ฟังเหตุและผลจากติช่า เรื่องทำไมดารา (บางคน) ถึงไม่ออกมา Call Out

ฟังเหตุและผลจากติช่า เรื่องทำไมดารา (บางคน) ถึงไม่ออกมา Call Out

“โอ้ววว! เรื่องนี้ ถ้าถามว่าช่วงนี้กดดันมั้ย กดดันเลย ” ติช่า หรือ กันติชา ชุมมะ ตอบทันที เมื่อถูกถามเรื่องถูกเรียกร้องให้ออกมา Call Out

จากนั้นติช่าซึ่งวันนี้ได้ไปร่วมบวงสรวงละครเรื่อง ‘พระจันทร์แดง’ ที่อาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เพลส ก็บอกต่อว่า

“ยอมรับเลยว่ากดดัน มันเป็นสถานการณ์ที่ตอนนี้ตึงเครียดกับหลายๆ ฝ่าย เพราะว่าด้วยโควิดมาแล้วรอบหนึ่ง หลายคนก็ตกงาน ทั้งเครียดหลายๆ อย่าง แล้วมาเจอเรื่องนี้ด้วย ตัวเราก็โดนกดดันมาค่อนข้างเยอะ แล้วก็เชื่อว่าไม่ใช่คนเดียวที่โดน มีดาราหลายท่าน ศิลปินนักแสดงที่โดนเหมือนกัน ซึ่งอันนี้เป็นอะไรที่ติช่าหนักใจเหมือนกัน เพราะเราต้องมานั่งคิดว่าจะทำยังไงดีให้เราเป็นกลางเท่าที่เป็นได้”

“หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมคุณไม่ออกมาและใช้เสียงของคุณให้เป็นประโยชน์ แต่การที่จะใช้เสียง เรามีเรื่องของความรับผิดชอบ เราก็ต้องรับผิดชอบเสียงที่เราพูดไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเป็นเรื่องที่เราไม่ได้เข้าใจ 100% เรื่องที่เราอาจจะรอดูสถานการณ์ว่ามันจะเป็นยังไง ถึงแม้ว่าเราจะมีแนวคิดหลักๆ ของเราอยู่แล้ว แต่มันก็จะมีแตกแขนงโน่น นี่ นั่น มา อาจจะมีมุมมองอื่นที่เข้ามา เราก็เลยมีความแบบว่ารอก่อนว่ามันจะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นช่ามีความรู้สึกว่ามันเป็นความรับผิดชอบของช่า โดยคนที่มีเสียงเนี่ย เวลาจะพูดอะไรเราต้องเข้าใจลึกซึ้ง เราต้องแน่ใจ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง มันไม่ใช่แค่ผ่านโซเชียลมีเดียไปกดดัน หรือไปยัดเยียดว่าเธอต้องคิดแบบฉัน เธอต้องแสดงออกเหมือนฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะด่าเธอ แล้วคนที่เขาออกมาเพราะว่าโดนกดดัน ช่าว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด เราออกมาเพราะว่าเราเชื่ออย่างนั้นจริงๆ เราออกมาทำแอ๊กชั่นเพราะว่านั่นคือ The real change พี่ๆ นักข่าวทุกคนคงจะเข้าใจ ว่ามันอยู่ในจุดที่ไม่ง่ายเลยกับการที่ต้องอยู่ตรงนี้”

ส่วนเรื่องที่มีคนมาเรียกร้องผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของเธอ และเธอก็ได้ตอบกลับ โดยมีการพูดถึงเรื่องระบบการศึกษาในต่างประเทศ ติช่าก็ว่า

“คอมเมนต์ที่ได้มามันมีการเปรียบเทียบเยอะ มีการถามว่าติช่าโตที่สวีเดน ทำไมที่นั่นเขาไม่ได้สอนเรื่องประชาธิปไตยเหรอ แล้วช่าก็บอกว่าที่ที่เรียนมา ตอนอยู่สวีเดน เขาสอนว่าประชาธิปไตยคืออะไร แต่คุณครูจะไม่ออกความเห็นว่าฉันคิดแบบนี้นะ เพราะความคิดของคุณครูมันสามารถไปโน้มน้าวความคิดของคนอื่นได้  เขาจะแบบว่าฉันแค่สอนเธอว่านี่คืออะไรนะ ถ้าเกิดเธอจะเอาไปคิด หรือไปมีความเห็นอะไร มันเป็นเรื่องของเธอ ซึ่งช่าก็คิดว่าตัวช่าเองการที่เรามีผู้ติดตาม ไม่ว่าเราจะออกความคิดเห็นอะไร มันสามารถมีอิทธิพลให้คนอื่นคิดเหมือนกับเราได้”

“ช่าคิดว่าทุกคนควรจะมีเสรีในการออกความคิดเห็น ในการแสดงออกของตัวเอง แล้วความเห็นที่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ คุณสามารถออกมาพูดด้วยความสมัครใจของคุณจริงๆ ตอนที่คุณต้องการอย่างนั้นจริงๆ คิดแบบนั้นจริงๆ ในจุดที่ตัวเองอยู่ ว่าทำได้มั้ย”

“เพราะว่าหลายคนต้องคิดหน้าคิดหลังเยอะเหมือนกันค่ะ แล้วตอนนี้เราคิดว่ามันอยู่ในระบบ แต่ระบบของเรามันก็จะมีประชาชนที่เห็นด้วยและไม่ได้เห็นด้วย ถ้าเกิดคนในประเทศของเราคิดเหมือนกันหมด 100% ทุกอย่างตรงกัน เราไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ด้วยว่าตอนนี้มันมีหลายความคิด หลายความแตกต่าง มันก็เลยจะมีความแบบเอ้อ…อย่างนี้นิดหนึ่งค่ะ”

“ในมุมมองของนักแสดง ตอนนี้โดนกดดันว่าคุณต้องทำอย่างนี้นะ เพราะไม่งั้นจะเป็นแบบนี้ๆ หลายคนก็จะรู้สึกว่าแล้วจะพูดยังไงดี ในเมื่อฉันอยู่ในจุดที่แบบว่าต้องรอก่อน หรือดูก่อน เพราะบางอย่างเราเห็นด้วยถึงขั้นหนึ่ง แต่มีอีกแค่บางจุดที่เราอย่างงี้ อย่างงั้นอยู่ เราก็เลยต้องรอ”

“แล้วอีกอย่างหนึ่งคนมาคอมเม้นท์ว่าทำไมพอเรื่องตัวเองพูดง่าย แน่นอนเรื่องตัวเองพูดง่าย เพราะมันเป็นเรื่องของเราเอง อาจจะเป็นไลฟ์สไตล์ อาจจะเป็นความสัมพันธ์ มันไม่ได้ไปทำร้ายคนอื่น หรือไม่ได้ไปมีอิทธิพลต่อความคิดของคนอื่นในด้านใดด้านหนึ่ง”

“ช่าเลยคิดว่ามันเป็นความรับผิดชอบของคนที่มีกระบอกเสียง ที่ควรจะปล่อยให้คนอื่นเขามีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วก็ให้เขาแสดงออกในแบบของตัวเอง”

ครั้นเมื่อถามว่าอย่างนั้นแล้วคงไม่ได้ไปม็อบใช่ไหม? 

คำตอบที่เธอให้คือ “Oh you don’t know that ตอนนี้ยังพยายามแบบว่าสังเกตการณ์ก่อนค่ะ ซึ่งมันควรจะเป็นอย่างนั้น”

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon