หนังจำนวนไม่น้อยเรื่องสร้างจากเรื่องจริง เพื่อให้ผู้ชมได้เรียนรู้ทบทวนเหตุการณ์ หรือตระหนักใคร่ครวญเป็นกรณีๆ นอกเหนือจากที่เพลิดเพลินด้วยความบันเทิงทางบวกอีกต่างๆเนื้อหา
แต่บีบีซีมีรายงานว่าเรื่องจริงหรือเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นจริงดังกล่าว บางครั้งก็ทำให้หนังหลายเรื่องต้องเลื่อนโปรแกรมฉาย ถูกถอดจากโรง จะมีโอกาสได้ดูหรือไม่ได้ดูก็ยังไม่รู้
เหตุร้ายที่มีผู้สูญสติขับรถบันทุกไล่ชนผู้คนล้มตายกว่า 80 คน บาดเจ็บกว่า 200 รายในงานฉลองวันชาติ ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ทำให้หนังซึ่งถ่ายทำในฝรั่งเศสเกี่ยวกับการก่อการร้ายในบาสตีล เดย์ ต้องถอนโปรแกรมจากโรง
คาดหมายกันว่า เหตุลักษณะนี้ บรรดาบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์และหนังชุดทางโทรทัศน์ ต้องเริ่มทำตัวให้คุ้นเคยกับความเสี่ยงลักษณะเดียวกันที่น่าจะเพิ่มขึ้น
ทั้งๆกระบวนการสร้างภาพยนตร์หรือผลิตหนังชุดสักเรื่อง ไม่ใช่ทำกันแค่วันสองวันเสร็จ แต่ใช้เวลายาวนานเป็นเดือนและอาจเป็นปี ลงทุนเงินลงแรงมหาศาล เดี๋ยวนี้กลับมีปัจจัยเสี่ยงทบเข้ามาอีก
‘บาสตีล เดย์’ (Bastille Day) ซึ่งนำแสดงโดยไอดริส เอลบา เป็นเรื่องของเหยื่อพลเรือนซึ่งล้มตายจากการวางระเบิดในปารีส ถูกถอนจากโรงภาพยนตร์ในฝรั่งเศสหลังจากฉายไปได้วันเดียว เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สตูดิโอคานาล หยุดกิจกรรมเกี่ยวกับหนังทั้งมวล ด้วยรายงานข่าวเพียงแต่ว่า “ไม่ได้อยู่อารมณ์เดียวกับคนในชาติ”
หนังสือพิมพ์บางฉบับให้ความเห็นว่า “หากมีโอกาสที่สาธารณชนหรือเหตุการเมือง ทำให้สื่อหรือผู้ชมต้องต่อต้านหนัง สตูดิโอก็ต้องหาทางอื่น”
ซึ่งกระทั่งนักแสดงนำก็ยังเห็นด้วยที่ต้องหยุดฉายภาพยนตร์ไปก่อน
แต่มิใช่ผู้ชมจะเห็นพ้องต้องกันหมด นักดูหนังชาวฝรั่งเศสหลายคนผิดหวังกับการตัดสินใจของสตูดิโอ คนหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ ว่า เขา “ไม่ได้คิดเกี่ยวพันไปถึงนีซเลย” แล้วบอกว่ามีรายละเอียดตั้งหลายอย่างที่แตกต่าง “ผมว่านั่นเป็นเรื่องบังเอิญ คนทำหนังน่าจะอายนะ”
ขณะเดียวกับในสหรัฐ หนังชุดทางโทรทัศน์ ‘ชูตเตอร์’ เกี่ยวกับนักลอบสังหารสไนเปอร์ถูกประกาศเลื่อนแพร่ภาพออกไป หลังเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยและยิงคนดำเสียชีวิต

ลิสา เนสเซลสัน ผู้สื่อข่าวภาพยนตร์ซึ่งประจำที่ปารีส และได้ดู ‘บาสตีล เดย์’ ในฝรั่งเศสแล้วบอกว่า เธอไม่แน่ใจว่าเครือข่ายโทรทัศน์กับบริษัทหนังควรจะแสดงออกหรือมีท่าทีอย่างเดียวกันหรือไม่
“ฉันคงเห็นด้วยหากมีการเปลี่ยนแปลงรายการโทรทัศน์เพื่อแสดงความเคารพ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชาติ แต่ยากที่จะเข้าใจได้ว่า ทำไม หนังซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ที่ต้องตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อเข้าไปดู จะถูกทำโทษเพราะเสนอ ‘สิ่งที่ผิด’ ในช่วงที่เกิดอะไรคล้ายคลึงกันนั้น”
ยังมีตัวอย่างอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนโลกและสหรัฐอเมริกา ในกรณี 9/11 ในปี 2544 ที่ยังกระทบกระเทือนจิตใจผู้คน จนหนังหลายเรื่องฉากหลายฉากต้องปรับแปลงไป
สาธุชนคนรักหนังทั้งหลาย จึงเห็นทีต้องถกเหตุผลนานากันอีกหลายยก.

