โศกนาฏกรรมจริง เป็นเหตุให้หนังฉายไม่ได้

8.08.16 | 11:00 น.
Bastille Day

หนังจำนวนไม่น้อยเรื่องสร้างจากเรื่องจริง เพื่อให้ผู้ชมได้เรียนรู้ทบทวนเหตุการณ์ หรือตระหนักใคร่ครวญเป็นกรณีๆ นอกเหนือจากที่เพลิดเพลินด้วยความบันเทิงทางบวกอีกต่างๆเนื้อหา

แต่บีบีซีมีรายงานว่าเรื่องจริงหรือเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นจริงดังกล่าว บางครั้งก็ทำให้หนังหลายเรื่องต้องเลื่อนโปรแกรมฉาย ถูกถอดจากโรง จะมีโอกาสได้ดูหรือไม่ได้ดูก็ยังไม่รู้

เหตุร้ายที่มีผู้สูญสติขับรถบันทุกไล่ชนผู้คนล้มตายกว่า 80 คน  บาดเจ็บกว่า 200 รายในงานฉลองวันชาติ ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ทำให้หนังซึ่งถ่ายทำในฝรั่งเศสเกี่ยวกับการก่อการร้ายในบาสตีล เดย์ ต้องถอนโปรแกรมจากโรง

คาดหมายกันว่า เหตุลักษณะนี้ บรรดาบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์และหนังชุดทางโทรทัศน์ ต้องเริ่มทำตัวให้คุ้นเคยกับความเสี่ยงลักษณะเดียวกันที่น่าจะเพิ่มขึ้น

ทั้งๆกระบวนการสร้างภาพยนตร์หรือผลิตหนังชุดสักเรื่อง ไม่ใช่ทำกันแค่วันสองวันเสร็จ แต่ใช้เวลายาวนานเป็นเดือนและอาจเป็นปี ลงทุนเงินลงแรงมหาศาล เดี๋ยวนี้กลับมีปัจจัยเสี่ยงทบเข้ามาอีก

Advertisement

‘บาสตีล เดย์’ (Bastille Day) ซึ่งนำแสดงโดยไอดริส เอลบา เป็นเรื่องของเหยื่อพลเรือนซึ่งล้มตายจากการวางระเบิดในปารีส ถูกถอนจากโรงภาพยนตร์ในฝรั่งเศสหลังจากฉายไปได้วันเดียว เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว

Bastille Day
Bastille Day

สตูดิโอคานาล หยุดกิจกรรมเกี่ยวกับหนังทั้งมวล ด้วยรายงานข่าวเพียงแต่ว่า “ไม่ได้อยู่อารมณ์เดียวกับคนในชาติ”

หนังสือพิมพ์บางฉบับให้ความเห็นว่า “หากมีโอกาสที่สาธารณชนหรือเหตุการเมือง ทำให้สื่อหรือผู้ชมต้องต่อต้านหนัง สตูดิโอก็ต้องหาทางอื่น”

ซึ่งกระทั่งนักแสดงนำก็ยังเห็นด้วยที่ต้องหยุดฉายภาพยนตร์ไปก่อน

แต่มิใช่ผู้ชมจะเห็นพ้องต้องกันหมด นักดูหนังชาวฝรั่งเศสหลายคนผิดหวังกับการตัดสินใจของสตูดิโอ คนหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ ว่า เขา “ไม่ได้คิดเกี่ยวพันไปถึงนีซเลย” แล้วบอกว่ามีรายละเอียดตั้งหลายอย่างที่แตกต่าง “ผมว่านั่นเป็นเรื่องบังเอิญ คนทำหนังน่าจะอายนะ”

ขณะเดียวกับในสหรัฐ หนังชุดทางโทรทัศน์ ‘ชูตเตอร์’ เกี่ยวกับนักลอบสังหารสไนเปอร์ถูกประกาศเลื่อนแพร่ภาพออกไป หลังเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยและยิงคนดำเสียชีวิต

Shooter
Shooter

ลิสา เนสเซลสัน ผู้สื่อข่าวภาพยนตร์ซึ่งประจำที่ปารีส และได้ดู ‘บาสตีล เดย์’ ในฝรั่งเศสแล้วบอกว่า เธอไม่แน่ใจว่าเครือข่ายโทรทัศน์กับบริษัทหนังควรจะแสดงออกหรือมีท่าทีอย่างเดียวกันหรือไม่

“ฉันคงเห็นด้วยหากมีการเปลี่ยนแปลงรายการโทรทัศน์เพื่อแสดงความเคารพ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชาติ แต่ยากที่จะเข้าใจได้ว่า ทำไม หนังซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ที่ต้องตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อเข้าไปดู จะถูกทำโทษเพราะเสนอ ‘สิ่งที่ผิด’ ในช่วงที่เกิดอะไรคล้ายคลึงกันนั้น”

ยังมีตัวอย่างอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนโลกและสหรัฐอเมริกา ในกรณี 9/11 ในปี  2544 ที่ยังกระทบกระเทือนจิตใจผู้คน จนหนังหลายเรื่องฉากหลายฉากต้องปรับแปลงไป

สาธุชนคนรักหนังทั้งหลาย จึงเห็นทีต้องถกเหตุผลนานากันอีกหลายยก.