อย แต่ในวันที่เห็นเขาเป็นแบบนั้นคือโหแบบ…”

วันนี้มีข่าวมาว่าไมค์ถึงขั้นจะเป็นโรคซึมเศร้าเลย
กอล์ฟ : “กอล์ฟไม่อยากให้ใช้คำว่าเป็นโรคซึมเศร้า เรียกว่าเป็นภาวะที่เครียดมากกว่า อย่างที่บอกว่าสายตาเขาเหมือนมีอะไรอยู่ในใจตลอด เครียด ถ้าเรายังไม่ประคับประคองเขาให้ดีมันอาจจะไปในทางนั้นที่อาจจะเป็นได้ แต่ก็รู้สึกว่ามันถาโถมแล้วเขาเครียด แล้วมาเจอกับคำพูดที่เจ็บกับคำพูดที่กับคนที่เขารัก กับลูกเขา”

วันนั้นได้เจอมั้ยไมค์ แล้วเขาจะพูดตลอดเวลาในระหว่างที่เขาร้องไห้ เขาคร่ำครวญอยู่แต่คำว่า “ผมอ่อนแอมากไหม ผมน่าสมเพชมากไหม ทำไมมันน่าสมเพชขนาดนี้ ผมกำลังเป็นอะไร ผมกำลังทำอะไรอยู่” คำพูดเหล่านี้เนี่ยเขาได้มีการพูดกับเราไหม
กอล์ฟ : “(นิ่งไปพักใหญ่) คือเค้าไม่ได้พูด แต่ว่าเราเห็น เราเห็นจากที่เขาร้องไห้มา”

รู้สึกว่าเขาอ่อนแอหรอ
กอล์ฟ : “อาจจะเป็นเขาเรียกว่า จุดที่เขาสุดๆ แล้วจริงๆ ครับ”

ล่าสุดกอล์ฟได้เห็นไลฟ์ของทั้งฝั่งโน้นคุณได้มีการโพสต์ข้อความบางข้อความ (เปิดคลิปแม็กซ์เวลล์ พูดเรื่องโดนเตะออกจากคอนโด) รู้สึกยังไงบ้างกับคำพูดของหลานคำนี้
กอล์ฟ : “หลานไม่มีทางพูดคำนี้ คือผมอยู่กับหลานในเวลาผมเจอหลานเขาจะเป็นคนที่สดใสร่าเริง เจอกันก็จะแบบลุงกอล์ฟวิ่งมาหา ขนาดเจอผมบางครั้งยังเรียกว่าเป็นแดดดี้ แต่วันนี้ที่ผมเห็นคือไม่ต้องมีการใส่อะไรบางอย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ แต่ว่าเป็นสิ่งที่เด็กตัวแค่นี้ไม่น่าจะพูดออกมาเองได้ครับ”

คำว่า เตะออกจากคอนโด คุณมั่นใจว่าไม่มีทาง
กอล์ฟ : “เวลาผมที่อยู่กับน้องจะมีอะไรหลายๆ อันที่ผมเอ๊ะ อย่างแม็กซ์ชอบลัมโบร์กีนี เด็กขนาดนี้จะรู้จักแบรนด์ได้ยังไง นั่นลัมโปร์กีนีใช่ไหม แม็กซ์ชอบแม็กซ์อยากได้ เราเด็กๆ ยังไม่รู้ว่ารถอะไรคือ รถอะไรยังแยกไม่ออก”

เหมือนปลูกฝังค่านิยมอย่างนี้หรอ
กอล์ฟ : “ผมก็ไม่รู้ว่ายังไง แต่ว่ามันซึมออกมาจากสิ่งที่ผมเห็นจากตัวน้อง”

คุยเรื่องนี้กับไมค์บ้างหรือยัง
กอล์ฟ : “เขาก็น่าจะรู้แล้ว เขาไม่ได้อยากให้ลูกใช้อะไรที่มันฟุ่มเฟือย จริงๆงานวันเกิดก็ไม่ได้อยากจัดยิ่งใหญ่ขนาดนั้น การที่เราจัดแบบนี้แล้วจัดไปเรื่อยๆ มันจะต้องขึ้นสเต็ปไปเรื่อยๆ ทำไมเราไม่แบบอยู่เท่าที่เราโอเคกับมันไม่จำเป็นต้องไปให้คนทั้งโลกรู้ว่าฉันมีนะ ฉันต้องจัดยิ่งใหญ่อะไรแบบนั้น เอาที่เราพอใจที่เราทำแล้วมันโอเค แต่ว่าเด็กก็ต้องได้เรียนรู้ที่จะเติบโตในความที่จะแบบว่าค่อยๆ เป็นสเต็ปไปนะรู้จักวิธีใช้เงินครับ”

ถามคุณหมอในฐานะที่เป็นจิตแพทย์เด็ก ถามนิดหนึ่งว่าเด็ก 5-6 ขวบ แบบแม็กซ์เวลล์เขาสามารถมีความคิดที่จะตอบเองได้ไหมว่าจริงหรอแล้วเตะออกจากคอนโดทำไมอะไรแบบนี้
นพ. ธีรนันท์ : “จริงๆ ส่วนใหญ่คำพูดลักษณะแบบนี้เขาจะต้องได้ยินมาจากคนรอบข้าง คนสนิทอะไรประมาณนี้ครับ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือการที่เขารู้สึกว่าหนึ่งในคนที่เรารักที่สุดไล่ออกจากบ้านเนี่ยมันปวดร้าวมากเลย แต่เด็กอาจจะไม่ได้แสดงออกเพราะเด็กอาจจะเก็บไว้ข้างใน”

หมอกำลังจะบอกว่าไม่ว่าใครก็ตามแต่ที่ไปพูดแบบนั้น มันสร้างรอยด่างดำในหัวใจเขาทำให้เขารู้สึกว่าพ่อไม่ได้รักเขาและไล่เขาออกไป
นพ. ธีรนันท์ : “ครับ เขาจะรู้สึกอกหักเลย เพียงแต่เด็กจะไม่แสดงออกมาให้เราเห็น เขาจะเก็บเขาไม่เหมือนผู้ใหญ่”

แล้วแบบนี้ผลพวงต่อไป พูดแบบกว้างๆ ไม่ได้เจาะจงว่าเป็น ซาร่ากับแม็กซ์เวลล์นะ ถ้าผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองที่ไปใส่เรื่องราวที่ไม่ค่อยจะดีไม่ค่อยจะงามเท่าไหร่ สำหรับครอบครัวตัวเองว่าคนนั้นไม่ดีคนนี้ไม่ดี เด็กคนนี้โตขึ้นไปภาวะจะเป็นอย่างไรบ้าง
นพ. ธีรนันท์ : “การที่ใส่อะไรลบๆ โตขึ้นจิตใจก็จะโตขึ้นแบบลบๆ ถาม่วาเป็นอะไรได้บ้าง เป็นได้หมดครับไม่ว่าจะซึมเศร้าวิตกกังวลหรือก้าวร้าว ได้หลายอย่างปนกันได้หมดเลย หรือว่าอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มบุคลิกภาพที่มีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับสังคม คือมันเป็นความเสี่ยงหมดเลย สมัยใหม่เนี่ยเราเลยไปเน้นว่าไม่ว่าจะสื่อสารอะไรเราจะต้องไปในทางบวกไม่เอาคำพูดไม่ดีมา ห้ามเสี้ยมเด็กครับ”

กรณีหลานกอล์ฟ อันนี้ไม่ได้พูดถึงแม่นะ เป็นไปได้ไหมว่าอาจจะมีคนรอบข้างไปพูดไปทำอะไรแบบนี้ทำให้เด็กเป็นแบบนี้ คิดแบบนี้ การเปลี่ยนแปลงอย่างเช่นเรื่องรถ หรือว่าเรื่องตัวคุณพ่อ ไมค์เองบอกว่าเวลาเจอลูกลูกเปลี่ยนไป เหมือนต้องมาละลายพฤติกรรมกันใหม่ เพราะธรรมดาเจอพ่อจะวิ่งเข้ามากอด ไปได้ไหมว่าอาจจะถูกใส่อะไรเข้าไปทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
นพ. ธีรนันท์ : “เป็นไปได้สูงมากครับเพราะว่าภาพเดิมจากในคลิปดูรักพ่อมากเลย แต่พอวันนึงเปลี่ยนไปโดยที่คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรให้เด็กกลัวเลย แสดงว่าเด็กน่าจะได้รับภาพอะไรใหม่ๆ คุณพ่อที่เปลี่ยนไปจากเดิมจากคนรอบข้าง”

เรื่องเล่าเหล่านี้มีผลบนศาลไหม
ดร.มนต์ชัย : “มีส่วนน้อยมากครับ คือการพิจารณาเรื่องของการที่จะพ่อโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลท่านจะพิจารณาเรื่องเด็กเป็นสำคัญ ถามว่าพ่อได้อะไรจากการรับรองบุตร ไม่ได้อะไรนะครับและพ่อส่วนใหญ่ก็จะไม่ดำเนินการรับรองบุตรด้วย ปล่อยปัญหาให้มันคาราคาซังไป แต่ศาลจะพิจารณาถึงเด็กเพราะกฎหมายกำหนดให้เด็กเนี่ยต้องได้รับการดูแลจากพ่อและแม่ ส่วนการอำนาจในการปกครองของบุตรเนี่ยเป็นอีกส่วนหนึ่ง ดังนั้นกรณีที่เด็กจะพูดจาถูกใครเสี้ยมหรืออะไรก็ตามมันเป็นเหตุการณ์หลังจากที่พ่อกับลูกกับแม่ได้มีความสัมพันธ์กันไปแล้ว มันเป็นคนละส่วนกันแต่ก็เพียงจะเอามารับฟังประกอบว่า เอ๊ะ เป็นพ่อจริงไหมอะไรทำนองนั้นครับ”

ถ้าตรงนี้ขึ้นศาลแล้ว เรื่องนี้ไปอยู่ตรงสหวิชาชีพ ในการต้องมานั่งคุยกัน แน่นอนเด็กเจ็บปวดอยู่แล้ว ถ้าถูกสอบ สองแน่นอนว่าเรื่องราวที่เด็กถูกปลูกฝังว่าอาจจะเป็นพ่อที่ไม่ดีหรือเปล่าไปพูดกับสหวิชาชีพตรงนี้มีคะแนนไหมว่าติดลบแล้วนะ พ่อจะดูแลไม่ได้
ดร.มนต์ชัย : “มันจะมีคะแนนในส่วนของอำนาจในการปกครองบุตรในส่วนหลัง แต่ความเป็นพ่อเนี่ยแน่นอนว่าเมื่อมีการตรวจดีเอ็นเอไปแล้ว มันต้องยุติไปตามนั้น แต่จะเป็นพ่อต้องให้ศาลเป็นคนพิพากษามีคำสั่งไป ดังนั้นกรณีเข้าใจว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ทางทนายฝ่ายผู้คัดค้านก็จะต้องหยิบเหตุมาโต้แย้งเพื่อที่จะทำลายน้ำหนักของผู้ร้อง ทำนองนั้นครับ สรุปก็มีส่วนบ้างที่จะนำมาพิจารณาอำนาจในการปกครองบุตรครับ”

6 ข้อเรียกร้องที่ทางฝั่งคุณซาร่าเรียกร้องน้องชายเรามามีการเรียกปรึกษากันไหม ว่ามีข้อไหนที่เราจะยินยอมไหม
กอล์ฟ : “ไม่เมคเซ้นครับ”

ง่ายๆ คือไม่มีทางยอมแน่
กอล์ฟ : “คืออันนี้กอล์ฟมองว่าต้องให้ไมค์เป็นคนตัดสินใจหลักครับ แต่ว่าส่วนตัวผมไม่เมคเซ้นครับ”

อย่างเช่นที่ต้องจ่ายเงินจาก 30,000 เป็น 50,000 บาท
กอล์ฟ : “ก็ไม่เมคเซ้นครับ”

เข้าใจไม่ผิดใช่ไหมว่า 6 ข้อที่เขาขอมาไม่ได้หมายความว่าเรายอมแล้วทางฝั่งโน้นเขาจะยอมให้คุณไมค์ได้เป็นพ่อตามกฏหมาย
ดร.มนต์ชัย : “ถูกต้องครับ คืออย่างนี้บิดามารดาต้องมีการเลี้ยงดู ถ้าเกิดเราท๊อปอัพไปเท่าไหร่ อีกฝั่งก็ต้องมีการท๊อปอัพไปเท่านั้นตามสัดส่วนและศาลต้องพิจารณาว่าเด็กขนาดนี้ ต้องใช้จ่ายเท่าไหนเพราะเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรไม่ใช่อุปการะเลี้ยงดูแม่”

ดร.มนต์ชัย : “ถ้าพิจารณาเด็ก 7 ขวบเนี่ยมันไม่น่าจะสูงถึงขนาดนั้นนะครับ ศาลก็มีวิธีพิจารณา แต่เหมือนที่ผมพูดว่าการพิจารณาว่าการเป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมายเนี่ยมันเป็นสิทธิ์และหน้าที่ของเด็กที่พึงจะได้รับอยู่แล้ว น้อยมากที่ศาลจะพิจารณาไม่ให้เป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมายเว้นแต่ไม่ใช่เป็นพ่อที่แท้จริง ส่วนใหญ่จะให้ มันมีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่ากรณีที่มีการฟ้องร้องกันและมีภาพถ่าย การให้ใช้นามสกุล การส่งเสียเลี้ยงดูเนี่ยกฎหมายสันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าเป็นพ่อทันที แต่องค์ประกอบพวกนี้ต้องผ่านกระบวนการตกผลึกในศาลก่อนเมื่อศาลเห็นควรเห็นพ้องแล้ว ศาลก็จะมีพิพากษาต่อไป ส่วนองค์ประกอบ 6 ข้อมันเป็นปลีกย่อยที่จะมาเรียกร้องต่อรองระหว่างพ่อกับแม่กันเท่านั้นครับ”

ที่ผมพูดได้ 6 ข้อที่ร้องขอมาแล้วสุดท้ายเนี่ยก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าทำ 6 ข้อนี้แล้วจะทำให้ทางฝั่งโน้นเขายอมรับว่าคุณไมค์เป็นพ่อที่ถูกต้องตามกฏหมา ยเป็นเพราะว่าเขาแนบท้ายหลังจาก 6 ข้อนี้ว่าบอกว่าผู้คัดค้านเนี่ย คือคุณซาร่า ในนี้บอกว่าผู้ร้องมีพฤติการณ์และการกระทำที่เป็นปฏิบัติอย่างร้ายแรงและเป็นอันตรายต่อผู้คัดค้านและเด็กชายแม็กซ์เวลล์ ดังนั้นผู้ร้องจึงไม่สมควรเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายของแม็กซ์เวลล์ และขอให้ผู้ร้องชดใช้ค่าวิชาธรรมเนียมศาล ค่าทนายความคดีนี้อย่างสูงสุดด้วย
ดร.มนต์ชัย : “คือคดีครอบครัวเป็นระบบไต่สวนเป็นเรื่องที่ศาลจะดำเนินการสอบถาม แน่นอนว่าคดีอีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจก็มีสิทธิ์ฟ้องแย้งสวนเข้ามาได้ แต่คำขอส่วนที่เขาขอเพิ่มเนี่ยเหมือนกับว่าไม่ได้เป็นคำร้องขอฟ้องแย้งเข้ามา แต่เป็นการเขียนคำร้องเพื่อประกอบดังนั้นศาลก็อาจจะพิจารณาได้ในการไกล่เกลี่ยกัน ถ้าเกิดถามผมในส่วนนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางคุณไมค์ เหมือนที่กอล์ฟพูดว่ามันเมคเซ้นต์ไหม ตรงนี้ผมไม่ก้าวล่วง แต่มีส่วนในการพิจารณาของศาลไหมส่วนตัวผมมองว่าศาลท่านจะมองอีกแบบหนึ่ง มองว่าเหมาะไหมเด็กขนาดนี้วุฒิภาวะจะต้องไปอยู่โรงเรียนแพงๆ ไหมจะต้องกินหรูทุกมื้อไหม จะต้องมีใช้จ่ายคนขับรถไหม ศาลจะพิจารณาหมดอยู่แล้วครับ”

แต่สิ่งที่ผมสงสัยที่สุดคือการคัดค้านคุณไมค์ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาบอกว่าผู้ร้องหมายถึงคุณไมค์มีพฤติการณ์และการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์อย่างร้ายแรงและเป็นอันตรายต่อผู้คัดค้าน
ดร.มนต์ชัย : “คือตรงนี้มันเป็นสำนวนมันเป็นแสดงอากัปกิริยาบางส่วนที่ต้องเขียนเข้าไปครับ”

คือไมค์เป็นอันตรายต่อครอบครัวตัวเองกับลูกหรอ
ดร.มนต์ชัย : “คือเขามีแย้งได้ มีสิทธิ์กล่าวหาได้ เรากล่าวหาเขาเราฟ้องเขา เขาก็แย้งกลับมา แต่ในส่วนนี้สุดท้ายศาลต้องพิจารณา”

วันนี้สิ่งที่คาใจกอล์ฟมากที่สุด เรื่องของหลาน เรื่องอะไรบ้าง
กอล์ฟ : “อย่างแรกเรื่องคุณภาพชีวิต การที่อยากให้คุณภาพชีวิตเท่าเดิม ต้องมองว่าถ้าย้ายไปภูเก็ตแล้ว ยังโรงเรียนราคาเท่าเดิม แต่ไม่อยากให้ลูกเปลี่ยนที่บ่อย แล้วทำไมไม่อยู่ที่เดิมแล้วช่วยกันจ่าย เพื่อตัดปัญหาในการย้ายไปย้ายมา ให้ลูกต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อมตลอด ก็งงๆว่าทำไมไม่อยู่ที่เดิมแล้วช่วยกันแชร์”

ทางหมอมองยังไง กับคำว่าเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของเด็ก จะมีผลอะไรกับเด็กไหม
นพ. ธีรนันท์ : “การย้ายที่อยู่ ย้ายโรงเรียน เป็นความของเด็ก อยู่ดีๆไปจับเด็กย้ายโรงเรียนบ่อยๆ มันต้องมีปัญหาเรื่องการปรับตัวอยู่ แต่อีกส่วนเรื่องคุณภาพชีวิตมันประกอบด้วยหลายๆส่วน ไม่เกี่ยวกับกับโรงเรียนแพงหรือถูก มันเกี่ยวกับหลักๆคือผู้เลี้ยงดู เพราะส่วนใหญ่อยู่กับคุณแม่หรือคุณพ่อตลอด ตรงนั้นสำคัญที่สุด”

เด็กจำเป็นต้องเจอพ่อบ่อยๆ ไหม
นพ. ธีรนันท์ : “เคสนี้เด็กเคยเจอคุณพ่อแล้ว และมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดี น้องรักคุณพ่อและมีความสุข นึกภาพนะครับ เด็กผู้ชายส่วนใหญ่จะก็อปปี้คุณพ่อ โตขึ้นมาเขาก็อยากเป็นเหมือนพ่อ บุคลิกเขาจะเหมือนคุณพ่อ เพราะฉะนั้นโมเดลที่เขากำลังก็อปๆอยู่ อยู่ดีๆหายไปเลย มันจะเกิดอะไรขึ้นครับ เขาจะไปก็อปใครต่อ หรือในทางกลับกัน ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ เขาอาจจะก็อปคุณพ่อ แต่เป็นมุมที่เขาเห็นผ่านสายตาคนอื่น สมมติถ้าคุณพ่อเป็นคนไม่ดี มีตรงนี้อินพุทเข้ามา โตขึ้นเขามีแนวโน้มที่จะก็อปปี้คุณพ่อ การแก้ไข ทำได้ดีที่สุดเลย อยากให้คุณพ่อมีเวลา มาเล่นกับลูก พาไปเที่ยว มีความสัมพันธ์ที่ดี พอเด็กมีความสุข มีความผูกพันที่ดี เด็กจะไปในทางที่ดีเอง รวมถึงหลีกเลี่ยงมุมมองเชิงลบ มุมมองเชิงลบอาจจะต้องพยายามเปลี่ยนเป็นบวกให้ได้”

กรณีนี้คนดูแลน้องอยู่ อาจจะมีภาวะในความรู้สึกตัวเองด้วยเหมือนกัน แต่ไม่รู้ตัว
นพ.ธีรนันท์ : “จริงๆแล้ว การที่คนเรามีการแสดงออกๆมาไม่ว่าจะก้าวร้าวหรือไม่ มันก็เกิดจากความเครียดหรือความไม่พอใจ หรือความอึดอัดอะไรที่อยู่ข้างในเหมือนกัน จริงๆแล้วปกติหมอจะแนะนำว่าคุณแม่ควรจะมาได้รับการพูดคุยกับจิตแพทย์ มาประเมินเบื้องต้นก่อน เพราะว่าก็รู้ๆกันอยู่ว่ามันมีความเครียดสะสมต่อเนื่อง ควรจะประเมินแล้ว ยกตัวอย่างนะครับ อย่างในเคสซึมเศร้า จะมองลบไปหมด ไม่ว่าอะไรก็ตาม ซื้อดอกไม้มาให้เขาก็ยังมองว่าลบเลย ทำไมช่อเล็กไป เหมือนแก้วน้ำที่เติมไม่เต็ม คนรอบข้างก็จะซึมเศร้าตามหรือมีอาการซึมเศร้าตาม เพราะจะเรียนรู้รู้ว่าเหตุการณ์แบบนี้ต้องเศร้านะ ต้องไม่พอใจ เวลาใช้ชีวิตอยู่ด้วยความไม่พอใจ ยังไงก็เติมไม่เต็ม แล้วก็ไม่มีความสุขได้ครับ”

กอล์ฟเห็นในทวิตเตอร์โพสต์ ก่อนเข้านอนลองส่องกระจกดูนะ..” มองในมุมยังไง
กอล์ฟ : “ณ ตอนนั้น ผมรู้สึกว่าน้องผมถูกกระทำเยอะแล้ว ถ้าพูดตามตรงในมุมพี่ชายผมโกรธนะ อยากให้เขาลองนึกดูบ้างว่าทำไมต้องทำขนาดนี้ กอล์ฟมองว่าชีวิตคนเรามันไม่ใช่เกม มันคือชีวิต แล้วยิ่งเด็กต้องมาอยู่ในสื่อแบบนี้ด้วย แทนที่ว่าที่เหลือเราเคลียร์กันเองหลังบ้าน ก็ออกมานั่งไลฟ์อีก โดยที่เสียงปกติ พอน้องพูดว่าโรงเรียนอยู่ไหนเอามือปิดปาก มือไม่ได้สั่น ไม่ได้ตกใจ นิ่งมาก เขาดูปกติ ดูไม่สะทกสะท้านอะไร มันคือสิ่งที่ไม่ควรทำ”

พอทราบไหม ในฝั่งโน้นทำงานอะไร
กอล์ฟ : “ลึกๆแล้วผมไม่ทราบว่าที่บ้านเขาทำอะไร ผมแค่มองว่าไม่ว่าเราจะมีมาก มีน้อย การดูแลเด็กคนนึงที่เขาเกิดจากเรา เรามีแค่ไหนเราควรช่วย พยายามซัพพอร์ต ต้องเต็มที่ อย่างน้อยได้เห็นความพยายามว่าตั้งใจทำ สมมติกอล์ฟมีลูกเราให้แค่นี้ แต่เราก็ต้องทำงานเต็มที่เพื่อลูกคนนึง อย่างที่กอล์ฟไปหาไมค์ที่จีน แค่ไปในระยะเวลาสั้นๆ เขานั่งในห้องท่องบทคนเดียวเป็นหน้าๆ เขาใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้นคนเดียวเป็นเวลาหลายเดือน แทนที่จะคิดเรื่องงาน เขาต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ ทำให้แพชชั่นของเขาค่อยๆลดลง”

ดร.มนต์ชัย : “ขออนุญาตถามว่า ก่อนหน้านี้ ไมค์ มีการส่งเสียเลี้ยงดูลูกไหมครับ

กอล์ฟ : “ที่ผ่านมาให้ตลอดครับ ค่าโรงเรียน ค่าคนรถ ค่าพี่เลี้ยง ค่ากินค่าอยู่ ครอบคลุมทุกอย่างครับ”

ดร.มนต์ชัย : “สาเหตุอะไรที่เขาต้องขอเพิ่มตัวเลขเข้ามา

กอล์ฟ : “ช่วงนี้เศรษฐกิจแบบนี้ กอล์ฟว่าเราต้องช่วยกันเซฟ เราขอลดลง แต่ไม่ได้อยู่ในหลักที่จะดูแลเด็กไม่ได้ แต่ที่มาเพิ่มก็ไม่เข้าใจเจตนาจริงๆ จะเอาไปทำอะไร”

มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มขึ้นหรือเปล่า
กอล์ฟ : “อันนี้ต้องไปถามเขา กอล์ฟก็ไม่รู้ครับ”

ดร.มนต์ชัย : “ผมขอถามในหลักวิชาการ มีการตรวจดีเอ็นเอไปแล้ว แล้วทำไมเขาไม่ให้จดรับรองบุตร”

กอล์ฟ : “ตามข่าวครับ ที่ไมค์เคยบอกไปแล้วว่า เขามีการถามแล้ว เพียงแต่ทางคุณแม่เขาบอกว่าให้น้องโตก่อน แล้วค่อยมาดูว่าพ่อสมควรเป็นพ่อไหม ไมค์เคยบอกว่าเซ็นไมได้กับไม่ได้เซ็นมันต่างกัน”

ณ วันนี้ ถ้าสุดท้ายตกลงร่วมกันในการดูแล ค่าใช้จ่ายต้องแบ่งคนละครั้งหรือเปล่า
ดร.มนต์ชัย : “ปกติแล้วบิดามารดากฎหมายกำหนดแบบนั้น บิดามารดาจำต้องเลี้ยงดูอุปการะบุตร ส่วนใหญ่ต้องเป็นคนละครึ่ง พ่อจ่ายเท่าไหร่ แม่จ่ายเท่านั้น เว้นแต่จะมีการตกลงกัน”

เป็นไปได้ไหม ตกลงดูแลร่วมแล้ว ทางฝั่งลูกอยู่กับแม่ หลังจากนั้นจะมีการไซโคร
ดร.มนต์ชัย : “มีส่วนทั้งนั้น (แก้ไขยังไง?) มันก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เมื่อมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน สมมติว่าได้ปกครองบุตรร่วมกันแล้ว ก็ต้องมีการตกลงเงื่อนไขในการมาดูแลลูกกัน ว่าจะแบ่งเวลามาดูอย่างไร ถ้าอีกฝ่ายอิดออดไม่ยอมให้ อีกฝ่ายมีสิทธิ์ไปร้องต่อศาลเพื่อให้เปลี่ยนแปลงอำนาจอะไรได้ครับ”

ไมค์ได้สัมภาษณ์ชัดเจนเมื่อปี 58 ว่าเขาอยากเซ็นแต่เซ็นไม่ได้
ดร.มนต์ชัย : “ผมรู้สึกว่าเพื่อประโยชน์ของลูก ไม่น่าจะเอาลูกเป็นตัวประกัน ตามหลักกฎหมายเด็กมีพ่อโดยชอบด้วยกฎหมายมันน่ารัก มันเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย อันนี้ผมพูดตามหลักวิชาการนะ ผมไม่รู้จักทั้ง ซาร่า ไมค์ กอล์ฟ แต่ผมพูดว่าเรื่องนี้เอาเด็กเป็นตัวประกันเพื่อที่จะสร้างเงื่อนไขอะไร ในใจผมพูดแบบนั้นจริงๆ”

ขอถามคุณหมอ คำว่าเด็กเป็นตัวประกันในครอบครัวคืออะไร
นพ. ธีรนันท์ : “เพื่อเป็นอำนาจในการต่อรอง การพยายามมารบเร้าเรา เหมือนมาป่วนประสาท เพื่อให้เรายอม ซึ่งเท่าที่เข้าใจเหมือนคุณไมค์โดนมาต่อเนื่อง จนเครียดสะสม ยอมสุดๆแล้ว ยอมตลอดมา ผมไม่เคยเห็นใครให้เงินเยอะขนาดนี้ ในใจรู้สึกว่าไมค์เป็นพ่อที่ดี”

ดร.มนต์ชัย : “ขอฝากนิดนึงครับ การที่ไม่พ่อโดยชอบด้วยกฎหมาย มันลำบากมากนะครับ”

อยากบอกอะไรฝั่งโน้น แทนน้องชายเราไหม
กอล์ฟ : “ผมว่าผมบอกไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรบอกแล้ว ที่เหลือต้องไปคิดเอาเอง ไตร่ตรองมากๆ น้องเป็นลูกของทั้งสองคน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฮอตโซเชียล!! ซาร่า ไลฟ์สด น้องแม็กซ์เวลล์คาใจ ‘ทำไมเตะออกจากคอนโด-ไม่เชื่อแด๊ดดี้รัก” (คลิป)

กอล์ฟ ฟาดแรง ‘ความเป็นคนเหลืออยู่บ้างไหม??’ หลังเห็นคลิป ซาร่าถามนำ น้องแม็กซ์เวลล์

โลกโซเชียลถล่ม ‘ซาร่า’ หลังไลฟ์ ‘แม็กซ์เวลล์’ เหมือนร้องไห้ ชี้ทำร้ายจิตใจเด็ก

เผยสภาพจิตใจ ‘ไมค์ พิรัชต์’ หลังปมดราม่ากลางไลฟ์ ‘ซาร่า’ ครอบครัวคอยดูแลใกล้ชิด

ไมค์ โพสต์เศร้าถึง แม็กซ์เวลล์ ‘ลูกบอกว่าไม่รักยังเจ็บน้อยกว่า คิดว่าเราไม่รัก’

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดเมืองกาญจน์จัดวิ่งแบบนิวนอร์มอล ปั้น ‘ริเวอร์แควฮาล์ฟมาราธอน’ สู่ระดับโลก
บทความถัดไปเต้ มงคลกิตติ์ ตอบแล้ว เหตุผลไปร่วมม็อบ ชู 3 นิ้ว